Header Ads

Jane Eyre (2011) : รักแท้แพ้เส้นทางรัก





 Jane Eyre : B- 
"★★★"

 

ภาพยนตร์ Jane Eyre เป็นภาพยนตร์แนว Period Drama ผลงานการกำกับของ Cary Joji Fukunaga ของค่านหนังเล็กๆที่เติมโตมาพร้อมกับหนังดีๆมากมายอย่าง Focus Feature ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมีฝีมือมากมาย เช่น Mia Wasikowska , Michael Fassbender , Jamie Bell และ Judi Dench

Cary Fukunaga ผู้กำกับภาพยนตร์ เรื่องนี้ ก็เป็นผู้กำกับที่มีฝีมืออีกคนหนึ่งเห็นได้จาก กาารที่พาหนังเข้าไปซิวรางวัลจากเวทีต่างๆ เช่น Sin Nombre จากเวที Sundance Film Festival , Stockholm Film Festival ,  Premios Film Festival และEdinburgh International Film Festival ใน การกำกับของเขา หรือแม้แต่ หนังสั้นอย่าง Victoria Para Chino ก็ไปคว้ารางวัลมาทั้งจาก Sundance Film Festival , Woodstock Film Festival , Student Academy Awards , Nashville Film Festival , Milan International Film Festival , Gen Art Film Festival , BendFilm Festival , Austin Film Festival และ Aspen Shortsfest และที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ เขายังเป็นผู้กำกับร่วมจากหนังชิงออสการ์ชื่อดังในปี 2009 อย่าง Precious ร่วมกับ Lee Daniels อีกด้วย จะเห็นว่าผลงานที่ผ่านมาของเขาเป็นงานฝีมือดีทั้งนั้น ทั้งๆที่เขาพึ่งจะกำกับหนังยาวๆจริงๆได้เพียงแค่ 2-3 เรื่องเท่านั้นเอง



ส่วนดาราหลักทั้งสามคนอย่าง Mia Wasikowska , Michael Fassbender และ Jamie Bell ก็เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และมีรางวัลที่การันตีฝีมือด้วย Mia นั้นเคยเล่นหนังมามากมาย ส่วนมากนั้นจะเป็นแนวหนังที่เกาะขอบเวทีรางวัลหรือไม่ก็หนังรางวัลไปเลย ไม่ว่าจะเป็น Alice in Wonderland , Defiance , Amelia หรือหนังเข้าชิงออสการ์ที่ผ่านมาที่มีบทในตัวละครสมทบอย่าง The Kids Are All Right แต่สำหรับหนังเรื่อง Jane Eyre นี้นอกจากจะได้เล่นเป็นตัวหลักแล้วยังเป็นตัวละครที่มีสิทธิชิงออสการ์มาก ที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ก็มีหนัง Albert Nobbs ที่เล่นเป็นตัวละครสมทบอีกบทหนึ่งของปีนี้ที่น่าสนใจ



Michael Fassbender นั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างมากในการรับบท Erik ในเรื่อง X-Men : First Class ของปีนี้ แต่จริงๆแล้ว Michael เริ่มเข้าวงการและเล่น TV Series ก่อนต่างหาก และแววการเป็นนักแสดงมือรางวัลนั้นเริ่มเห็นจาก Hunger ในปี 2008 จากการไปคว้ารางวัลนำชานในหลายๆเวทีมาได้นอกจากนี้เขายังได้เล่นบทสมทบเล็กๆ ในหนังเรื่อง Inglorious Basterds และ Jonah Hex อีกด้วย และในปีนี้เขาก็มีหนังรางวัลรออยู่อย่างเช่น A Dangerous Method และ Shame เพื่อเป็นการพิสูจน์ฝีมือจริงๆ



ส่วนคนสุดท้ายคือหนุ่มน้อย นักโดด Jamie Bell ความจริงแล้วก่อนที่จะรู้จักกันอย่างมากจากเรื่อง Jumper เขาเคยเล่นหนังมาก่อนอย่างเช่น Billy Elliot ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งเขาไปคว้ารางวัลนำชายในหลายๆเวที รวมทั้ง BAFTA ด้วย นอกจากนี้เขายังเล่นหนังเรื่อง King Kong(2005) , Flags of Our Fathers , Jumper , Defiance และ The Eagle และยังมีหนังที่คอยเขาต่อจากนี้ คือ The Adventures of Tin Tin , Man on a Ledge และ Filth



