Header Ads

Slamdance 2018: M/M ★★★


Slamdance 2018: M/M (by Drew Lint)
★★★

ผลงานขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับชาวแคนาดาหน้าใหม่อย่าง 'Drew Lint' ที่เล่าเรื่องในรูปแบบของหนังทดลองผ่านประเด็นทางเพศสภาพ หนังเองสร้างคาแร็คเตอร์ไว้ค่อนข้างชัดเจนในการเล่นกับรูปแบบของความฝัน ซึ่งมันทำให้เกิดคำถามในเรื่องของความจริง และความไม่จริงในหนัง หนังเริ่มเรื่องราวด้วยการที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งเจอกับชายคนหนึ่งในจังหวะนั้นเองในเสี้ยววินาทีของการมองเห็นตัวเขาเองเริ่มสร้างแรงพลังบางอย่างที่ทำให้การทดสอบตัวตน และความหลงใหลที่เขามีกลายเป็นภาพซ้อนทับทั้งในความจริง และความฝัน สิ่งใดจริง และสิ่งใดไม่จริง ความน่าสนใจของการเล่นไลน์ในการเล่าเรื่องที่ไม่ชัดเจนระหว่างความจริง และความฝันที่ดูเหมือนจริง มันทำให้หนังเองสร้างพื้นที่ของการสำรวจเรื่องแรงขับทางเพศ อัตลักษณ์ของความเป็นเราผ่านตัวตน ผ่านรูปแบบทั้งทางกายภาพ และทางจิตวิญญาณ การสำรวจเรื่องราวถูกสำรวจผ่านลักษณะของหนังที่เล่นกับสภาพทางจิตใจ ผ่านจิตวิทยาความคิดความรู้สึก การตระหนักรับรู้ของตัวละคร ภาพของเรื่องราวถูกซ้อนทับแล้วซ้อนทับเล่าจนคนดูแทบจะยากไม่ออกว่าพาร์ทใด ส่วนใดของเรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริง ส่วนใดของเรื่องราวที่เป็นเพียงภาพนึกคิด การผสมผสานตัดสลับกันไปมาของหนังสร้างการสำรวจพื้นที่ และประเด็นได้อย่างไร้ขอบเขตมากยิ่งขึ้นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น อาจเป็นเพียงอุปมาอุปมัยที่ตัวละครเพ้อฝันไป หรืออาจเป็นความเป็นจริงอันแปลกประหลาดที่นำเสนอผ่านออกมาในโลกคู่ขนานของความจริง


หนังเองเริ่มแรกเดิมทีนั้นจงใจหยิบเอารูปปั้นที่เป็นลักษณะของเพศชายเข้ามาใส่อย่างชัดเจน และการสำรวจทั้งในเชิงแรงขับทางเพศภายใต้ภาวะการณ์ของการไร้สติความผิดชอบชั่วดีของตัวละครในหนังที่มีต่อชายคนหนึ่งภายหลังเจอกันเพียงไม่นานสร้างการตีความในแง่ของการสำรวจความซ้อนทับของความเป็นเพศชายในหนัง ในทางหนึ่งมันอาจมองเป็นเพียงเรื่องของความอยากส่วนตัวของตัวละครที่มีต่อเรือนร่างหรือการครอบครองใดๆก็ตามที่ตัวละครมีต่อชายผู้นั้น ในขณะเดียวกัน ในอีกทางหนึ่งนั้นมันอาจสำรวจภาพของการอุปมาอุปมันถึงลักษณะทางเพศชายที่ตัวละครเองปราถนาอยากเป็น ถ้ามันมองในแบบที่หนึ่งนั้นจะให้ความหมายถึงเพศสภาพของตัวละครในลักษณะค่อนไปทางกลุ่มเพศที่สาม แต่ถ้ามองในลักษณะของแบบที่สองนั้น มันกลับสะท้อนเอกลักษณ์ของฟีโรโมนเพศชายที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของมนุษย์เพศชายมากกว่า ดังนั้นระดับของการวิเคราะห์ตีความตรงส่วนนี้อาจเป็นไปได้ และมันเป็นทางในสองทางที่สามารถพัฒนาไปได้ด้วยกันอยู่แล้ว และชัดเจนอยู่พอสมควรกับการเอารูปปั้นเพศชายที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นเพศชายหยิบใส่เข้ามาในหนังมันทำให้การนำเสนอไปในทิศทางเดียวกัน และการขับประเด็นก็มีความชัดเจนไปในส่วนเดียวกัน ถือเป็นการวางโครงเรื่องในการกระเทาะประเด็นได้ค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อย


