Header Ads

Arthur Christmas (2011) : ชีวิตมันต้องลองสักครั้งหนึ่ง

Arthur Christmas : B 
"★★★"





ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสอีกครั้งหนึ่งกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น เกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสเรื่องใหม่นี้กับ Arthur Christmas จากฝีมือผู้กำกับภาพยนตร์จอยักษ์หน้าใหม่ทั้งสองคนอย่าง Sarah Smith และ Barry Cook กับการกำกับผลงานแอนิเมชั่นเรื่องแรก ที่เป็นทั้งภาพยนตร์แอนิเมชั่นดราม่า และคอมเมดี้ ในตัวเอง



ผู้กำกับ Sarah Smith เคยมีผลงานการกำกับมาก่อนหน้านี้แล้วถึงสามเรื่อง แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเพียง TV Series เพียงเท่านั้น นี่จึงถือเป็นการพลิกโฉมอีกครั้งหนึ่งของชีวิตการเป็นผู้กำกับ หันมากำกับภาพยนตร์แอ นิเมชั่นเรื่องแรกในชีวิตของเขา หลังจากเคยกำกับซีรี่ส์เรื่อง The Armando Iannucci Shows (2001) , Dead Man Weds (2005) และ Thin Ice (2006) เพียงเท่านั้นนอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้กำกับคนนี้ คือ เขายังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้อีกด้วย มาทางด้านผู้ร่วมกำกับอย่าง Barry Cook จากฐานข้อมูลของวงการบันเทิงพบว่า สิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างมากสำหรับเขาคือ เขาไม่เคยมีผลงานเกี่ยวข้องกับทางด้านภาพยนตร์ในทุกๆส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์มาก่อนเลย นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาทำงานภาพยนตร์ และมีภาษีที่สูงมากถึงขั้นได้เป็นถึงผู้ร่วมกำกับเลยทีเดียว



มาทางด้านมือเขียนบทกันบ้าง อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า นอกจาก Sarah Smith จะเป็นผู้กำกับหลักของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้เธอยังลงมาร่วมเขียนบทร่วมกับ Peter Baynham อีกด้วย มาที่ผลงานการเขียนบทในอดีตของ Sarah Smith กันก่อน เธอเคยเขียนบทมาแค่สองเรื่องเท่านั้น ซึ่งทั้งสองเรื่องนั้น ล้วนแต่เป็นงานทาง TV Series ทั้งหมดทั้งสิ้น คือ The Armando Iannucci Shows (2001) วึ่งเธอก็ได้กำกับเองด้วย และ I Am Not an Animal (2004) ส่วน Peter Baynham เคยเขียนบทมาหลายเรื่องแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น TV Series เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะเริ่มมาเขียนบทให้กับภาพยนตร์ จากภาพยนตร์เรื่อง Arthur (2011) ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็เคยสร้างเรื่องราวของ Bruno มาแล้วในปี 2009 นอกจากนี้ เขายังมีเครดิตที่สูงที่สุดของการเขียนบทคือ เขาเคยได้เข้าชิงรางวัล Oscar สาขา Best Adated Screenplay มาแล้วในปี 2007 จากเรื่อง Borat: Cultural Learnings of America for Make Benefit Glorious Nation of Kazakhstan มาแล้ว นอกจากนี้การเขียนบทเรื่องนี้ของเขายังส่งเขาเข้าชิงที่ WGA Award ด้วยอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาชนะก็มีในเวที BAFTA TV Award กับ Best Comedy กับเรื่อง I'm Alan Partridge ผลงานทางโทรทัศน์ในปี 1997 อีกด้วย



มาดูเสียงพากษ์ของตัวละครในเรื่องที่น่าสนใจอย่าง Arthur ที่ให้เสียงโดย หนึ่งพระเอกที่มาแรงคนหนึ่งในปีนี้อย่าง James McAvoy กับเสียงตัวละครหลักสำคัญ ส่วนเสียง Grandsanta คุณปู่จอมทิฐิคนหนึ่งให้เสียงโดยนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง Bill Nighly ส่วนพี่ชายจอมอวดเก่งอย่าง Steve ผู้ตั้งธงว่าจะเป็นแซนต้าคนต่อไปให้ได้นั้น ให้เสียงโดย Hugh Laurie ส่วนตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ Santa นั้น ได้ให้เสียงโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง Jim Broadbent



