Header Ads

[Review] Crazy Rich Asians ★★★


[Review] Crazy Rich Asians (by Jon M. Chu)
★★★ 

หลังจากแจ้งเกิดจากหนังสตรีทแดนซ์อย่าง Step Up 2: The Streets ดูเหมือนชื่อของผู้กำกับจะยังดูสถานะเป็นผู้กำกับหนังเกรดรองที่ยังห่างไกลคำว่าประสบความสำเร็จ ไม่เพียงแต่การันตีในเชิงรายได้เท่านั้น แต่มันยังรวมไปถึงในเรื่องของคำวิจารณ์ที่ไม่ได้เข้าใกล้คำว่าดีมากเท่าไหร่นัก แม้เขาจะได้โอกาสเข้ามากำกับหนังสเกลที่ใหญ่ขึ้นอย่าง G.I. Joe: Retaliation และก่อนหน้านี้กับหนังเรื่อง Now You See Me 2 ดูเหมือนว่าชื่อของผู้กำกับก็ยังถูกกังขาในคุณภาพงานที่เอาใจตลาด แต่ยังไม่มีคุณค่าในเรื่องของงานวิจารณ์ให้พูดถึงในเชิงบวกมากเสียเท่าไหร่นัก เอาเข้าจริงแม้แต่ตอนหนังเรื่องล่าสุดของเขานั้นเผยโฉมในช่วงแรกๆก่อนหนังฉายก็ยังไม่มีใครคาดคิดว่าตัวหนังเองจะได้รับกระแสที่ล้นหลามเกินคาดมากขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่สื่ออเมริกันอยากเห็น หรือเป็นเพราะคุณภาพตัวงานกันแน่ แต่ที่แน่ๆการที่หนังเองประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้มันย่อมมีจุดที่น่าสนใจ และเป็นใบเบิกทางที่สำคัญของหนังเรื่องนี้ของผู้กำกับ Jon M. Chu แน่นอน


ความน่าสนใจของมันอยู่ที่ข้อถกเถียงทางคาแร็คเตอร์ของหนังเรื่องนี้ แน่นอนว่าผู้กำกับเป็นคนอเมริกันของแท้ แม้จะเป็นเอเชี่ยนอเมริกันก็ตามที คงเหมือนตัวละครผู้หญิงตัวเอกของเรื่องที่โดนคำครหาถึงคาแร็คเตอร์เฉกเช่นเดียวกันว่าจะเป็นคนอเมริกันก็คงไม่เต็มร้อย แต่จะเป็นคนเอเชียยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่ มันเลยให้ภาพของหนังผ่านความเป็นเอเชี่ยนอเมริกันที่เข้ามาวิพากษ์ความเป็นเอเชียนอีกทีหนึ่ง ซึ่งประเด็นตรงนี้น่าสนใจมาก และการที่หนังเองเลือกสิงคโปร์เป็นที่ที่ถ่ายทำ มันก็ทำให้ความยืดหยุ่น หรือความประหลาดที่ดูเหมือนไม่ใช่ความเป็นเอเชียของหนังเองมีความเข้ากันที่มากขึ้น เนื่องด้วยพหุวัฒนธรรม ความผสมผสานของกลุ่มคนที่เกิดขึ้นที่หนัง ที่อาจจะมองได้ว่า สิงคโปร์เองก็ไม่ใช่จีน ไม่ใช่อินเดีย ไม่ใช่มลายู และชนชั้นนำของเขาหลายคนก็รับวัฒนธรรมค่านิยมของความเป็นคนต่างชาติทั้งในเชิงของการดำเนินธุรกิจ หรือแม้แต่ส่งลูกไปศึกษาต่อเข้ามา เพราะฉะนั้นความผสมผสานของค่านิยมความเชื่อต่างๆที่เกิดขึ้นในชนชั้นนำของสิงคโปร์ จึงผสมผสานได้ไม่ประหลาดมากนักกับความเป็นอเมริกันเอเชียน หรือผ่านสายตาของความเป็นอเมริกันเอเชียน