เอาเข้าจริงแล้วหนังเขย่าประสาทในลักษณะที่เล่นกับตัวตนความจริงหรือไม่จริงที่ลี้ลับแบบนี้น่าจะได้รับอิทธพลจากหนังของ 'Bergman' อยู่แล้ว และโครงของเรื่องมันก็ดูจะเป็นอย่างนั้น การผสมผสานภาวะของความฝันในโลกของหนัง ซึ่งถูกทำให้เหมือนเสมือนโลกจริงของตัวละคร ทั้งการใช้งานภาพที่เต็มไปด้วยการวางเรื่องสีในภาพไว้อย่างชัดเจน การสร้างความฟุ้งความขมุกขมัวเชิงฝัน หรือแม้แต่การโคลสอัพแผ่นหลัง หรือสิ่งที่อยู่ในฉากเองก็ดี หรือในแง่ของดนตรีประกอบ การจัดวางที่เหมือนสร้างภาวะการณ์ของการหลอกหลอนจิตใจของผู้ชมทำให้คาแร็คเตอร์ของหนังพัฒนาตัวเองไปได้ค่อนข้างแข็งแรง เพราะหนังเองมีความชัดเจนในส่วนองค์ประกอบที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแพชชั่น ความโรแมนติก ความหลอนประสาทที่หนังเองทำการผสมผสานเอาไว้ได้ค่อนข้างลงตัว จากการไล่เรียงในช่วงต้นเรื่อง และพัฒนาเรื่องด้วยจังหวะของการคืบคลานอย่างช้าๆ ขยับขยายความน่าฉงนสนเท่ห์ในเรื่องราว และการปฏิสัมพันธ์ของตัวละครหลักที่มีต่อสถานการณ์ การพัฒนาระดับของความเกี่ยวข้อง ระดับของการกระทำที่เริ่มทวีความรุนแรง เพิ่มระดับของการรุกล้ำมากยิ่งขึ้น มันจึงไม่น่าแปลกใจที่มันเป็นหนังที่เล่นกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในใจของตัวละคร ในระดับจิตใต้สำนึกที่กำลังโจมตีอัตลักษณ์ของตัวตนอยู่ แน่นอนว่าในฉากที่มีเซ็กซ์กันนั้นมันย่อมให้ความหมายเชิงอุปมาอุปมัยไปไกลกว่าเรื่องทางกายภาพแน่นอนอยู่แล้ว


คือโดยปกติตามธรรมชาติของมนุษย์เรา หรือสัตว์มีชีวิตอื่นๆ ซึ่งสามารถอ้างอิงผลวิจัยที่ออกมาได้หลายต่อหลายงานวิจัย และชี้ชัดว่ามนุษย์เราเองมีการลอกเลียนแบบความเป็นคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในบางงานวิจัยยังวิจัยไปถึงบางครั้งมนุษย์เราเองก็ยังลองเลียนแบบลิงด้วยซ้ำไป ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นข้อเท็จจริงตรงส่วนนี้สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ในทางหนึ่งที่กล่าวไปข้างต้นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว บางทีการอุปมาอุปมัยที่เกิดขึ้นของหนังมันคือ การที่ตัวละครหนึ่งพยายามลอกเลียนความเป็นตัวละครหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นเพียงหนึ่งในส่วนเล็กของตัวมนุษย์เราที่ประกอบขึ้นมาเป็นคาแร็คเตอร์ของตัวเรา โดยที่ตัวเราเองนั้นอาจรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการลอกเลียนแบบนั้นมันอาจเป็นเพียงหนึ่งในรูปปั้นของคอลเล็กชั่นหนึ่งของเราเพียงเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วในท้ายที่สุดคาแร็คเตอร์ของเราจะไม่มีทางไปซ้อนทับกับใครได้อย่างลงตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นกระบวนการที่เกิดขึ้นในหนังคือกระบวนการของการลอกเลียนแบบสิ่งที่เห็นเพียงภายนอก ทางกายภาพของตัวละครเพียงเท่านั้น ในด้านหนึ่งมันก็อาจจะสามารถอธิบายในทางนี้ได้เช่นกัน ถือเป็นงานเรื่องแรกที่เป็นงานทดลองที่มีความท้าทายอยู่ในเนื้องานพอสมควร และผลงานถัดไปคงจะต้องมีความน่าสนใจที่จะถูกจับจ้องมากขึ้นแน่ๆ


ไม่มีความคิดเห็น