Header Ads

Take Shelter (2011) : จิตวิญญาณ และความเชื่อมั่น

 Take Shelter : A-
"★★★★"





Take Shelter หนังวิตกจริตเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้ เป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่างนักแสดงนำชายและผู้กำกับ คือ Michael Shannon และ Jeff Nichols ทางด้าน Michael Shannon ก็เรียกได้ว่าเป็นมือเก่าและเก๋ามานานแล้ว แต่สำหรับ Jeff Nichols เรีกได้ว่าเป็นผู้กำกับมือค่อนข้างใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สองของเขา ซึ่งทุกเรื่องที่เขาได้กำกับมาล้วนมีชื่อ Michael Shannon ติดอยู่ในทุกๆเรื่อง รวมทั้งเรื่องหน้าอีกสองปีข้างหน้าด้วย เรียกได้ว่ามาแบบแพ๊คเกจคู่เลยทีเดียว



พูดถึงผู้กำกับ Jeff Nichols นั้น เรียกได้ว่าพึ่งเข้ามาเหยียบวงการบันเทิงภาพยนตร์แบบ จริงๆจังๆนั้นยังไม่ถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำ โดยในปีที่ได้รับเครดิตเป็น Production Manager ในปี 2004 กับ หนังสารคดีเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า Be Here to Love Me : A Film About Townes Van Zandt หลังจากนั้นอีกสองปีต่อมาเขาก็ได้แสดงหนังเรื่องแรกและเรื่องเดียวของเขา ก่อนผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลังแบบเต็มตัว เรื่องที่เขาแสดงคือ เรื่องCome Early Morning ในปี 2006 ก่อนที่จะมาโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการที่เป็นผู้กำกับ และProducer จากหนังเรื่อง Shotgun Stories ในปี 2007 และนี่ถือเป็นการโคจรมาเจอกันครั้งแรกของ Jeff Nichols และ Michael Shannon โดยหนังทุกเรื่องที่เขากำกับมาซึ่งรวมเท่าที่เปิดเผยตอนนี้มีสามเรื่อง เท่านั้น คือ Shotgun Stories (2007) , Take Shelter (2011) และ Mud (2013) นอกจากทั้งสามเรื่องจะได้ Michael Shannon มาร่วมเล่นแล้ว ทั้งสามเรื่องล้วนมีบทที่ถูกเขียนด้วยฝีมือของ Jeff Nichols เองอีกด้วย



มายังฟากฝั่งตัวเองของเรื่องอย่าง Michael Shannon ที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับ Jeff Nichols เป็นเรื่องที่สองแล้ว นอกจาก นี้เขายังเล่นหนังฝีมือเก๋าๆอีกมากมายอาทิเช่น Pearl Harbor (2001) , Vanilla Sky (2001) , Bad Boys II (2003) , Marvelous (2006) , Bug (2006) , World Trade Center (2006) , Shotgun Stories (2007) , Lucky You (2007) , Revolutionary Road (2008) และ Take Shelter (2011) นอกจากนี้ ผล งานในลำดับถัดไปที่จะลงรอฉายเร็วๆนี้ในปีหน้าเช่น Premium Rush หรือหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Man of Steel (2013) และ The Iceman (2013) ซึ่งเมื่อนับรวมกับเรื่อง Mud ที่เล่นในหนังของผู้กำกับ Jeff Nichols ก็เท่ากับว่าเขาจะมีหนังลงโรงฉายในปี 2013 ณ ตอนนี้ถึงสามเรื่องทีเดียว มาดูกันว่าผลงานการันตีรางวัลของเขามีเรื่งอะไรบ้าง ซึ่งในประวัติที่ผ่านมาก่อนหน้าหนังเรื่องนี้ มีเพียงเรื่องเดียวที่ส่งเขาเป็นที่รู้จักในวงการรางวัลเท่านั้นยังไม่พอ ยังส่งเข้าให้สามารถเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาสมทบชาย ได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย จากหนังบทสมทบชายในเรื่อง Revolutionary Road ในปี 2008 นั่นเอง



ส่วนบทสมทบสาว ที่ติดลากตำแหน่งนักแสดงหญิงแห่งปีไปครองจากเวทีหลายๆเวทีอย่าง Jessica Chastain เรียกได้ว่าปีนี้เป็นปีทองของเธอเลยก็ว่าได้ นอกจากจะมีหนังให้เธอเล่นในปีนี้ถึง 6 เรื่องแล้ว เธอยังได้รับคำวิจารณ์ที่ดีในหนังแทบทุกเรื่องของเธอ ไม่ว่าจะเป็น Wilde Salome , Texas Killing Fields , Coriolanus โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังทรงพลังของเธอในสามเรื่องที่จะเป็นตัวเต็งในเวที รางวัลต่างๆในสาขาสมทบหญิง ได้แก่ Take Shelter , The Tree of Life และ The Help เธอเคยพิสูจน์ฝีมือนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมและ ชนะมาด้วยกับ Seattle International Film Festival กับนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในหนังเรื่อง Jolene ในปี 2008 มาการันตีฝีมือเธอก่อนหน้านั้นไว้แล้วอีกทางหนึ่ง

