Header Ads

Tinker Tailor Soldier Spy : เด็ดปีกสายลับมือพระกาฬ

Tinker Tailor Soldier Spy : A- 
"★★★★"



หนังสายลับกลิ่นไอความเก๋าจากช่วงสงครามเย็น นี่คือหนังสายลับที่มีมนต์ขลังของความเป็นหนังสายลับในยุคก่อนๆ ไม่ใช่แนวแอ๊คชั่นมันส์หยดแบบ James Bond หรือ Bourne Lagacy ใดๆ แต่นี่คือหนังลับ ลวง พราง เรื่องเยี่ยมที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ โดยดัดแปลงมาจากหนังสือซึ่งยังคงความเป็นต้นฉบับไว้ได้ดี และดูตัวอย่างจาก TV Series ที่เคยทำเมื่อหลายปีมาแล้วเป็นไกด์ไลน์ในการเขียนบท และควบคุมเทคนิคทางภาพยนตร์

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สองของ Tomas Alfredson ผู้กำกับชาวสวีเดนที่เคยสร้างชื่อกระฉ่อนมาแล้วกับหนังดิบๆอย่าง Let  the Right One In เมื่อสามปีที่แล้ว กับหนังแนวดิบๆตามสไตล์ของเขา ซึ่งถือว่าเป็นผู้กำกับที่มีผลงานภาพยนตร์เพียงสองเรื่องซึ่งทั้งสองเรื่องล้วนแต่เป็นหนังเกรดดีทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเขาจะเคยกำกับภาพยนตร์ทาง โทรทัศน์มาก่อนหน้าที่จะมากำกับเรื่อง Let the Right One In ซึ่งดรีกรีสูงสุดคงเป็นการที่สามารถเข้าชิงรางวัลของ BAFTA ในอังกฤษได้นั่นเอง



ส่วนนักแสดงที่เด่นๆในเรื่องจะมีสามคนหลักๆคือ Gary Oldman , Colin Firth และ Tom Hardy มาที่นักแสดงนำชายหนึ่งเดียวที่ดูจะให้เนื้อเรื่องกับเขาเต็มที่กับ Gary Oldman หรือที่รู้จักกันดีจากบท Serius Black ในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter นั่นเอง เขาอยู่วงการภาพยนตร์มานานมากเรียกได้ว่าเป็นผู้อาวุโส แห่งวงการฮอลีวู้ดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เขาเล่นภาพยนตร์มา หลายเรื่องทั้งแนวรางวัล และแนวตลาดก็ตาม The Contender , Batman Begins , The Dark Knight และ Air Force One เป็นต้น มาคราวนี้กับ Tinker Tailor Soldier Spy หนังอีกเรื่องที่เปิดโอกาสให้เขาแสดงได้อย่างเต็มที่อีกครั้งจะมีโอกาสชิง รางวัลใดบ้างต้องรอลุ้นกัน

ส่วนนักแสดงฝีมือดี แต่บทน้อยมากอย่าง Colin Firth เมื่อปีที่แล้วพึ่งคว้าออสการ์ไปหมาดๆกับบทกษัตริย์ราชวงศ์อังกฤษในเรื่อง The King's Speech มาคราวนี้ กลับมาเล่นบทเป็นสายลับอังกฤษในสมัยสงครามเย็นดูบ้าง แน่นอนเมื่อดูประวัติการทำงานของเขาเราพบว่าสิ่งที่ยืนยันว่าเขาเป็นนักแสดง คุณภาพเพียงใด เช่นหนังที่เขาเล่น เช่น Pride & Prejudice , The English Patient , A Single Man และล่าสุดกับ The King's Speech เป็นต้น



ส่วนนักแสดงอีกคนที่ก็เรียกได้ว่าฝีมือดีแต่บทน้อยเช่นกัน กับ Tom Hardy ที่เริ่มสร้างชื่อมาจากภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down ในปี 2001 ก่อนที่จะมาบูมเป็นพลุแตกให้คนทั่วไปได้รู้จักกันในหนังเรื่องเยี่ยมของ Christopher Nolan เรื่อง Inception  ซึ่งนอกจาก Tinker Tailor Soldier Spy ในปีนี้ที่ได้เพียงแค่บทสมทบแล้ว ยังมีบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Warrior อีกด้วย



