Header Ads

Locarno 2018: Trote ★★★★


Locarno 2018: Trote ความสัมพันธ์ของม้า และมนุษย์ (by Xacio Bano)
★★

หลังจากหนังสั้นหลายเรื่องของผู้กำกับได้ตระเวนเข้าฉายในเทศกาลต่างๆทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้หนังสั้นสองเรื่องของผู้กำกับเองก็ถูกเลือกฉายประกวดในเทศกาลหนังโลคาร์โนมาก่อนแล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็น To Be and to Come Back และ Eco การกลับมาในครั้งนี้ของผู้กำกับในหนังยาวเรื่องแรก และเข้าประกวดในสายรองอย่าง Filmmakers of the Present ก็ไม่ได้ถือเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ของเทศกาลเสียทีเดียว การเรียนทางด้านกำกับภาพของเขามาจากมหาวิทยาลัยลีอองในประเทศบ้านเกิดของเขาอย่างสเปน สะท้อนผลลัพธของงานภาพที่จัดอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม การวางองค์ประกอบภาพ รวมไปถึงการให้ความหมายของเรื่องราวด้วยการจัดแสง โดยเฉพาะการวางแสงธรรมชาติในหนังสื่อความหมาย และความรู้สึกต่างๆได้เด่นชัดพอสมควร ซึ่งแข็งแรงกว่าการเล่าเรื่องโดยใช้บทพูด หรือสถานการณ์สมมติอย่างชัดเจน กลายเป็นคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่นของหนัง และทำให้หนังเรื่องนี้มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว


ตามชื่อเรื่องของหนังเรื่องนี้ที่ว่าด้วยการวิ่งเหยาะๆของม้า เป็นไอเดียคอนเซ็ปของหนังที่เรียบง่าย แต่ทว่าทำให้การสื่อสารของมันออกมาชัดเจนมากยิ่งขึ้น เอาเข้าจริงงแล้วการใช้เส้นเรื่องของหนังเองอาจยังไม่แข็งแรงมากนัก เพราะตัวหนังเองดูจะให้ภาพมุมกว้างของความสัมพันธ์ในเชิงระบบสังคมมากกว่าที่จะเจาะลึกในแง่ของความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างตัวละครที่เกิดขึ้นจริงๆ แม้ว่ามันจะเป็นภาพมุมกว้างของเรื่องราวก็จริง แต่การสร้างระบบที่มีสมดุลของการจัดวางสัดส่วนของเรื่องราว และการไล่น้ำหนักผ่านแสงและเงาของภาพมันก็สะท้อนให้เห็นถึงสมดุลของเรื่องราวที่ลงตัว สภาพโดยรวมของหนังในลักษณะที่ค่อยๆเคลื่อนตัว สำรวจมุมมองของความสัมพันธ์ทั้งในเชิงบริบทส่วนบุคคล และบริบทที่พูดถึงปฏิสัมพันธ์ของสังคมในวงที่กว้างขึ้นมามีท่าทีของการพินิจเพ่งสมาธิผ่านการเล่าเรื่องราวที่ต้องใช้ความนิ่งเงียบจดจ่อกับการเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก ถ้าเราจัดแบ่งอย่างไม่เป็นทางการแล้วนั้นอาจบอกได้ว่าหนังเองจัดอยู่ในพวกหนัง Meditative films ที่ปล่อยให้ก้วงเวลาอันนิ่งเงียบไหลผ่านตัวเราไปอย่างพินิจตึกตรอง



การไล่ผ่านของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้นั้นไม่เพียงแต่พูดในไทม์ไลน์ของการเล่าเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร และสังคมเท่านั้น แต่การซึมซาบเรื่องราวนั้นยังเกิดผ่านความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ถูกสะท้อนผ่านภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพที่เป็นเทกเจอร์ในหนัง ไม่ว่าจะเป็นการโคลสอัพพื้นผิวของตัวละครในหนัง ตลอดจนวัสดุสิ่งใดที่คลืบคลานเข้ามาในเฟรม เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าการให้ความหมายและความรู้สึกของหนังเรื่องนี้ขยายตัวอย่างละเมียดละไมไปตามเส้นทางเดินของเรื่องราว ทั้งที่ถูกวางอยู่บนสตอรี่ไลน์ในฐานะเรื่องราวตามตัวหนังสือที่ถูกกำหนดเป็นไกด์ให้กับเรื่องในหนัง และอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกเก็บเกี่ยวระหว่างทาง ผ่านภาพที่เหมือนงานแขวนตามพิพิธภัณฑ์ การผสมผสานสองส่วนนี้เข้าด้วยกันในน้ำหนักที่สมดุล สร้างผลลัพธ์ที่น่าชื่นชม



แน่นอนว่าจากภาพนิ่งหรืออะไรต่างๆที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้าที่หนังฉายจะเห็นว่าหนังเลือกใช้โทนสีหนังเป็นสีทอง แต่การให้ความหมายของหนัง ร่วมกับการกำหนดบริเวณ และภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้นที่ตัวละครต้องติดอยู่กับที่ไม่อาจหลีกหนีจากสถานะ และสภาพการณ์ที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ ให้ความรู้สึกที่กึ่งจะโชติช่วงรุ่งโรจน์ การสร้างผลลัพธ์ที่เหมือนจะเป็นด้านบวก แต่ยังไม่บวกสัมบูรณ์นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้หนังสามารถขยับขยายภาพความสัมพันธ์ของตัวละครตัวหนึ่งที่ต้องมีชีวิตติดอยู่กับที่ ไม่สามารถค้นหาอิสรภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ การกลับบ้านของน้องชายที่ไปมีครอบครัวที่อื่นห่างไกลบ้าน ทำให้เกิดเงื่อนไขของการพิสูจน์ภาพที่หนังพยายามสร้างให้เห็นถึงภาพของม้าที่วิ่งเหยาะๆอยู่ในรั้วที่ถูกล้อมคอกเอาไว้อย่างดี มันดูเหมือนมีอิสระ แต่มันก็ไปไหนไม่ได้ไกล การนำเสนอภาพความสัมพันธ์ของคน และม้าในหนังเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนความหมายในเชิงอิสรภาพ และการเคลื่อนตัวของชีวิตได้อย่างเรียบง่ายมั่นคง ผู้กำกับ Xacio Bano สร้างผลงานเรื่องแรกได้น่าจดจำ

ไม่มีความคิดเห็น