Header Ads

[Review] Alpha ★★★


[Review] Alpha (by Albert Hughes)
★★★ 

หลังจากสร้างชื่อจากหนังเอาชีวิตรอดในโลกที่ไม่สมบูรณ์พร้อมสำหรับกลุ่มคนคนหนึ่งในปี 1993 กับเรื่อง 'Menace II Society' และ หลังจากนั้นในหนังดราม่าโลกดิสโทเปียล่มสลายในปี 2010 กับเรื่อง 'The Book of Eli' ซึ่งนับตั้งแต่เรื่องแรกของเขามาก็ดูจะไม่มีหนังที่สร้างความถูกอกถูกใจเท่าไหร่นัก เอาเข้าจริงแล้วแม้ในตัวตนของหนังของเขาจะชอบใส่ประเด็นการเอาชีวิตรอดในโลกที่เขาสร้างขึ้นในหนังเรื่องนั้น เรียนรู้ความเข้าใจในโลก และสัจธรรมที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงที่ไหลเข้ามาปะทะตัวเรา แต่ดูเหมือนว่าเขาต้องใช้เวลาถึงยี่สิบห้าปีในการที่จะหาแนวทางของตัวเองทำออกมาให้ผลลัพธ์อยู่ในเกณฑ์ดีแบบในหนังเรื่องล่าสุดของเขาที่แม้ว่าจะยังห่างไกลผลงานเรื่องแรกของเขาอยู่ชัดเจน แต่ทว่าด้วยพล็อตเรื่องที่ย้อนไปในโลกอดีตของบรรพบุรุษมนุษย์ และโลกที่ต้องให้ตัวละครดึกดำบรรพ์ได้เรียนรู้ความโหดร้ายของโลกใบนี้ และก้าวผ่านวัยไปพร้อมกับเหตุการณ์สำคัญช่วงหนึ่งของชีวิตนั้น จะเป็นพล็อตเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย และการเอาความสัมพันธ์ระหว่างสปีชีส์ที่ใกล้ชิดกันอย่างมนุษย์ และหมาป่านั้นดูจะเป็นส่วนที่น่าจะทำให้เกิดภาวะฟูมฟายของสถานการณ์จนเกินงามด้วยซ้ำไป แต่กลับกลายเป็นว่าผลลัพธ์ของหนังเล่นได้ดี และควบคุมไดนามิกของหนังให้เติบใหญ่ได้อย่างน่าชื่นชมอยู่ไม่น้อยทีเดียว


หนังเล่าเรื่องในโลกที่ย้อนไปเมื่อสองหมื่นปีก่อนที่บรรพบุรุษของมนุษย์สายพันธุ์หนึ่งในยุโรปเตรียมตัวที่จะคัดเลือกสมาชิกใหม่ในเผ่าเพื่อร่วมการล่าครั้งใหญ่ครั้งลำคัญก่อนที่ฤดูหนาวมาถึง และนั่นเองที่เด็กคนหนึ่งได้ถูกเลือกเข้าไปร่วมการล่านั้น และเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจนทำให้เขาเองถูกทิ้งเอาไว้ต้องหาทางกลับบ้านเอง ในระหว่างทางก็เจอกับหมาป่าและสร้างความสัมพันธ์กันเกิดขึ้น การเลือกคาแร็คเตอร์บทนำของตัวละคร ตลอดจนการใช้เรื่องราวเข้ามาปฏิสัมพันธ์เป็นสิ่งที่มักเห็นได้ในกลุ่มหนังสูตรสำเร็จแบบนี้ที่ต้องการนำเสนอภาพของตัวละครเด็กที่อ่อนต่อโลก ยังไม่เรียนรู้ความโหดร้ายของโลกใบนี้ ซึ่งความโหดร้ายอันดิบป่าเถื่อนในโลกยุคก่อนของมนุษย์ที่สิ่งมีชีวิตนั้นต่างพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ตลอดเวลา การเซ็คอัพเอาความสัมพันธ์ระหว่างหมาป่า และเด็กเข้ามาสะท้อนการก้าวผ่าน และการดิ้นรน ตลอดจนเรื่องของการยอมรับตัวตนยอมรับความเป็นไปที่เกิดขึ้นภายในความอ่อนโยนและแข็งกร้าวที่ถูกสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ มันเป็นปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างความอ่อนต่อโลก ความอ่อนโยนจากตัวเด็ก และหมาป่าที่เหมือนเป็นภาพของความแข็งกร้าว และหยาบกร้าน แต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลละมุนของธรรมชาติ การปฏิสัมพันธ์อย่างพอดีในหนังเรื่องนี้สร้างผลลัพธ์ที่น่าชื่นชมไม่น้อยทีเดียว


