Header Ads

Busan 2018: The Red Phallus ★★★★


Busan 2018: The Red Phallus (by Tashi Gyeltshen)
★★★★

ผลงานขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับชาวภูฏานอย่าง 'Tashi Gyeltshen' ที่พรีเมียร์ไปที่เทศกาลหนังปูซานครั้งล่าสุด หลังจากได้ทุนมาจากเทศกาลหนังใหญ่หลายที่ และองค์กรทางด้านภาพยนตร์ทั้งในประเทศและในเอเชีย หนังเล่าเรื่องที่สะท้อนอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ และวัฒนธรรมของภูฏานอย่างชัดเจน ผ่านเรื่องราวของความเชื่อเรื่องของ 'Atsara' ที่เป็นตัวหุ่นใส่หน้ากากสีแดงที่มักปรากฎตามเทศกาลงานรื่นเริงประจำปีของภูฏานอยู่บ่อยๆ ซึ่งนอกจากลักษณะของความบันเทิง และความตลกที่จะทำให้ผู้คนคลายเครียดแล้ว ความหมายของตัวหุ่นหน้ากากแดงที่คอยถือลึงค์ตรงนี้ยังมีความหมายไปในเชิงของจิตวิญญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ ความตลกขบขัน ฉลาดหลักแหลมรอบรู้ทางปัญญา และความรับผิดชอบด้วย สิ่งที่น่าสนใจของสิ่งที่แม้แต่หนังเองก็ยังให้ความหมายมันหมายถึงสิ่งที่เอาไว้ขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ซึ่งแน่นอนว่าภาพของสิ่งนี้ย่อมแทนภาพของสิ่งที่น่านับถือของผู้คนที่เอาไว้ปัดเป่าทุกข์ เอาไว้สร้างความรู้สึกด้านบวกเกี่ยวกับชีวิต ซึ่งการหยิบเอาสิ่งนี้เข้ามาเชื่อมโยงเรื่องราวในหนังมีความน่าสนใจ ไม่เพียงแต่เลเยอร์ของประเด็นที่นำเสนอผ่านสัญลักษณ์อย่างทั่วไปแล้วเท่านั้น แต่มันยังสร้างเลเยอร์ของความคอนทราสต์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่หนังเองสร้างขึ้นมาตั้งคำถาม และความเชื่อมโยงที่มีต่อความหมาย และสัญลักษณ์ของสิ่งนี้ด้วย ดังนั้นสิ่งที่หนังเรื่องนี้เองกำลังทำนั้น มันกำลังทำหน้าที่ในการนำเสนอภาพของความเชื่อ ผ่านบริบทของหมู่บ้าน ซึ่งมีความเชื่อในระดับที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยปัจจุบันที่โลกสมัยใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาในพื้นที่ของตัวละคร และโลกของความเชื่อมที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากอดีต เรื่อยไปจนถึงการเอาไปซ้อนทับกับตัวละครที่เป็นหญิงสาวในเรื่องที่กำลังตั้งคำถามต่อสิ่งที่คงอยู่เหล่านี้ และสะท้อนความหมายของชีวิตของเธอในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป


