Header Ads

Cannes 2018: Cold War ★★★★

 
Cannes 2018: Cold War (by Pawel Pawlikowski)
★★★★ 

หลังจากชนะรางวัลหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีรางวัลออสการ์ไปเมื่อห้าปีก่อน คราวนี้ผู้กำกับ 'Pawel Pawlikowski' กลับมาพร้อมกับผลงานเรื่องใหม่ที่เป็นการเข้าฉายในสายประกวดเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งแรกของเขา และคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไปครอง ในความเป็นสโคปเรื่องราวของหนังผู้กำกับชาวโปแลนด์ครั้งนี้ดูจะยังไม่ได้หลีกหนีจากประเด็น หรือลักษณะวิธีการี่เขาใช้ในหนังเรื่องก่อนๆไปมากนัก และต้องยอมรับอย่างชัดเจนว่าในหนังสายประกวดปาล์มทองคำเรื่องล่าสุดของเขาเรื่องนี้ยังมีควันหลงที่ตกทอดหลงเหลือจากหนังเมื่อห้าปีที่แล้วอย่าง 'Ida' อยู่อย่างชัดเจน เอาเข้าจริงแล้วแม้ว่าหนังเรื่องล่าสุดของเขานั้นจะเป็นการเซ็ตเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนหน้าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังรางวัลออสการ์ของเขา แต่ประเด็น หรือลักษณทางจินตภาพของหนังกลับมีท่าทีที่เหมือนหนังเล่าเรื่องราวต่อเนื่องจากช่วงวัยบอบช้ำของความเป็นหนุ่มสาวที่เกิดขึ้น และหลงเหลือภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ชัดเจนและเหมือนกันยังกับจักรวาลเดียวกันของหนังเรื่องนี้เมื่อเทียบเคียงกับหนังรางวัลออสการ์ของเขานั้นเห็นจะเป็นภาพของการตกค้างของความรู้สึกของผู้คนที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังความบอบช้ำ หลังซากปรักหักพังของตึกรามบ้านช่องที่ปรากฎขึ้นภายหลังการสิ้นสุดลงของสงครามโลกครั้งที่สองที่ผ่านมาไม่กี่ปี แม้ว่าหนังเรื่องล่าสุดของเขานั้นจะไม่ได้โฟกัสผ่านใจกลางของซากปรักหักพังที่เกิดขึ้นในจิตใจของตัวละครที่มีต่อความบอบช้ำในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งแน่นอนว่าความเป็นไปที่ผ่านมานั้นคือความสูญเสียที่ตัวละครเองได้สัมผัสมา แต่การที่เลือกที่จะทำให้มันมีการสร้างพื้นที่ในลักษณะที่เป็นภาวะการณ์รายล้อมของสิ่งรอบข้างเรื่องราว และฉาบมันไว้เป็นปูมหลังของเรื่องราว ของตัวละครที่ยังเป็นสิ่งตกค้างที่หลงเหลืออยู่นั้นมันก็ทรงพลังมากทีเดียว


การดึงมวลสารของความเศร้า ความสูญเสีย ความผิดหวังที่เกิดขึ้นภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง โดยที่ไม่ได้เลือกพูดถึงมันโดยตรง สร้างมันเป็นเหมือนสถานภาพของอากาศที่ลอยละล่องตลอดเรื่องราวของหนัง มันทำให้หนังมีทัศนคติที่โตเต็มที่เป็นผู้ใหญ่ การเล่าเรื่องราวของความรักที่มีความขึ้นลงของสถานการณ์เรื่องราวอยู่ตลอดเวลา ความสุขสว่างของความรัก ความแห้งเหี่ยวหดหู่ของความสัมพันธ์มันถูกขับเน้นด้วยพื้นหลังที่ชวนเศร้าในช่วงหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง และเข้าสู่ช่วงเวลาของสงครามเย็นที่ประเทศมหาอำนาจต่างตรึงเครียดใส่กันและกัน นำมาซึ่งภาพของความหนาวเหน็บที่เกิดขึ้นภายในสังคมที่เหมือนตายซากอย่างชัดเจน การนำเสนอด้วยงานภาพที่เล่าเรื่องราวได้อย่างทรงพลัง การวางพื้นที่ และจัดองค์ประกอบต่างๆที่อยู่ในภาพต่างๆที่ถูกถ่ายทอดผ่านหนังเรื่องนี้ ให้ความหมายของความรู้สึกที่เกิดขึ้นผ่านสัดส่วน และตำแหน่งของสิ่งต่างๆในภาพได้อย่างดี ซึ่งต้องยอมรับว่าความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ เฉกเช่นเดียวกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นในหนังออสการ์เรื่องก่อนหน้าของเขานั้น ส่วนสำคัญของหนังเป็นเรื่องของงานภาพทั้ง การวางสัดส่วนของสิ่งต่างๆในภาพ การจัดองค์ประกอบภายในเฟรมของภาพ หรือแม้แต่ในเรื่องของระยะภาพ และการจัดเรื่องของแสงและเงา ความลงตัวในส่วนของภาพมันยั่วล้อกับความหมาย และความรู้สึกที่หนังเองต้องการนำเสนอออกมาได้อย่างเต็มที่และชัดเจน และทำให้ภาพของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่ามันจะไม่ได้ถูกเล่าอย่างต่อเนื่องในไทม์ไลน์มากนัก มันยังสร้างพื้นที่ของความสมจริงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่ และมันสะท้อนความเจ็บปวดของความสัมพันธ์ที่วางอยู่บนพื้นฐานของความรักที่ทั้งคู่มีต่อกันได้อย่างทรงพลัง มันเป็นก้อนของความรู้สึกที่ล้นในพลังของอารมณ์ความรัก


