Header Ads

Busan 2018: Chinese Portrait ★★★★


Busan 2018: Chinese Portrait (by Wang Xiaoshuai)
★★★★

ผู้กำกับแถวหน้าจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง 'Wang Xiaoshuai' ปล่อยผลงานเรื่องล่าสุดออกมาแบบเงียบๆ โดยเป็นผลงานสารคดีที่จับเรื่องราวของการเล่าความทรงจำ ความรู้สึก และความเป็นไปที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเขาที่มีต่อความเป็นประเทศจีน เอาเข้าจริงแล้วโครงสร้าง หรือประเด็นของหนังมันเอื้อให้เกิดการสร้างความเป็นชาตินิยม ความสรรเสริญต่อความเป็นพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ไม่ยากมากนัก แต่สิ่งที่น่าสนใจของหนังเรื่องนี้มันกลับสะท้อนระดับผลลัพธ์ที่มีลักษณะเป็นความคุ้นชินส่วนบุคคล มันเลยสร้างเงื่อนไขที่ผู้ชมสามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนผ่าน และความเคลื่อนไหวที่มีลมหายใจของงานภาพที่ถูกร้อยเรียงเรื่องราวลงมาในหนังเรื่องนี้ได้อย่างมีพลัง ความโดดเด่นอย่างหนึ่งในงานของผู้กำกับที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์มาในหลายเรื่องของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาอย่าง 'Beijing Bicycle' หรือผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ของเขาอย่าง 'Red Amnesia' คือการสะท้อนวิถีชีวิต และจิตวิญญาณของผู้คนชาวจีน โดยเฉพาะภาพของกลุ่มชนชั้นกลาง และล่างที่เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเข้าสู่ภาพของรัฐทุนนิยมเศรษฐกิจอย่างเต็มตัว ซึ่งในพื้นที่ของหนังของเขาในหลายเรื่องมันมีมุมมองของสายตาที่สะท้อนกลุ่มผู้คนที่ไม่ได้อยู่ในศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมและการเมือง จริงแล้วตัวหนังของเขาในหลายเรื่องนั้นก็ไม่ได้นำเสนอภาพของการปะทะทางแนวคิดทางการเมือง และสังคมอย่างจริงจังมากนัก มันค่อนไปทางการนำเสนอบริบทรายล้อม บรรยากาศที่ลอยละล่อง และภาพความสัมพันธ์ของผู้คนที่เกิดขึ้นบนจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า หลายครั้งมันไม่สามารถอนุมานถึงก้อนของความรู้สึกที่ชัดเจนได้มากนัก หลายครั้งมันเป็นเพียงภาพเจือจางที่เกิดขึ้น และสัมผัสได้แค่นั้นเอง