หนังเองหยิบจับโครงสร้างในรูปแบบของความเป็นหนังดราม่าก้าวผ่านวัยของตัวละคร ในสถานที่ที่เหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ และวันหนึ่งปัจจุบันกำลังคืบคลานการเปลี่ยนแปลงเข้ามาในหมู่บ้านที่เธออาศัยอยู่ ในทางหนึ่งมันกำลังท้าทายความเป็นไปที่เกิดขึ้นตามขนบความเชื่อดั้งเดิมของหมู่บ้าน แต่ในอีกทางหนึ่งนั้นมันก็กำลังสร้างความท้าทายต่อตัวเธอว่าสถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ในที่ที่เธออยู่ซึ่งถูกสร้างคุณค่าไว้ด้วยคุณค่าของบรรพชนดั้งเดิมที่เป็นพื้นที่ของโลกผู้ชายนั้นกลายเป็นสถานการณ์ที่บีบรัด และกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกให้กับตัวละครนำหญิงของเรื่อง หนังเองสร้างความสัมพันธ์ของตัวเธอกับตัวละครผู้ชายในหนังสองคน ไม่ว่าจะเป็นตัวละครพ่อเธอที่มีสถานะของผู้เปลี่ยนผ่าน ผู้สืบทอดมรดกทางความเชื่อของ 'Atsara' ที่ยังดำเนินขนบความเชื่อมากกว่ายี่สิบปี กับอีกตัวละครหนึ่งที่เป็นแฟนของเธอที่ดันเป็นสามีของผู้อื่นไปก่อนหน้านี้พร้อมกับลูกอีกสองคนที่ถูกวางสถานะเป็นลูกชายพ่อค้าเนื้อที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น แน่นอนว่าภาพของความศักดิ์สิทธิ์ย่อมฉายทับเรื่องราวของหนัง ผ่านระดับของชนชั้นที่ถูกประเมินค่าจากความศักดิ์สิทธิ์ของเชื้อสายบรรพชนที่สืบกันมาก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าประเด็นตรงส่วนนี้มันถูกใช้กดทับตัวละคร และตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งความเชื่อดั้งเดิมที่มี การกดทับตัวละครพร้อมกับโลกใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา การมีชีวิตของตัวละครท่ามกลางรอยต่อ ท่ามกลางดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ เต็มไปด้วยพื้นที่ของมนต์ขลัง และตัวเธอเเองก็ถูกยึดโยงทางหนึ่งไว้กับความศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม แต่ในอีกทางหนึ่งกลับต้องเผชิญหน้ากับโลกใหม่ที่ส่วนหนึ่งของสังคมที่เธออยู่นั้นมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว


ด้วยในช่วงวัยรุ่นเพียงสิบหกปี โลกที่เธอเผชิญหน้าจึงเป็นโลกของวัยรุ่นที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้กับความเชื่อแบบเดิมมากนัก จากลึงค์ที่เคยถูกมองว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่ปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายออกไป กลับกลายเป็นเพียงความลามกอันขบขันที่ถูกเอามาล้อเลียนรากเหง้าความเป็นไปของตัวเธอ แต่ในขณะที่เธอเองกลับมีคนรอบข้างคนรุ่นพ่อที่ให้ความสำคัญกับความเชื่อดังกล่าว ในขณะที่แฟนของเธอที่เป็นชนชั้นล่างในความเชื่อดั้งเดิมนั้น ถือโอกาสที่การเข้ามาของโลกใหม่ทำให้ความเชื่อนั้นอ่อนแอลงไปสร้างพื้นที่ของการกดทับผ่านตรรกะที่เกิดขึ้นในการตระหนักรับรู้ของสังคมโลกใหม่ แต่ในขณะเดียวกันนั้นภาพของการกดทับของสังคมเพศชายเป็นใหญ่นั้นยังคงแสดงแสนยานุภาพให้เห็นอยู่ประปราย และหลายครั้งในหนังนั้นมันทวีความรุนแรงถาโถมเข้าหาตัวเธอ มันจึงกลายเป็นว่าตัวเธอนั้นอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากทั้งสองฝั่ง ท่ามกลางความไม่ชัดเจน และความไม่แน่นอนของพื้นที่ และวงจรของความเชื่อที่ตัวเธอเองอาศัยอยู่ กลายเป็นแรงกดดันชิ้นสำคัญ และด้วยพื้นฐานที่มาที่ไปของตัวเธอนั้นที่ขาดตัวต้นแบบที่เป็นเพศแม่อย่างชัดเจน ซึ่งหนังเองก็ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนนัก ว่าแม่ที่ให้กำเนิดเธอมีที่มาที่ไปที่น่ายกย่องในสังคมหรือไม่ หรือแท้ที่จริงแล้วเธอเป็นลูกใครจากไหนก็ไม่ชัดเจน ซึ่งการขาดหลักตรงนี้ก็กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้หนังเองผลักดันตัวละครออกมาในลักษณะของตัวละครที่ค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยพูด และสอดแทรกด้วยภาพของความเหนือจริงทั้งจากภาพที่เราเห็น และจากปากตัวละครที่สะท้อนความเชื่อที่เคยเป็นส่วนหนึ่งที่แทรกซึมกายอยู่ในสถานที่ ในภูเขา และแม่น้ำ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของตัวละครในใจทำให้เกิดเป็นภาพหลอนที่ตั้งคำถามถึงความเชื่อ และความศรัทธาว่าพระเหล่านั้นกำลังไปไหนกัน