Jane Eyre เป็นภาพยนตร์แนว Period Drama ดัดแปลงมาจากนิยาย โดยเล่าเรื่องของผู้หญิงชื่อ Jane Eyre(Mia) ซึ่งเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ป้าไม่ต้องการและส่งให้ไปอยู่ในโรงเรียนที่มีวิธีการสอนที่ทารุณ ที่ทำให้เธอเติบโตมาด้วยความเหงา เมื่อเธอจบหลักสูตร เธอได้งานเป็นพี่เลี้ยงเด็กในคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเจ้านายที่ค่อนข้างเข้มงวดแต่นานๆเขาจะกลับมาทีหนึ่ง เมื่อเขา(Michael)ได้พบเธอ เขาเชื่อว่ามันเป็นพรหมลิขิต ทั้งๆที่เขาและเธอกำลังจะแต่งงานกัน แต่ก็มารู้ความจริงว่า เขามีภรรยาแล้ว เธอจึงหนีออกมา แต่เพราะโชคดี หรือพรหมลิขิตก็ตามทำให้ ชายคนหนึ่ง(Jamie) พบเธอที่กำลังจะตาย และพาเธอไปอยู่ด้วยกับน้องสาวของเขาอีกสองคน ขณะเดียวกันจากชายผู้สูงศักดิ์ในคฤหาสน์หลังนั้น กลับกลายเป็นคนไม่เหลืออะไร และจากเธอผู้ต่ำต้อย กลายเป็นคนรวยด้วยเงินจากญาติที่เหลืออยู่ และจากผู้ชายที่ช่วยชีวิตเธอไว้ซึ่งสร้างชีวิตใหม่ให้เธอ กลับหลงรักเธอ เธอจะทำอย่างไรในเมื่อ หัวใจเธอมีแค่ดวงเดียว

Cinematography การถ่ายภาพด้วยมุมที่ยิ่งกว้างมากเท่าไหร่ ยิ่งสวยมากเท่านั้น ด้วยวิวทิวทัศน์ ฉากหลังที่ย้อนกลับไปยังอังกฤษสมัยก่อนทำให้มีการผสมผสานเข้ากับธรรมชาติ อย่างลงตัวภาพที่ได้จึงมีความสวยงาม

Direction การเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง นี้คือ ในตอนต้นเรื่องมีการเล่าเรื่องจากปัจจุบันสลับอดีต แต่พอกลางเรื่องขึ้นไปจะเริ่มเล่าเรื่องจากอดีตไล่ขึ้นมาหาปัจจุบัน โดยให้ปัจจุบันเป็นผลลัพธ์ของอดีตได้ลงตัว แสดงให้เห็นถึงความโดดเดี่ยวทั้งตัวคน และปราสาทได้เป็นอย่างดี



Costume หนังเรื่องนี้ เลือกชุดได้ดีเป็นลักษณะของอังกฤษ ในศตวรรษที่ 19 ได้อย่างดีไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป และมีความกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างดี รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างคนที่มีเงินกับไม่มีเงินได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเสื้อผ้ารูปแบบต่างๆ ที่พอดี และลงตัว ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่น่าจะพลาดเข้าชิงออสการ์ ในสาขา Best Costume Design เลย ถ้าไม่มีเรื่องอื่นที่มาเบียดไปซะก่อนแล้วกัน

Acting ความจริงแล้วหนังเรื่องนี้มีนักแสดงฝีมือดีทั้งสามคน แต่ดูจะไม่มีบทที่คอยหนุนให้แข็งแกร่งซักเท่าไรนัก แต่กับ Mia เรียกได้ว่ามีบทที่แข็งแรงที่สุด และมากที่สุดก็ว่าได้ แต่กลับอีกสองคนคือ Michael และ Jamie นั้นเหมือนต้องหารบทกันซะมากกว่าทำให้โอกาสน้อยลงไปมาก กับ Mia นั้นถือว่าทำได้ดี แต่ก็อาจจะไม่ดีพอในการเข้าชิงออสการ์ซักเท่าไรนัก แต่มีพัฒนาการที่ชัดเจนจากหนังเรื่องก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางสีกน้า หรือท่าทางต่างๆที่ดีขึ้น



Mia Wasikowska มีพัฒนา การแสดงที่เห็นได้ชัด แต่อาจไม่มีแรงพอที่จะเป็น 1 ใน 10 นักแสดงนำหญิงของออสการ์ปีนี้ แต่สำหรับ Costume Design ดูจะเป็นโอกาสสูงที่สุดของหนังเรื่องนี้ ในการเข้าชิงออสการ์ในสาขา Best Costume Design

ไม่มีความคิดเห็น