ความน่าสนใจของหนังอยู่ที่การวางสัดส่วนของเรื่องราวในส่วนต่างๆไว้ค่อนข้างสมดุล มันมีประเด็นที่ต้องการนำเสนออยู่สามส่วนหลักด้วยกัน ส่วนแกนสำคัญคือ เรื่องผ่านตัวเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ที่จะเติบโต การก้าวผ่านวัยเข้าใจโลกที่อยู่ ประเด็นถัดมาก็คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวเด็ก และหมาป่า และสุดท้ายคือเรื่องของครอบครัว การวางตำแหน่งของประเด็นแกนกลางที่ถูกห้อมล้อมด้วยประเด็นย่อยๆที่เกิดขึ้น ซึ่งประเด็นย่อยๆที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแล้วแต่มีภาพแทนความรู้สึกของอารมณ์ในแต่ละประเด็นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่หนังสร้างสมดุลระหว่างประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้นได้ดี มันก็ทำให้อารมณ์ของหนังเองถูกทำให้สมดุลมากขึ้นด้วย ภาพของแกนกลางที่เป็นภาพของการเปลี่ยนผ่านวัยเรียนรู้โลกของเด็กจึงมีท่าทีที่เป็นผู้ใหญ่ และไม่ฟูมฟาย ทำให้ผลลัพธ์ของหนังนั้นมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากการที่สไตล์ผู้กำกับของหนังเองมาทางนี้อยู่แล้ว จะเห็นว่ามันค่อนข้างเหมาะกับประเด็นการก้าวผ่านวัยที่โฟกัสเรื่องราวที่ตัวเด็ก และสร้างความสัมพันธ์ต่างสายพันธุ์ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้คาดคิดว่าพัฒนาการของหนังเรื่องนี้จะไปไกลมากกว่า 'The Book of Eli' มากเท่าไรนัก เพียงแต่สไตล์ที่ค่อนข้างนิ่ง บวกกับความโหดร้ายของการนำเสนอซีนต่างๆในหนัง มันคอนทราสต์ได้อย่างลงตัวกับความฟูมฟาย ความสว่างไสวที่ชวนหวือหวาของวัยเยาว์มากกว่า มันเลยออกมาลงตัว


ซึ่งเอาจริงๆแล้วเราเองอาจจะไม่ได้เห็นพัฒนาการของเรื่องราวที่เข้มข้นมากเสียเท่าไหร่นัก หลายจุดของหนังเองยังค่อนข้างมีพัฒนาการที่น้อย และเบาอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะด้วยเวลาการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างน้อย และมีประเด็นย่อยที่ถูกสร้างขึ้นในหนังเรื่องนี้ ซึ่งแม้ว่าผลลัพธ์ของมันจะไม่ได้เข้มข้นมากนัก แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างพร้อมในจุดต่างๆของเรื่องราว จะเห็นว่าการเรียนรู้อาจไม่ได้พัฒนาเข้มข้นไปตามการเดินทางที่เกิดขึ้น แต่อย่างน้อยภาพของเส้นทางที่ตัวละครเดินมาจนจบมันก็เป็นการบังคับกลายๆถึงจุดสิ้นสุดของเรื่องราว ในทางหนึ่งมันอาจจะมีความบกพร่องของประเด็นการพัฒนาเรื่องราว แต่ในอีกทางหนึ่งมันกลับกลายเป็นว่ามันทำให้หนังเองขยับขยายวิธีการเล่าเรื่อง ตลอดทิศทางของตัวละครแต่ละตัวที่ใส่ในหนังได้มากขึ้น อย่างกรณีของการเลือกเส้นทางชีวิตของตัวละครเด็ก และหมาป่า ซึ่งการที่หนังเองเลือกที่จะไม่เข้มข้นกับพัฒนาการความสัมพันธ์ตรงส่วนนี้มากนัก มันทำให้เป้าหมาย ตลอดจนคาแร็คเตอร์ ความคิดการตัดสินใจหลายๆอย่างของตัวละครเดินอยู่บนทางที่น่าเชื่อถือ และสมเหตุสมเหตุมากกว่าการหวังผลเพียงซีนดราม่าทางอารมณ์เหมือนเฉกเช่นในหนังหลายๆเรื่อง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมามันเลยมีความหนักแน่นของการเล่าเรื่องที่มีความเรียลลิสต์อยู่พอสมควร

ไม่มีความคิดเห็น