Header Ads

Midnight in Paris (2011) : ศิลป์แห่งราตรีที่ปารีส


Midnight in Paris : A 
"★★★★"
 




หนังฟอร์มเล็กๆ เรื่อง Midnight in Paris ของค่ายหนัง Sony Picture Classic จากฝีมือการกำกับของผู้ กำกับฝีมือรางวัล Woody Allen ที่มีผลงานตบเท้าเข้าชิงออสการ์ หรือเวทีรางวัลทั่วโลกมานับไม่ถ้วน ผู้กับกับคนนี้เป็นสายเลือดอเมริกันแท้ๆ ผลงานเลื่องชื่อของเขา เช่น Match Point , Annie Hall , Broadway Danny Rose , Hannah & Her Sisters , Crimes & Misdemeanors , Zelig , Everyone Says I Love You , Deconstructing Harry , Whatever works , The Curse of the Jade Scorpion , Sleeper , Interiors , Vicky Cristina Barcelona , The Purple Rose of Cairo และ Manhattan หนังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือหนังของเขาที่สามารถเข้าไปชิงและชนะได้จากสาขา ต่างๆในเวทีต่างๆทั่วทุกมุมโลก แต่ครั้งล่าสุดที่เขาได้เข้าไปเหยียบออสการ์คือ ปี 2005 กับเรื่อง Match Point ในสาขา Best Original Screenplay และในภาพยนตร์เรื่อง Midnight in Paris นี้ นอกจากเขาจะเป็นผู้กำกับแล้ว เขายังเขียนบทภาพยนตร์เองอีกด้วย

ในหนังเรื่องนี้ ได้นักแสดงมากฝีมือมากมาย อาทิเช่น Owen Wilson , Rachel McAdams , Marion Cotillard , Kathy Bates , Kurt Fuller , Adrien Body , Carla Bruni ,Michael Sheen และ Corey Stoll แต่ตัวแสดงนำหลักจริงๆของเรื่องนี้คือ Owen Wilson โดยตัวละครอื่นๆนั้นเป็นตัวสมทบที่มีความเด่นของบทบาทไล่ลดหลั่นกันไป แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก จริงๆแล้ว Owen Wilson เคยเข้าไปชิงออสการ์ในสาขา Best Screenplay ในปี 2002 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็แทบไม่เคยไปเหยียบเวทีออสการ์อีกสักครั้งเลย และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ เขายังไม่เคยเข้าไปชิงรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากสถาบันใดๆทั้งสิ้นจึงไม่น่า แปลกใจที่การแสดงของเขาจะดูธรรมดาไปหน่อย ส่วนสาวนักแสดงสมทบอีกคนอย่าง Rachel McAdams เธอเป็นที่รู้จักอย่างมากในปี 2004 จากเรื่อง The Notebook และMean Girls และปีที่แล้วจาก Sherlock Holmes แต่การแสดงของเธอก็ไม่ใช่ว่าจะขั้นเทพอะไรมากมายนัก แต่กลับสมทบหญิงอีกคน ที่ดูจะมีพลังมากที่สุดในเรื่องนี้อย่าง Marion Cotillard ก็แสดงฝีมือได้เสมอต้นเสมอปลาย อย่างที่เห็นได้ชัดเจนในปีที่แล้วอย่าง Inception



ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะดูหงอยๆ เรื่องเวทีรางวัลที่จัดขึ้นมาตั้งแต่หนังยังไม่เข้า ก็ดูจะไม่มีเวทีรางวัลไหนต้อนรับซักเท่าไหร่ แต่หลังจากหนังฉายไปแล้ว กระแสคำวิจารณ์ จากทั้งผู้ชมภาพยนตร์ และจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ ก็ดูจะออกมาเป็นในแง่บวกมากทีเดียว ซึ่งมากพอที่จะทำให้หนังเป็นส่วนหนึ่งในผู้เข้าชิงออสการ์ในสาขาใดสาขาหนึ่งแน่นอน

Midnight in Paris เมื่อคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ บินมาปารีสพร้อมกับครอบครัวของฝ่ายหญิง เนื่องด้วยเหตุผลทางธุรกิจ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าการมาปารีสจะเปลี่ยนชีวิตของคนทั้งคู่ไป จากชายหนุ่ม (Gil : Owen Wilson) ที่เป็นนักเขียน ซึ่งรักในศิลปะ และจำต้องใช้เวลาส่วนตัวและความเงียบในการแต่งผลงาน กับ หญิงสาว (Inez : Rachel McAdams)ที่ดูจะรักสังคมรักปาร์ตี้ซะเหลือเกิน แล้วแถมจะไม่ค่อยชอบศิลปะเท่าไหร่นัก แถมยังมีตัวแปรที่เป็นหญิงสาวอีกคน(Adriana : Marion Cotillard) ที่รักในงานศิลปะ และดูจะเข้ากันกับ Gil มากกว่า และเพื่อนใหม่แปลกหน้าที่มาพร้อมกับมิตรภาพที่พยายามจะผลักดันให้งานเขียน ของเขาเป็นที่รู้จัก และคอยให้กำลังใจกับงานเขียนที่ดูจะไม่เป็นตามที่พูดเท่าไหร่ เขาต้องตัดสินใจทำในหลายๆสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล แต่สิ่งหนึ่งที่มันจะไม่เปลี่ยนแน่ๆคือ เขารักปารีส เมืองของจิตรกร และนักเขียนช่างฝัน