แม้ว่าหนังเองจะมีหลายช่วงที่มองภาพผ่านสังคมชายเป็นใหญ่ และสร้างบทบาทให้ตัวละครเพศชายกดทับตัวละครเพศหญิงอยู่บ่อยครั้ง แต่ในอีกส่วนหนึ่งที่ถูกนำเสนอผ่านเรื่องราวที่ไม่ได้มาทำปฏิกิริยาอย่างตรงไปตรงมากับแกนเรื่องหลักนั้นสะท้อนสภาพง่อยเปลี๊ยของเพศชายด้วยเช่นกัน มันสะท้อนภาพของความไม่ฟังก์ชั่นของเพศชายในหลายครั้งหลายครา แต่ความง่อยเปลี๊ยความอ่อนแอตรงนี้มันกลับถูกส่งเสริมถูกสนับสนุนจากความเชื่อดั้งเดิม สภาพสังคมดั้งเดิมที่เอื้อให้ผู้ชายมีอำนาจที่โดดเด่นผู้หญิง สภาพที่เกิดขึ้นจึงเหมือนเอาชายน้อยมาเป็นหัวหน้าครอบครัวในทำนองนั้น เพราะภาพของปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายในสถานที่นี้ก็เกิดจากความอ่อนแอของเพศชายที่กลับถูกส่งเสริมด้วยอำนาจของความเชื่อดั้งเดิมมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นการสะท้อนชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง โดยเฉพาะตัวละครนำหญิงผ่านพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดแสง หรือการเลือกหาโลเคชั่นที่นำเสนอภาพที่ขมุกขมัว ภาพการจ้องมองในความว่างเปล่าที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าของตัวละครนำหญิงในเรื่องนั้น ที่ซึ่งเป็นที่ที่ดูเหมือนแสงอาทิตย์จะส่องลงมาไม่ถึง กลายเป็นเลเยอร์ที่สะท้อนสภาพจิตใจของตัวละครออกมาได้อย่างเด่นชัดค่อนข้างมากที่สุด ความกดดัน ความเก็บกด และความกระทบกระเทือนจากสถานที่ และสถานการณ์ที่ตัวละครนำหญิงในเรื่องไม่อาจหลีกหนีไปได้ เพราะไม่รู้จะขยับขยายตัวเองไปอย่างไร จะเปลี่ยนตัวเองเป็นหญิงแกร่งที่แหวกโลกกว้างออกไปก็ทำไม่เป็น เพราะการกดทับที่เกิดขึ้นมานาน แต่จะให้ยอมรับการกดทับอย่างเต็มที่จากสถานที่ที่อยู่ก็เจ็บปวดเกินทน โศกนาฏกรรมของเรื่องราวในท้ายที่สุดจึงกลายเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่สะท้อนสภาพของความเจ็บปวด สภาพของความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นผ่านตัวละครในเรื่องได้อย่างนี้ ผู้กำกับนำเสนอหนังเรื่องแรกผ่านความเงียบ ผ่านความเย็นของบรรยากาศที่ชวนสิ้นหวังออกมาได้อย่างรวดร้าว และสะเทือนใจ


ไม่มีความคิดเห็น