จะเห็นว่าในส่วนของงานภาพนั้นหนังเองยังมีการใช้เฟรมที่เราคุ้นชิ้นกันจากหนังเรื่องก่อนๆของเขาอยู่ จากข้อที่ดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อนของการเล่าเรื่องที่เลือกที่จะสร้างความไม่ต่อเนื่องของเรื่องราวด้วยช่วงเวลาที่กระโดดข้ามเป็นปีอยู่หลายครั้ง และมีสถานการณ์ที่ตัวละครตัดสินใจโดยไร้น้ำหนักที่มาที่ไปอยู่หลายครั้ง แต่การที่หนังเองมีการวางซีนเล่าเรื่องราวที่แข็งแรงอยู่ภายในฉาก ไม่ว่าจะเป็นการย้ำอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครชาย และหญิงในฉากที่ตอกย้ำความหนักแน่นของเรื่องราว อารมณ์ความรู้สึก ตลอดจนความเป็นไปที่เกิดขึ้นในซีนเหล่านั้น มันช่วยขับเน้นน้ำหนักที่หนังเองไม่ได้สร้างเหตุและผลของการตัดสินใจของตัวละคร หรือการสร้างการผันแปรของเรื่องราวที่ไร้ที่มาที่ไปอยู่หลายครั้งให้ดูมีความน่าเชื่อถือมายิ่งขึ้น การโฟกัสเรื่องราวผ่านตัวละครนำของเรื่อง ผ่านความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองตัวที่เหมือนเป็นจุดศูนย์กลางที่โยงใยทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ด้วยกัน เป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งที่ช่วยตอกย้ำพื้นที่ของหนังที่กำลังวิ่งผ่านเส้นศูนย์สูตรของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานที่ถูกแสดงออกมาในความหนักแน่นของสิ่งที่หนังเองเรียกมันว่าความรัก ทั้งๆที่ความจริงที่เกิดขึ้นนั้นวางอยู่บนความเป็นไปได้อยู่หลายทางเมื่อพินิจพิเคราะห์จากการตัดสินใจของตัวละคร ตลอดจนที่มาที่ไปเชิงประวัติศาสตร์ของตัวละคร และสภาพแวดล้อมที่เราเห็นที่คาดการณ์ว่าน่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของตัวละครอยู่ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพของปารีส และโปแลนด์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงภายหลังสงคราม อย่างที่ทราบกันดีว่าการสังหารหมู่ ตลอดจนค่ายกักกัน และความบอบชำจากนาซีนั้นถูกวางเอาไว้ในโปแลนด์เสียส่วนใหญ่ และแน่นอนว่าผลพวงเบื้องหลังของตัวละครที่ผ่านความบอบช้ำของสงครามมาเองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่น่าจะสร้างพื้นฐานของตัวละครที่ถูกคาดการณ์การกระทำ และตัดสินใจออกมาได้


อย่างที่บอกไปว่าภาวะของการตัดสินใจที่ไม่ชัดเจนของตัวละคร ซึ่งมันน่าสนใจที่ว่าในทางหนึ่งเราอาจจะมองว่าประเด็นตรงนี้ไม่ถือเป็นจุดอ่อนของเรื่องราวมากนัก เพราะความไม่ชัดเจน และความคลุมเครือของการตัดสินใจที่ถูกเล่าผ่านหนังเรื่องนี้ในทางหนึ่งนั้นมันดูเหมือนเป็นพื้นที่ของการสร้างภาพของความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นภายในใจของตัวละคร จะเห็นว่าในหลายช่วงที่เกิดขึ้น ภาวะความทุกข์ที่เข้าครอบงำความไม่สมหวังของตัวละครนั้น ดูเหมือนจะมีมูลเหตุของการตัดสินใจในเชิงทั้งความคิดส่วนบุคคล ทั้งในเชิงความรู้สึกของความรักในห้วงเวลาปัจจุบันที่ตัวละครมีต่อกัน และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม และสภาพแวดล้อมที่เป็นความบอบช้ำมาจากสงคราม และสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ที่อย่างในโปแลนด์เองก็อยู่ภายใต้การครอบงำของโซเวียตภายหลังสงคราม แต่ในขณะที่สภาพที่เกิดขึ้นในเบอร์ลินที่ถูกแบ่งประเทศภายใต้การครอบครองของสัมพันธมิตร แม้แต่ในยูโกสลาเวียเองก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจในยุคสงครามเย็นด้วยเช่นเดียวกัน แต่ในขณะที่โลกของฝรั่งเศสนั้นดูต่างออกไป มันมีพัฒนาการของศิลปะ ทั้งดนตรี และภาพยนตร์ที่สะท้อนความหมายของอิสระภาพ และชีวิตของความเป็นมนุษย์ที่ไหลเวียนอยู่ในอณูสารของเมืองที่เกิดขึ้น ด้วยความอิหลักอิเหลื่อของสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นมันนำมาซึ่งการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสถานการณ์ความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อมันสอดรับกับความรู้สึกที่ฟุ้งลอยอยู่ในมวลสารของบรรยากาศที่หนังเองบรรเลงนั้น มันสร้างเลเยอร์ของความสัมพันธ์ที่สะท้อนมิติของความเป็นมนุษย์ออกมาได้อย่างเปี่ยมความหมาย และทรงพลัง มันกลายเป็นงานชิ้นเยี่ยมของผู้กำกับอีกเรื่องหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย


ไม่มีความคิดเห็น