Header Ads

Rotterdam 2019: Last Night I Saw You Smiling - A foreboding of socio-cultural transformations in Cambodia


LAST NIGHT I SAW YOU SMILING

(Kavich Neang)
Rotterdam Film Festival 2019 : Bright Future




ความทรงจำที่โหดร้ายของเขมรแดงยังฝังรากลึกอยู่ในภาพความทรงจำของชาวกัมพูชาที่ผ่านห้วงเวลาเหล่านั้นมาอย่างแจ่มชัด แม้ว่าหนังสารคดีเรื่องแรกของผู้กำกับภายใต้การโปรดิวซ์ของนักทำหนังชื่อดังของกัมพูชาอย่าง 'Davy Chou' จะเล่าเรื่องราวของช่วงชีวิตช่วงท้ายของครอบครัวที่ได้อาศัยในตึกขาวสัญลักษณ์หนึ่งของกรุงพนมเปญก่อนที่จะถูกรื้อถอนและเปลี่ยนไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนญี่ปุ่นภายใต้การดำเนินการของรัฐบาลกัมพูชา แต่หนังเองสำรวจภาพของบาดแผลที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาในอดีตที่ถูกแทรกซึมด้วยภาพของความรู้สึกที่เจ็บปวดที่เกิดกับตัวผู้คนในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจ และกวาดต้อนคนออกจากกัมพูชา ภาพของความรู้สึกเหล่านี้ยังถ่ายทอดผ่านทั้งความหมายเชิงภูมิศาสตร์สถานที่ และคำบอกเล่าของผู้คน หนังสารคดีเรื่องแรกของผู้กำกับเลือดใหม่ของกัมพูชา สำรวจความว่างเปล่าที่กำรงอยู่ สำรวจการล่มสลายของตัวผู้คนที่ก้าวผ่านกาลเวลาของผู้มีอำนาจที่โหดร้ายครั้งหนึ่งอย่างเชี่ยวกราดออกมาได้อย่างเจ็บปวด มันเป็นหนังที่ทั้งสำรวจในภาพกว้างของการเปลี่ยนผ่านสิ่งต่างๆของเรื่องราว และวิถีของการใช้ชีวิต ภาพในเชิงลึกที่สำรวจความรู้สึกของการสั่นสะเทือนหัวใจของความเป็นมนุษย์ มันเป็นหนังสารคดีเรื่องแรกของเขาที่สามารถถ่ายทอดความหมายทั้งในเชิงปัจเจก และในเชิงประวัติศาสตร์ออกมาได้อย่างดีทีเดียว 




สิ่งที่หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือการถ่ายทอดความงดงามที่เจ็บปวดของความรู้สึกทั้งในเชิงปัจเจก และในเชิงของสังคมที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างนุ่มลึก ทั้งจังหวะของการเล่าเรื่อง ภาพของการนำเสนอสถานการณ์เรื่องราวต่างๆที่ถูกพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาพของความรู้สึกของความทรงจำที่พัฒนาตัวตนขึ้นอย่างช้าๆในหนังกลายเป็นหัวใจที่ทำให้ภาพของความรู้สึกที่ผูกพันธ์ ทั้งในเชิงสถานที่ และในเชิงพฤติการณ์ของตัวละคร ทั้งการเล่าเรื่องราว ความทรงจำความรู้สึก ตลอดจนการขับกล่อมเรื่องราวผ่านความรู้สึกผ่านบทเพลงของตัวละครที่เกิดขึ้น มันทำให้หนังรุ่มรวยไปด้วยภาพของความทรงจำที่ค่อยๆขยายตัวขึ้นมาทีละเล็กละน้อยจนเต็มพื้นที่ของห้องสี่เหลี่ยมที่กำลังค่อยๆพับตัวลงก่อนที่พวกเขาจะย้ายออกไปในท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกลายเป็นภาพของการเข้ามาของปัจจัยภายนอกที่ตัวละครเองไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้ พื้นที่ของพนมเปญกำลังเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออ้าแขนรับกลุ่มทุนใหม่ที่กำลังจะเข้ามาลงทุน และพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญตามโลกภายนอก อำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าบีบบังคับให้พวกเขาเองต้องย้ายถิ่นฐานเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นเหมือนการฉายภาพซ้ำเมื่อครั้งที่พนมเปญล่มสลายลง และเขมรแดงเองมากวาดต้อนคนออกจากตึกไปทั้งหมด ภาพของการข่มขืนทางอำนาจ และการจำยอมของผู้คนที่ตัวเล็กกว่าไร้ปากไร้เสียง ไร้อำนาจที่จะมาต่อสู้กับคนเหล่านี้ ให้ภาพที่สะเทือนใจของการปฏิบัติเชิงอำนาจของรัฐที่กดขี่ผู้คนเอาไว้ได้อย่างชัดเจนมันคือมหภาพของเรื่องราวที่หนังเรื่องนี้กำลังเล่าไปพร้อมๆกับความรู้สึกในเชิงปัจเจก