คุณค่าของสายตาผ่านงานของเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันอาจจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ามันมีความเป็นเอเชียนมากขนาดนั้น ถ้าในเชิงที่ว่ามันเป็นมุมมองของชนชั้นกลุ่มทุนที่มีเงินก็อาจจะเป็นมุมมองที่เข้าใจได้ไม่ยากนัก หรือแม้แต่ความเป็นเอเชี่ยนอเมริกันที่มันมากกว่าอย่างชัดเจนในหนัง ซึ่งการตั้งคำถามต่อคาแร็คเตอร์ หรือในเชิงเชื้อชาติแบบนี้มันลื่นไหล และน่าสนใจพอตัวทีเดียว เอาเข้าจริงจะว่าไปประเทศสิงคโปร์เองก็ไม่ได้มีความเป็นประเทศที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่หยั่งลึกมากนัก ค่อนข้างไปทางสถานะของผู้อพยพที่เข้ามาผสมผสานกลมกลืนกันมากกว่า การเลือกสิงคโปรเป็นตัวดำเนินเรื่องราวจึงเป็นสิ่งที่ดี และทำให้หนังเองไม่สร้างความไม่ลงตัวที่มากเกินไป ทีนี้ความแตกต่างของค่านิยมของคนสองรุ่น ระหว่างรุ่นพ่อแม่ และรุ่นลูกนั้นย่อมมีความแตกต่างกันอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา เป็นแบบนี้ทุกที่ในโลก แน่นอนว่าก็รวมสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ด้วย ความเป็นจีนในเลือดของพ่อแม่ย่อมเข้มข้นกว่าเลือดของลูกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ส่วนมากอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ยากที่จะตัดสินว่าความเป็นจีน การยึดกับรากเหง้าของคนคนหนึ่งจะหายไปเมื่อไหร่ และมันจะหายไปแค่ไหนเมื่อเวลาผ่านไป แต่สำหรับคนต่างรุ่นที่ห่างจากความสัมพันธ์กับดินแดนบรรพบุรุษมานานแสนนานย่อมมองสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไป


ในความลื่นไหล หรือความสนุกที่หนังสร้างขึ้น และมีความเยอะที่มากล้นของตัวละครที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์เรื่องมันก็สร้างจุดบอดให้กับเรื่องได้เช่นกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการละเลยของตัวหนังเองด้วยหรือไม่ ประเด็นที่ถูกสร้างกับตัวละครรองอื่นๆหลายครั้งเหมือนหนังเองจะพยายามให้น้ำหนักของเรื่องราวที่เกิดกับตัวละครอื่นๆในเรื่องมาส่งผลกับเส้นเรื่องของตัวละครหลักในเรื่อง แต่มันไม่มีแรงมากเพียงพแ พัฒนาการของเส้นเรื่องรองมันไม่ได้เข้มข้นมากขนาดที่จะสามารถเอามาขับเน้น หรือสร้างคอนทราสต์กับเรื่องราวหลักได้มากเสียเท่าไหร่ ตรงส่วนนี้หนังเองยังพัฒนาได้น้อยเกินไปหน่อย และจุดไคลแม็กซ์ของเรื่องราวบางเส้นเรื่องที่เข้ามาพัวพันกับตัวละครหลัก อย่างเรื่องของคู่แต่งงานนั้นก็ดูถูกปล่อยทิ้งไว้ในช่วงท้ายๆ ทั้งๆที่หนังเองเหมือนจะพยายามดึงไคลแม็กซ์ของมันเข้ามาสัมผัสตัวเรื่องแค่เอื้อมแล้ว มันจึงกลายเป็นว่าหนังเพียงใช้แค่เศษเสี้ยวของคำพูดแค่นั้น นอกนั้นเป็นส่วนเกินที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้และโละทิ้งไปในท้ายที่สุด แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ของผู้กำกับ ด้วยความที่สเกลของเรื่องราวมันใหญ่ และวุ่นวายมากขึ้น มีจุดบอดค่อนข้างมาก แต่การเคลื่อนตัวด้วยคำถามเชิงชาติพันธุ์ และความบันเทิงของเรื่องราวก็ทำให้หนังดันตัวเองไปจวบจนชายฝั่ง


ไม่มีความคิดเห็น