Header Ads

Locarno 2018: Those Who Work ★★★★



Locarno 2018: Those Who Work (by Antoine Russbach)
★★

ความน่าตื่นตาตื่นใจของเทศกาลหนังโลคาร์โน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มักจะอยู่ที่สายรองของเทศกาลอย่าง Filmmakers of the Present มากกว่าสายหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้กำกับในสายนี้มักไม่ค่อยได้เห็นผลงานกันมาหลายเรื่องเสียเท่าไรนัก ดังนั้นในเรื่องของความคาดหวัง หรือรูปแบบมุมมองที่มีทั้งแปลกใหม่ และซ้ำซากจำเจที่ออกมาดีบ้างไม่ดีบ้างในแต่ละปีย่อมมีปะปนกันอยู่ ความเซอร์ไพรส์ในงานต่างๆจึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าในสายหลักอย่าง Golden Leopard ที่งานส่วนใหญ่มักอยู่ในขอบเขตที่พอจะพยากรณ์ทั้งในเรื่องประเด็น และคาแร็คเตอร์จากผลงานเรื่องก่อนๆของผู้กำกับ หนังของผู้กำกับ Antoine Russbach อาจไม่ได้หยิบจับประเด็นที่แปลกใหม่เสียทีเดียวนัก หนังยังพูดถึงผู้คนที่ดิ้นรนอยู่ในประเทศที่ค่าครองชีพสูง และต้องดิ้นรนอุทิศตนเพื่องานอย่างหนัก โดยหยิบจับประเด็นโฟกัสตรงส่วนนี้กับการเลียบเคียงกับเรื่องของผู้อพยพโดยที่ไม่ได้นำเสนอประเด็นผู้อพยพอย่างตรงไปตรงมา


ความน่าสนใจของมันอยู่ที่ตรงนั้น แม้ว่าประเด็น หรือรูปแบบของการนำเสนอในหนังเรื่องนี้จะไม่ได้แปลกใหม่เสียทีเดียวนัก การเล่าเรื่องโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างภาระงาน และครอบครัวเป็นภาพจำเจที่เรามักเห็นได้บ่อยในโลกของภาพยนตร์อยู่แล้ว โดยเฉพาะหนังที่หมาดหมายปั้นมือเพื่อเข้าฉายในเทศกาล ที่มาที่ไปของผู้กำกับน่าจะตอบคำถามกับสิ่งที่เขาพยายามโฟกัส พยายามที่จะนำเสนอออกมาผ่านเรื่องราวได้ค่อนข้างเห็นภาพชัดเจน ด้วยความที่ตัวตนของผู้กำกับนั้นมีส่วนผสมของความเป็นสวิส และแอฟริกาใต้อยู่ในตัวตนของเขา แต่แน่นอนว่าเขาเติบโตมาในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ การเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสวิสเซอร์แลนด์ ผ่านตัวละครชายวัยกลางคนที่บ้างาน อุทิศตนเพื่องานจนลืมสัดส่วนของชีวิตในครอบครัวของตัวเองที่มีองค์ประกอบที่ใหญ่กว่าคู่รักสองคน โดยงานนนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเดินเรือขนส่ง ซึ่งแน่นอนว่าสัมพันธ์กับเรื่องของผู้อพยพที่เดินทางลักลอบเข้ามาทางเรือขนสินค้า ประเด็นการเชื่อมโยงเมื่อเรื่องราวถึงจุดเปลี่ยน การกระเทาะอัตลักษณ์และตัวตนของผู้กำกับถูกตีความผ่านการเล่าเรื่องในภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาได้อย่างน่าชื่นชม 



มันน่าสนใจที่หนังแบ่งสัดส่วนของการให้พื้นที่ของเรื่องราวเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจสัดส่วนของพื้นที่ในสวิสเซอร์แลนด์ถูกวางเอาไว้ด้วยสัดส่วนที่สะท้อนภาพของผู้กำกับ ในขณะที่รากเหง้า และความเป็นไปที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายถูกสะท้อนภาพเป็นเหมือนเงาที่ไม่อาจหลุดพ้นของผู้กำกับ มันอาจขยายการตีความไปถึงประเด็น และปมที่สะท้อนอยู่ข้างในจิตใจลึกๆได้อย่างแยบยลด้วยซ้ำไป มันมีระดับของการประเมินคุณค่า และความหมายของช่วงเวลาที่ผู้กำกับเองสัมผัสจากความรู้สึกผ่านการดิ้นรนเพื่อครอบครัวผ่านการอุทิศตนเพื่องาน และประเด็นทางมโนธรรมที่ประเทศในโลกที่หนึ่งมักให้ความสำคัญ สองส่วนของเรื่องราวระหว่างการดิ้นรนเพื่อครอบครัว และการตัดสินใจเชิงมโนธรรมที่ผิดพลาดของตัวละครมันตั้งคำถามถึงการที่มนุษย์เราเองต่างก็ต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิตในหนทางของตัวเอง 


ความหนักเบา และคุณค่าของความเป็นมนุษย์ผู้อุทิศตนในหนังนั้น ไม่ได้ถูกให้ความหมายอย่างชัดเจนนัก แต่มันส่งต่อคำถามเหล่านั้นกลับมาหาผู้ชมมากกว่า และนั้นเป็นกุญแจที่สำคัญของหนังเรื่องนี้ และทำให้หนังมีเอกลักษณ์บางประการที่โดดเด่นขึ้นมา ซึ่งนั้นก็คือสมดุลของประเด็นที่ตั้งคำถามถึงการดิ้นรนของมนุษย์ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง คนเหล่านั้นในหนังถูกบอกเล่าผ่านตัวละครเพียงคนเดียวที่สะท้อนการดิ้นรนของมนุษย์ที่อยู่ในระบบทุนนิยมที่ทุกคนต่างเหยียบหัวของกันและกันขึ้นไปยังจุดที่เหนือกว่า และสะท้อนให้เราเห็นว่าในโลกของความเป็นจริงคุณค่าของความเป็นมนุษย์นั้นมักมีราคาที่ประเมินได้อยู่ตลอดเวลา หาใช่โลกในอุดมคติที่อยู่ในมโนทัศน์ทางความคิดของตัวเราไม่ มันกลายเป็นงานเริ่มต้นบินเดี่ยวของผู้กำกับที่น่าสนใจมาก และน่าจับตามองในหนังเรื่องต่อๆไปของเขา



ไม่มีความคิดเห็น