หนังเรื่อง Take Shelter ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เดินสายคว้ารางวัลจากเวทีต่างๆมาแล้วถึง 4 เวทีด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบทบาท ผู้กำกับของ Jeff Nichols ที่ดูจะถูกใจกรรมการในเวทีต่างๆไม่ใช่น้อยทำให้สามารถนำ Take Shelter เข้าชิง หรือไม่ก็ชนะในเวทีรางวัลนั้นๆมาได้ เช่น Cannes Film Festival , Gotham Awards และ Sundance Film Festival และที่สำคัญที่สุด Jessica Chatain สามารถคว้ารางวัล Best Actress of the Year ไปครองได้จากหนังห้าเรื่องของเธอ คือ The Help (2011) , The Tree of Life (2011) , Take Shelter (2011) , Cariolanus (2011) และ The Debt (2010/I)



Take Shelter หนังว่าด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ทำงานเป็นคนงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ที่แต่งงานมีครอบครัวและลูกสาวที่เป็นใบ้อีกหนึ่งคน เคอร์ติส (Shannon) มักเริ่มสังเกตุอาการประหลาดๆของธรรมชาติที่ผิดแผกไปจากเดิม นอกจากนี้เขายังฝันประหลาดๆที่เกิดจากคนรอบข้างเป็นตัวอันตรายในความฝันของ เขา ทำให้เขาเกิดความระหวาดระแวงในคนรอบข้างทำให้ส่งผลต่อชีวิตครอบครัว รวมทั้งหน้าที่การงาน เคอร์ติส เริ่มวิตกกังวัลเกี่ยวกับอาการแปลกๆของธรรมชาติที่เขาสังเกตุได้ เขาจึงหวาดระแวง กลัว เลยหาทางพยายามทุกทางเพื่อที่จะซ่อมแซมและต่อเติมหลุมหลบพายุอันเก่าที่ไม่ ได้ใช่มานาน โดยพยายามหาเงินทุกทางทั้งกู้เงิน ทั้งแอบเอาอุปกรณ์จากที่ทางานมาใช้ ซึ่งเป็นการผิดกฎของบริษัท นอกจากนี้จากฝันประหลาดๆของเขา ทำให้เขาพยายามผลักไสตัวอันตรายต่างๆในความฝันของเขาให้ถอยห่างออกไปจากตัว เขา ด้วยการกระทำที่ดูจะไม่ปกติเหล่านี้ของเขา ทำให้เขาถูกคนอื่นมองว่าบ้า  ในท้ายที่สุดภรรยาเขา (Chastain) จึงต้องพาเขาไปพบจิตแพทย์ และในที่สุดทั้งครอบครัวจึงตัดสินใจ พาเขาไปสงบอาการที่ชายหาด ที่ไปเป็นประจำในทุกฤดูร้อน แต่แท้จริงแล้ว ใครจะไปรู้ว่า เคอร์ติส อาจจะพูดถูกก็เป็นได้



Screenplay บทของภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ได้ดีมากมายนัก โดยเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง นี้ จะมีลักษณะที่ค่อยๆเพิ่มระดับความเข้มข้นของเนื้อเรื่อง และความตึงเครียดของตัวละครจากน้อยไปมากตั้งแต่ต้นเรื่องไปจนจบเรื่อง โดยรู้จักเร่งเร้าอารมณ์จากปัจจัยที่มีน้ำหนักน้อยไปยังปัจจัยที่มีน้ำหนัก มาก ซึ่งจะเห็นว่าความเข้มของบทภาพยนตร์จะมีลักษณะเป็น Exponential Graph ทำให้จุดพีคสูงสุด รวมทั้งุดเฉลยของตัวภาพยนตร์อยู่ ท้ายสุด นอกจากนี้ Jeff Nichols ผู้เขียนบทและผู้กำกับ ยังเพิ่มช่วงนิ่งที่ทำให้สามารถเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครต่างได้มากขึ้น นอกจากนี้ตัวบทยังพยายามหักมุมไปมาบางครั้ง ซึ่งไม่มากจนเกินไป ทำให้บทมีความน่าติดตามมากขึ้น ไม่มีลักษณะแกว่งไปแกว่งมาจนน่าเวียนหัว ในตอนแรกของบทนั้นจะมีลักษณะที่ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆเพื่อให้คนดูได้ซึมซับ และเข้าใจที่มาของตัวละคร รวมทั้งความสัมพันธ์ต่างๆระหว่างตัวละคร แล้วจึงมาเร่งอารมณ์ตอนท้ายหนังอีกทีหนึ่ง บทของภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าค่อนข้างดี แต่ก็อาจจะไม่สามารถเข้าเป็นหนึ่งในรายชื่อ Best Original Screenplay ของ Oscar ได้สักเท่าไร