มาถึงตอนนี้แล้วหลายๆเวทีก็ได้ประกาศผู้เข้าชิงไปบ้างแล้ว ก็ได้เลือกหนังเรื่องนี้เข้าไปเป็นตัวเข้าชิงสาขา Best Animated Feature ถึง สาม เวทีด้วยกันคือ Critics Choice Award , WAFCA Award และล่าสุดกับ Golden Globe ปี 2012 นี้



Arthur Christmas เล่าเรื่องราวของตระกูลครอส ที่มีหน้าที่สืบทอดตำแหน่ง Santa เพื่อส่งของขวัญให้กับเด็กทุกคนบนโลกนี้ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กับยานอวกาศสุดไฮเทค และลูกน้องเอลฟ์จำนวนมาก โดยมี Santa เป็นหัวหน้าหลัก และมี Steve ผู้ที่ซึ่งจะเป็น Santa คนต่อไปคอยบัญชาการ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดในคืนหนึ่งก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดความผิดพลาดในการขนส่งของขวัญไปหนึ่งคน ทำให้ Arthur ผู้ซึ่งมี Santa เป็นแรงบันดาลใจ และรักเด็กมากๆ ซึ่ง Arthur เป็นน้องของ Steve ผู้ซึ่งทำอะไรงกๆเงิ่นๆสู้พี่ไม่ได้เลย ได้ตัดสินใจที่จะไปส่งของขวัญให้เด็ก โดยได้รับความช่วยเหลือจากปู่ของเขา ซึ่งเคยเป็น Santa มาก่อนซึ่งตอนนั้นยังใช้รถลาก กับกวางเรนเดียร์ ส่งของขวัญอยู่ แต่สิ่งที่ปู่ยอมช่วย Arthur เพราะทิฐิลึกๆของปู่ที่ต้องการพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าการส่งของขวัญแบบเก่าดีกว่าการใช้เทคโนโลยี แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นหลายๆอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการนำของขวัญไปให้เด็กผู้หญิงคนนั้น Arthur จะผ่านมันไปได้หรือไม่



Screenplay ด้วยตัวบทที่ถือว่าค่อนข้างเเปลกใหม่สำหรับหนัง Christmas อีกเรื่องหนึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีที่ไม่มีการนำไปเปรียบเทียบกับเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับคริสต์มาส บทผสมความเป็นคอมเมดี้ และดราม่าได้ค่อนข้างลงตัว ถึงแม้จะขาดตกบกพร่องไปในบางจุด โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนในตระกูลครอสที่ดูจะเบาบางทำให้ตอนจบ ไม่มีอิทธิพลมากเท่าที่ควร แต่กลับทำได้ค่อนข้างดีในส่วนที่เป็นเรื่องการส่งของขวัญ ทั้งด้านคอมเมดี้ และดราม่า



Sound งานด้านเสียงก็ถือว่าทำออกมาได้ดี แต่อาจจะไม่ได้ตื่นตาตื่นใจหรือเร่งเร้าอารมณ์ของคนดูมากนัก แต่ก็ทำให้เกิดความน่าสนใจไม่น้อยไม่ให้ตัวหนังเฉาตายไปเสียก่อน



โอกาสที่เกิดขึ้นแน่ๆในออสการ์ สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้คงจะหนีไม่พ้น Best Animated Feature ที่ดูแน่นอนแล้วว่าจะมีโอกาสเข้าชิง แต่ไม่มีโอกาสที่จะเป็นตัวเต็งได้เลย ส่วนสาขาอื่นๆก็คงจะต้องทำใจไปตามระเบียบ

ไม่มีความคิดเห็น