Tinker Tailor Soldier Spy เป็นหนังสายลับกลิ่นไอยุคเก่า ที่พูดถึงการเป็นสายลับในเกาะอังกฤษ ในยุคสงครามเย็นที่มีภารกิจแอบแฝงปฏิบัติงานสืบความลับในรัสเซีย หนังพูดถึงการที่มีสายลับสองหน้าในองค์กรสายลับของอังกฤษที่แฝงตัวอยู่ภายใน โดย George Smiley (Gary Oldman) จำต้องหาตัวสายลับสองหัวคนนี้ให้ได้ ในขณะที่เขากำลังจะเกษียณตัวเองแล้ว นี่คือภารกิจสุดท้ายของเขาในฐานะสายลับแห่งอังกฤษ ซึ่งต้องคอยปกป้อง และรวบรวมข้อมูลจาก Ricki Tarr (Tom Hardy) สายลับน้องใหม่ที่ถูกทางองค์กรของอังกฤษกล่าวหาว่าเป็นสายลับสองหน้า ซึ่งแท้จริงแล้วสายลับสองหน้าจะเป็นใครนั้น ยังมีการตั้งข้องสงสัยอยู่โดยหัวหน้าขององค์กร หมายหัวไว้ทั้งสิ้นสี่คนที่มีโอกาสเป็นสายลับสองหน้า โดยใช้ตัวแทนเป็น Tinker Tailor Soldier และ Spy

Directing การกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ของ Thomas Alfredson ยังคงความเป็นสวีเดนไว้ด้วยกับลักษณความดิบที่แสดงออกมาพอๆกับ Let the Right One In ก่อนหน้านี้ ด้วยลักษณะการถ่ายทำที่เนิบๆช้าๆตามสไตล์หนังสายลับสมัยก่อนที่ต้องการให้ ซึบซัมความขลังของหนัง และมีการตัดสลับของฉากต่างๆที่น่าสนใจ และทำให้เนื้อเรื่องมีความซับซ้อน และมีมนต์ขลังมากยิ่งขึ้น



Screenplay บทภาพยนตร์ดัดแปลง มาจากหนังสือชื่อก้องโลก ที่มีเค้าโครงส่วนหนึ่งของการดัดแลงมาจาก TV Series ในช่วงนั้นเพื่อทำความเข้าใจเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนของตัวหนังสือ ซึ่งถูกเขียนออกมาในรูปที่ยังคงความซับซ้อน คือ มีการโยกประเด็น และซ้อนประเด็นในเรื่องการหาตัวสายลับสองหน้า เพื่อสร้างความไม่น่าไว้วางใจ และคลุมเครือได้อย่างดี ซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นบทที่เรียบเรียงและเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่าในหนังสือ

Cinematography ภาพในภาพยนตร์เรื่อง นี้ อย่างที่บอกไป เป็นหนังดิบๆ ที่พยายามให้เกิดอารมณ์กับคนดูในเรื่องความคลุมเครือ และให้ซึมซับอารมณ์เหล่านั้น เพราะฉะนั้นจำต้องมีบางฉากที่มีภาพที่นิ่งและดิบเพื่อให้เขาถึงอารมณ์ของ หนังมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือองค์ประกอบของภาพที่ต้องเน้นให้เห็นถึงความดิบ และความคลุมเครือให้ได้ ซึ่งตรงนี้หนังก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี มีลุ้นออสการ์พอสมควร



Film Editing เป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งกับเรื่องลำดับภาพ เพราะตัวบทของหนังต้องการแสดงให้เห็นถึงความคลุมเครือ โดยอาศัยข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งตัวการลำดับภาพบางส่วนอาจจะหลอกคนดูให้คล้อยตามไปกับตัวเรื่อง และเฉลยตอนท้ายด้วยความเซอร์ไพรซ์ในตัวคนร้ายของเรื่องก็เป็นได้ เพราะการลำดับภาพในเรื่องนี้มีความสำคัญมากเพราะต้องมีการตัดภาพย้อนระหว่าง ปัจจุบัน และอดีต ซึ่งเป็นข้อมูลในการหาตัวสายลับสองหน้า