ช่วงหนึ่งของหนังเรื่องนี้มันจึงเป็นเหมือนการสร้างภาพที่อัดแน่นไปทั้งความเป็นมาเชิงประวัติศาสตร์สถานที่ที่สถานที่นี้ครั้งหนึ่งเคยตั้งอยู่ และผู้คนถูกกวาดต้อนออกไป และหลังจากเขมรแดงหมดอำนาจลงตึกนี้ได้เปลี่ยนสภาพเป็นสถานที่อยู่อาศัยของศิลปิน ซึ่งดูเหมือนว่าภาพที่ใหญ่ของหนังในสองช่วงเวลาที่สะท้อนหากันได้อย่างชัดเจนคือภาพของรัฐ และผู้มีอำนาจที่ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องราวของศิลปะ เรื่องราวของเสียงเพลง ซึ่งอาจจะไม่ได้ให้ภาพที่โหดร้ายและทารุณเท่ากับความโหดของช่วงเวลาเขมรแดงที่ทำให้ศิลปะจำนวนมากหายไป ในขณะเดียวกันในยุคสมัยปัจจุบันเอง ก็มีความพยายามที่จะขยายศิลปะให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหนึ่งเหมือนแต่ก่อน ก็ดูเหมือนภาครัฐเองจะไม่ได้เเยแสมากเสียเท่าไหร่นัก เราจึงยังไม่มีโอกาสได้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ของศิลปะกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของเชิงอุปมาที่หนังเรื่องนี้เองให้ภาพเชิงเปรียบเทียบของการที่รัฐซึ่งเป็นผู้มีอำนาจมากกว่าทำกับผู้ที่เป็นประชาชนที่มีอำนาจน้อยกว่า การจำยอมของผู้คน และความไม่แยแสของรัฐในเรื่องของวิถีชีวิตดูจะเป็นปัญหาที่ยังหมักหมมมาต่อเนื่อง ซึ่งโดยจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามหนังเรื่องนี้ได้สะท้อนภาพในแง่มุมนั้นออกมาให้เราเห็นด้วย




หนังสารคดีเรื่องนี้ที่โฟกัสเรื่องราวผ่านสถานที่ที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคม วัฒนธรรม และการเมือง การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะถูกรื้อถอนในหนัง ซึ่งถูกเล่าอย่างมีลำดับ และสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของความรู้สึกของผู้คนที่ถูกสะท้อนในเชิงปัจเจก และในภาพกว้างทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอันเชี่ยวกรากของความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงห้าสิบปีที่ผ่านมาของกัมพูชา มันกำลังสะท้อนภาวะของความล่มสลายของวิถีชีวิตในสังคมกัมพูชาออกมาอย่างเปิดเผย และแจ่มชัด ภาพของการพัฒนาเมืองของพนมเปญกลายเป็นประจักษ์พยานของภาพเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน มันสะท้อนความรุ่งโรจน์ และความล่มสลายของเขมรแดงในช่วงเวลาหนึ่ง และมันเป็นเป็นตัวสะท้อนความรุ่งโรจน์ และความล่มสลายของวัฒนธรรม และศิลปะของกัมพูชาที่กำลังก้าวผ่านความเป็นโมเดิร์นไนซ์ ก้าวสู่สังคมเมืองโดยฝังกลบคุณค่าทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ และในเชิงการเมืองศิลปะที่ทรงคุณค่า และดูเหมือนว่าก็ไม่ได้มีใครแยแส หรือคิดที่จะตั้งตนทวนกระแสอันเชี่ยวกรากเหล่านี้เพื่อรักษาสิ่งที่เขาเชื่อมากนัก แม้แต่ผู้สร้างความล่มสลายให้เกิดขึ้นก็กลายเป็นรัฐเองด้วยซ้ำ หนังเรื่องแรกของผู้กำกับสะท้อนภาพออกมาในหลายระดับชั้น และหลากมิติอย่างสะเทือนใจ

Last Night I Saw You Smiling ชนะรางวัล Netpac ที่เทศกาลหนังรอตเตอร์ดามครั้งที่ 48
International Sales : -

by Sutiwat Samartkit
(17/03/19)

ไม่มีความคิดเห็น