Header Ads

[Review] Eullenia ★★



[Review] Eullenia (by Paul Spurrier)
★★

ผู้กำกับชาวอังกฤษที่เข้ามาทำหนังในไทยตั้งแต่สิบสามปีก่อน กับเรื่องแรกที่สำรวจความเชื่อเรื่องภูติผีปีศาจในพื้นที่ชนบทห่างไกลอย่างเรื่อง P หลังจากนั้นกว่าสิบปีเขากัลบมาอีกครั้งหนึ่งกับการสำรวจประเด็นในลักษณะที่ใกล้เคียงกันอย่างเรื่องเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นในชนบทห่างไกล และสัมพันธ์กับป่าที่ชาวบ้านเชื่อเรื่องพลังอำนาจลี้ลับในหนังเรื่อง The Forest ซึ่งในการสำรวจประเด็นของหนังก่อนหน้านี้ทั้งสองเรื่องดูเหมือนเขาเองจะสนใจวิถีความเชื่อของความเป็นชนบทที่มีเอกลักษณืเฉพาะตัวที่ชัดเจนอยู่ไม่น้อย และมันก็มีมุมมองที่น่าสนใจผ่านสายตาของความเป็นคนนอก ผ่านสายตาของคนที่มีความเชื่อและวัฒนธรรมจากดินแดนไกลโพ้นทะเลที่ต่างออกไปชัดเจนจากสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดังนั้นจุดหรือมุมมองที่เขาโฟกัสมันจะมีแง่มุม ตลอดจนคาแร็คเตอร์ของการเล่าเรื่องที่ต่างออกไปในความลึกลับเร้นลับที่เขาเองมองออกมาผ่านเลนส์ ซึ่งด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวตรงนี้มันทำให้งานของเขาโดดเด่นทุกครั้งเวลาที่เขาผลิตงานออกมา เพราะพูดกันตามตรงก็เป็นชาวต่างชาติน่าจะจำนวนไม่กี่คนที่ยังฝังประเด็นของการสำรวจวิถีของไทยในเชิงวัฒนธรรม และสังคมความเชื่อ


แม้ว่าหนังเรื่องใหม่ของเขาจะมีพื้นที่ของความเป็นสังคมชนชั้นกลาง ชนชั้นสูงที่อยู่ในเมืองมากขึ่น และมันสัมพันธ์กับประเด็นของความไม่เท่าเทียมกัน ความเหลื่อมล้ำของชนชั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยหนังเองเลือกเอาความสัมพันธ์ของชนชั้นแรงงานต่างจังหวัดที่เข้ามาหางานทำเพื่อไปรักษาน้องสาวที่ป่วย แน่นอนว่าหนังย่อมสอดแทรกโลกของทุนนิยมเข้าไปอย่างแจ่มชัด ประเด็นเรื่องราคาความหมายของคน ของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจนั้นถูกตั้งคำถามเกิดขึ้น จิตวิญญาณของมนุษย์นั้นสามารถถูกตีราคาได้หรือไม่ และใครที่มีคุณค่ามีราคามากกว่ากันระหว่างการเป็นนายทุนที่เหมือนเอื้อโอกาสให้ชนชั้นล่างได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็สูบเลือดเนื้อของชนชั้นเหล่านั้นเพื่อที่ตัวเองจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย เราสามารถเหยียบหัวคนที่เหมือนเป็นเป้าหมายของความดีงามที่เราสร้างขึ้นได้หรืออย่างไร ประเด็นความสัมพันธ์ ราคาของความเป็นมนุษย์นั้นถูกตั้งคำถามอยู่ในโลกของทุนนิยมที่ดูเหมือนอะไรก็สามารถถูกซื้อได้อย่างง่ายดายด้วยเงิน


พอตัวละครที่ต่างชนชั้นมาทำปฏิสัมพันธ์กัน เราจะเห็นว่าหนังเองเริ่มสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะของการสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้น เงื่อนไขที่หนังสร้างให้เกิดขึ้นนำมาซึ่งการแก้แค้นของตัวละครในเนื้อเรื่อง แต่มันน่าเสียดายที่หนังเองผูกปมในเรื่องในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน และการสร้างโครงสร้างของเรื่องราวที่ถูกอิงอยู่กับโครงสร้างทางชนชั้นในโลกทุนนิยมนั้นก็ไม่ได้ถูกขยับขยายออกไปได้มากเท่าที่ควร การเล่นอะไรซ้ำในลักษณะเดิมๆนั้นมันยิ่งทำให้สภาพของการเล่าเรื่องของหนังมันเหมือนพายเรือวนอยู่ในอ่าง การย้ำสิ่งเดิมแต่ไม่ได้ขยายออกไป หรือการย้ำสิ่งเดิมแต่ไม่ได้ทำให้มันมีมิติที่ลึกมากยิ่งขึ้นมันย่อมสร้างปัญหาให้หนังค่อนข้างมาก บวกกับตัวละครที่ไม่มีพื้นฐานของตัวละครที่แข็งแรงมากเท่าไรนัก การสร้างที่มาที่ไปมันเลยไม่มีมากเสียเท่าไหร่ และมันทำให้ตัวละครดูแบนไม่มีความเป็นมนุษญื ไม่มีเนื้อหนังมังสา กลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ถูกแทนค่าในสมการเพื่อหาคำตอบเพียงเท่านั้นเอง ความติดขัดที่เกิดขึ้นกลายเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกเสียทีของหนังผู้กำกับอย่าง Paul Spurrier ซึ่งมันไม่พัฒนาเรื่องราวไปกว่าภาพฉาบฉวย เละเปลือกนอกที่เริ่มแห้งกรังขึ้นทุกที ยังไม่รวมการแสดงที่ไม่ค่อยแข็งแรงอีกเช่นเคย

ไม่มีความคิดเห็น