Original Score ดนตรีประกอบเรื่องนี้เป็นของ Alberto Iglesias Composer ชื่อดังอีกคนหนึ่งซึ่งสไตล์ของทำนองดนตรี เข้ากันได้ดีกับหนังเรื่องนี้คือ การใช้โน๊ตที่มีเสียงค่อนข้างสูงแต่เน้นไปในทางที่เริ่มจากเบา และมีระยะห่างที่ค่อนข้างมากเพื่อเร้าอารมณ์ให้คนดูซึมซับถึงความคลุมเคลือ ภายในหนังได้อย่างดี ประกอบกับความหม่นเล็กๆของเสียงไวโอลีนเบาๆ ที่จะช่วยเติมรสชาติของความคลุมเคลือได้เพิ่มขึ้นไปอีก และในบางช่วงที่ต้องการแฝงความระทึกก็จะใช้โน๊ตเปียโนเสียงต่ำๆโดยกดพร้อมๆ กัน เพื่อให้มีความน่าเคลือบแคลงเพิ่มขึ้น บวกกำเสียงไวโอลีนต่ำๆที่ช่วยเพิ่มอีกแรง แน่นอนว่ามีลุ้นสูงพอสมควรในการเข้าชิง



Sound แน่นอนด้านเสียงก็คงมีด้านเดียวคือ Sound Editing ไม่มี Sound Mixing แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขเสียงของทั้งตัวละครที่ให้มีโทนเสียงที่ใกล้เคียงกัน แสดงถึงความเป็นสายลับ และไล่ลำดับไปถึงความเก๋าต่างๆในการที่อยู่ในวงการสายลับนี้ บวกกับฉากองค์ประกอบอื่นๆที่อาศัยเสียงจากองค์ประกอบที่เพิ่มเข้ามาก็ดูจะสม เหตุสมผลในฉากนั้นๆ ไล่เรียงความดัง และความสำคัญของเสียงองค์ประกอบนั้นออกมาได้อย่างดี

Acting การแสดงเรียกได้ว่ามานิ่งๆแต่มีพลังกับ Gary Oldman ซึ่งไม่ได้ใช้รูปแบบการแสดงแบบพูดติดไฟ แต่เน้นการพูดเน้นๆ น้อยๆ แต่ใช้พลังจากทางสายตา และมาดนิ่งๆที่ส่งมาให้คนดูได้สัมผัสซึ่งเข้ากับลักษณะดิบๆของหนัง และความคลุมเคลือที่เกิดขึ้นในหนัง และในช่วงที่มีการเน้นพลังจากเสียง ที่มาจากอารมณ์โมโห ก็สามารถทำออกมาได้ดี ให้เห็นถึงอารมณ์ และสไตล์ของการเป็นสายลับที่ต้องเก็บความลับ และมีพลังในตัวเองด้วย ส่วนอีกสองคนที่แม้จะมีบทน้อยก็สามารถแสดงออกมาได้ดี Colin Firth ใช้การพูดในลักษณะวางมาดเช่นเดิมกับในเรื่อง The King's Speech ซึ่งก็สามารถแสดงออกมาได้ดูเป็นคนที่หัวแข็ง มั่นใจได้ แต่อาจจะติดมาดกษัตริย์ไปด้วยเล็กน้อย ส่วน Tom Hardy ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงการเป็นสายลับรุ่นน้องได้ดีที่อารมณ์ยังไม่มั่นคง ไม่แน่เท่ารุ่นเก๋า ดูแล้วเหมือนเป็นเด็กที่ยังพึ่งพี่ แต่ก็แอบแฝงไปด้วยพลังจากอาชีพสายลับพอตัว



ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวเต็งผู้ชนะในสาขา ไหนเลย แต่ตัวเต็งที่จะเข้าชิงก็มีอยู่ในหลายๆสาขา เช่น Best Picture , Best Actor in Leading Role และ Best Cinematography นอกจากนั้นในสาขาที่เหลือที่กล่าวออกมาด้านบนก็มีโอกาสเพียงเล็กน้อยแต่พอ น่าลุ้น

ไม่มีความคิดเห็น