Directing การกำกับของผู้กำกับภาพยนตร์ Jeff Nichols ถึงแม้จะไม่ได้ดีมากมายแต่ ก็ไม่ได้แย่ไปซักทีเดียว ในการกำกับของผู้กำกับ มักจะจี้จุดภาพไปยังจุดที่มีความสำคัญมากกว่าที่จะเน้นให้เห็นองค์ประกอบ องค์รวมของฉากแต่ล่ะฉากมากกว่า นอกจากนี้ผู้กำกับยังเพิ่มปัจจัยบางปัจจัยที่สามารถเร่งอารมณ์ในฉากนั้นได้ ซึ่งทำให้หนังมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยเป็นผู้กำกับมือใหม่ อาจยังขาดประสบการณ์ในการดูแลเรื่ององค์รวม และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของหนังไปบ้าง อาจยังไม่มีภาษีเพียงพอที่จะเข้าชิง ออสการ์ด้วยซ้ำ แต่สำหรับหนังสไตล์ดำเนินเรื่องแนวเวทีคานส์แล้ว องค์ประกอบองค์รวมอาจไม่สำคัญเท่ากับฟีลของหนังก็เป็นได้



Acting การแสดงที่ถือว่าเด่นชัดที่สุด และยอดเยี่ยมที่สุดคงต้องยกให้ นักแสดงนำชายของเรื่องอย่าง Michael Shannon ที่เรีกได้ว่า กลับหวนมาเป็น Contenders ในออสการ์ ได้อีกครั้งหลังจากเคยเป็น Nominations ในออสการ์ 2008 จากเรื่อง Revolutionary Road มาแล้วใน Best Supporting Actor แต่ในเรื่อง Take Shelter จะอยู่ในรายชื่อ Best Leading Actor ได้หรือไม่ต้องรอลุ้นกันดู ด้วยตัวบทที่ค่อนข้างมีหลากหลายจุดในเรื่อง Take Shelter นี้ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ของตัวละครที่ค่อนข้างเก็บกดหวาดระแวงในตอนต้นเรื่องที่ ไม่ค่อยมีบทพูด Shannon ยังสามารถดึงพลังได้ดีในหลายๆจุด นอกจากนี้ในฉากที่มีการใส่อารมณ์และคำพูดที่รุนแรงในบางช่วงที่ปลดปล่อย อารมณ์ออกมาก็ทำได้ดี ทำให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ได้ง่าย นอกจากนี้ ในฉากที่เศร้า และหม่นในหลายๆฉากก็สามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกโหวงๆได้อย่างดี ซึ่งเรียกว่าถือว่าทำได้ดีมีลุ้นในการเข้าชิง Best Leading Actor ประจำปีนี้พอสมควร
        ส่วนสาวสมทบที่ได้รับตำแหน่ง Best Actress of the Year อย่าง Jessica Chastain ที่ได้รับรางวัลมาแล้วใน Hollywood Film Festival ซึ่งถือว่าในเรื่องนี้เธอก็ทำได้ดี ถึงแม้ว่าบทจะไม่ส่งเธอมากมายเท่าเรื่องอื่นๆ แต่ในทุกตอนที่มีบทเธอก็สามารถทำได้ดี ในการเรียกอารมณ์คนดูได้ดี ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เธอปล่อยพลังออกมาในตอนจุดพีคของอารมณ์ รวมทั้งในตอนที่นิ่งของอารมณ์เธอก็สามารถทำให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ได้อย่างดี ซึ่งโอกาสของนักแสดงทั้งคู่คงมีโอกาสในออสการ์ได้อย่างดี

อย่างที่รู้กันแน่ๆแล้ว โอกาสที่มีมากที่สุดของออสการ์ก็คือสาขาทางด้านนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น Best Leading Actor และ Best Supporting Actress โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขา Best Leading Actor ของ Michael Shannon ที่ดูจะมีโอกาสมากที่สุด และถ้าเป็นไปได้มีถึง 10 รายชื่อ ก็แน่นอนว่าจะมีเขาอยู่ในนั้นด้วย ส่วนโอกาสอันเล็กๆที่ยากจะเป็นไปได้ คือ Best Original Screenplay แต่คงยากมากเลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น