แม้ว่าหนังสารคดีเรื่องนี้จะเป็นหนังสารคดีที่ว่าด้วยการนำเสนอภาพที่เกิดขึ้นอย่างไม่ปะติดปะต่อจากความทรงจำที่เขาเองได้รับมาจากประสบการณ์ที่เขาเคยไปเยือนตามที่ต่างๆของประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของมณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือ แถบค่อนไปทางเทือกเขาหิมาลัย หรือแม้แต่ในส่วนของจุดศูนย์กลางความเจริญที่เกิดขึ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ การแสดงภาพของหนังเหมือนเป็นภาพแทนของหลากส่วนที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ เอาเข้าจริงแล้วมันก็เลยสามารถแทนภาพของความหลากหลายที่เกิดขึ้นในประเทศจีนได้อย่างดี หนังเองเลือกนำเสนอด้วยงานภาพที่ต่างกันออกไป ในหลายซีนหนังเองนำเสนอเพียงภาพของการเคลื่อนไหวที่จดจ้องในรายละเอียดของบรรยากาศ และการเก็บความเป็นไปที่ไม่ได้โฟกัสในตัวบุคคล ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งของงานภาพกลับถูกจัดวางเหมือนลักษณะของภาพถ่ายตัวบุคคลที่ถูกทำให้พื้นหลัง หรือการขยับเขยือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มันเหมือนการที่หนังจะถ่ายภาพตัวบุคคล แต่กดถ่ายภาพเป็นภาพเคลื่อนไหวแทน และเมื่อเวลาล่วงเลยไป พัฒนาการของเรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว หนังเองก็เริ่มเอาส่วนของความนิ่ง และการจ้อง กับการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเข้ามาผสมผสาน ซึ่งการผสมผสานตรงส่วนนี้มันสร้างความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว ในขณะที่ตัวละครหนึ่งในภาพถูกจัดวางเอาไว้อย่างจงใจจนผิดธรรมชาติของความเป็นเรียลลิสต์ แต่ในขณะที่ส่วนที่เหลือของภาพกำลังเคลื่อนไหวตามเรื่องตามราวอย่างเป็นธรรมชาติ การนำเสนอในลักษณะนี้สร้างความหมายได้ทั้งสองทางทั้งการที่หนังเองพยายามให้ตัวละครตัวหนึ่งส่งสาส์นส่งอารมณ์กับผู้ชม ในขณะที่ส่วนที่เหลือกำลังให้ความรู้สึกของความเป็นไปของเรื่องราวในสถานการณ์เหล่านั้นแบบภาพกว้าง มันจึงทำหน้าที่สื่อสารกับคนดูได้ทั้งในการเป็นบุคคลคู่สนทนา และผู้สังเกตุการณ์ในคราวเดียวกัน


ในความธรรมดาที่หนังเรื่องนี้เองสร้างขึ้นจากเรื่องของวิธีการกำกับที่ใช้เพียงวิธีการตัดสลับภาพธรรมดาเข้ามาเล่าเรื่อง แต่ความเยี่ยมยอดของหนังสารคดีเรื่องนี้มันอยู่ที่การเอาพื้นที่อันแสนธรรมดาเหล่านั้นมาดัดแปลงในรายละเอียดอย่างที่กล่าวไปข้างต้น และวางสัดส่วนของเวลา และจังหวะเวลาไว้อย่างลงตัว การผสมผสานในส่วนของงานภาพในลักษณะต่างๆเข้ามาด้วยกันนั้น โดยเฉพาะการใช้ภาพที่อัตราส่วนต่างกัน หรือการใช้ภาพที่มีรูปร่างต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นภาพปกติ และภาพตัดขอบที่เหมือนกับภาพจากฟิล์ม ความรู้สึกของความทรงจำ และภาพความจริงที่เป็นปัจจุบันต่างผสมผสานกันออกมาได้อย่างน่าสนใจ และการวางจังหวะเรื่องราวที่ดีของการเล่าเรื่อง การใส่รายละเอียดที่สร้างความน่าสนใจที่แปลกออกไปจากการตระหนักรับรู้จริงๆของผู้คนมันทำให้หนังสารคดีเรื่องนี้มีจิตวิญญาณที่สามารถสะท้อนความรู้สึกของผู้คนผ่านในรูปแบบของการสื่อสารระหว่างตัวบุคคลออกมาได้อย่างทรงพลัง มันมีทั้งภาพของการนำเสนอเรื่องราวในฐานะผู้ให้ข้อมูล และการสื่ออารมณ์ผ่านสิ่งที่ผู้กำกับต้องการนำเสนอผ่านความรู้สึก และความทรงจำที่ผู้กำกับเองมีต่อประเทศบ้านเกิดของตัวเอง มันยากที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่าท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่หนังสารคดีเรื่องนี้ต้องการต้องการชี้ทิศทางไปทางใด มันมีความผสมผสานกันทั้งความสุข ความเศร้า การสรรเสริญยกย่อง หรือความผิดหวังที่มีต่อบ้านเกิดของตัวเอง มันเป็นหนังที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของผู้คนที่เคลื่อนไหวผ่านงานภาพของผู้กำกับที่กลายเป็นเหมือนตัวกลางของการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ทะยานตัวผ่านกาลเวลามาหาผู้ชม มันเป็นสารคดีที่เรียบง่าย และทรงพลัง


ไม่มีความคิดเห็น