Direction ต้องยอมรับจริงๆว่า เรื่องนี้เป็นการกำกับของ Woody Allen ที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งอาจจะดีกว่าหนังเรื่องก่อนๆของเขาด้วยซ้ำ ด้วยวิธีการกำกับที่รู้จักใช้ความสวยงามของปารีสให้เป็นประโยชน์ และดำเนินเรื่องในลักษณะที่ไม่ชวนให้หลับกับแนวหนังที่ดูจะไม่เข้าสมัยซัก เท่าไหร่ แต่กลับทำให้ตัวหนังลื่นไหลได้อย่างเรื่อยๆ ซึ่งครั้งนี้ เข้าก็มีแนวโน้มเข้าไปอยู่ 1 ใน 5 ของผู้กำกับที่จะเข้าชิงออสการ์ได้ แต่ถ้าจะให้มีรายชื่อแน่ๆ คงต้องเป็น 1 ใน 10 อันนี้แน่นอนกว่า

Screenplay นอกจากจะกำกับหนังเองแล้ว ยังลงมือเขียนบทภาพยนตร์เอง ซะด้วย ซึ่งก็ต้องยอมรับจริงๆว่าฝีมือการเขียนบทไม่เคยตกเลยจริงๆ ในหนังทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนี้ ถึงแม้พล็อตหนังจะดูไม่แปลกซะเท่าไร แต่การดำเนินเรื่องมีความแตกต่างจากหนังทั่วไป โดยรู้จักใช้ตัวละครทุกตัว โดยให้ตัวหลักดำเนินเรื่องไปแล้วให้ตัวละครอื่นๆมองสะท้อนมุมมองที่มีต่อตัว ละครหลัก นอกจากนั้นยังให้ตัวละครหลักมองสะท้อนมุมมองของตัวละครสมทบอื่นๆด้วย และการเล่าเรื่องของเขานั้นมีความปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องกันอย่างดี มีความสมเหตุสมผล ไม่เลื่อนลอย ทำให้ในทุกๆฉากและทุกๆจุดดูมีน้ำหนัก และเข้าถึงได้ ถึงแม้บทภาพยนตร์จะ ไม่ฉูดฉาดเท่าไหร่ แต่การดำเนินเรื่องที่เรียบง่าย และลื่นไหล ทำให้บทของหนังแลดูมีเสน่ห์ไปในตัวเลย ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากในการเข้าชิง Best Original Screenplay อีกครั้งหนึ่งของ Woody Allen



Original Song เพลงประกอบเรื่องนี้ก็ธรรมดาไม่ต่างจากหนังทั่วไปเท่าไรนัก เป็นเพลงแนวๆย้อนยุค เหมือนดังเช่นหนังพีเรียด ทั่วๆไป ซึ่งก็ไม่มีอะไรแย่ และเหมาะสมกับเนื้อเรื่องเป็นอย่างดี

Acting การแสดงของตัวละครนำอย่าง Owen Wilson ก็ดูธรรมดา แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร ดูได้เรื่อยๆไม่ค่อยมีพลังมากสักเท่าไรนัก และการแสดงของ Rachel McAdams ก็ไม่มีพลังเท่าไหร่ ดูธรรมดาเหมือนหนังทั่วไปของเธอ และอาจจะด้อยกว่าบางเรื่องด้วย อาจเป็นเพราะบทของเธอไม่มากพอและไม่ทรงพลังพอที่จะทำให้เธอเด่นเลย เพราะฉะนั้น ความหวังสุดท้าย คือ Marion Cotillard ที่ดูแล้วการแสดงของเธอจะมีอิทธิพลมากที่สุด ได้ตามมาตรฐานของนักแสดงมือรางวัลอย่างเธอ ทั้งๆที่บทเธอก็ไม่มากนัก แต่พลังการแสดงของเธอก็ดึงให้เธอเด่นไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นทางสายตา คำพูดของเธอ ล้วนมีพลังทั้งสิ้น



นี่คืองานเขียนบทของ Woody Allen ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของเขาเลยก็ว่าได้ด้วยบทที่มีเสนห์และลื่นไหล แม้จะราบเรียบก็ตาม ซึ่งแน่นอนกรรมการออสการ์จะต้องชอบพอที่จะเลือกไปอยู่ในรายชื่อ Best Original Screenplay แน่ๆ แต่การกำกับของเขาก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกันแต่จะดีพอให้เบียดผู้กำกับคน อื่นๆได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

ไม่มีความคิดเห็น