Header Ads

Cannes 2018: Sir ★★★

 
Cannes 2018: Sir (by Rohena Gera)
★★★

ผลงานฟิคชั่นเรื่องแรกของผู้กำกับสาว 'Rohena Gera' ที่เล่าเรื่องราวของหญิงสาวแม่บ้านที่ทำงานให้กับชายที่ร่ำรวยคนหนึ่ง หนังเริ่มเรื่องราวตอนที่เธอถูกเรียกตัวกลับไปยังคอนโดของชายหนุ่มหลังจากที่เธอควรจะได้กลับบ้านเพื่อมาพักผ่อนในช่วงหยุดของเธอ หลังจากเจ้านายกำลังจะแต่งงาน ในหนังเรื่องนี้ของผู้กำกับสะท้อนภาพของความฝันที่แสนราคาแพงของหญิงสาวที่ยากจนที่ต้องดั้งด้นเข้ามาทำงานในมุมไบ การเล่าเรื่องราวในเชิงเศรษฐสถานะในลักษณะนี้สะท้อนภาพของความเป็นหญิงที่ถูกกดไว้ด้วยภาพของสังคมที่มีมาตรฐานตามมุมมองของชายเป็นใหญ่ และสะท้อนภาพของความยากจนที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูง มันจึงเป็นภาพของการเชื่อมโยงสองภาพระหว่างความยากจน และความเป็นเพศหญิงในอินเดียที่ต้องดิ้นรนมีชีวิตที่ดีขึ้นในสภาพที่สังคมไม่ได้เอื้อให้เขามากเสียเท่าไหร่นัก นอกจากนี้หนังเองยังสำรวจมุมมองของความเชื่อทางสังคมในรูปแบบคร่ำครึที่ยังคงมีภาพเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอยู่ในสังคมชนบทห่างไกลของอินเดีย โดยมีมุมมองส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่พูดผ่านความสัมพันธ์ระหว่างตัวเธอ กับน้องสาวของเธอที่เธอกำลังส่งให้เรียน ซึ่งภาพตรงส่วนนี้ในทางหนึ่งนั้นมันเหมือนการต่อสู้กันระหว่างความเป็นพื้นที่ของภาพเก่า และพื้นที่ของภาพใหม่ที่มีอยู่ในตัวเธอที่การแต่งงานไม่ใช่เป้าหมายบั้นปลายของความเป็นเพศหญิงในอินเดียหัวสมัยใหม่อีกต่อไปแล้ว การดิ้นรนของเธอมีมุมมองของการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป แต่อย่างไรก็ดีนั้นการดิ้นรนของเธอก็ดูจะติดอุปสรรคจากมุมมองของสังคม โดยเฉพาะเรื่องของชนชั้นที่เปลี่ยนจากเรื่องชาติพันธุ์เข้าไปสู่ระบบเศรษฐสถานะในสังคมเมืองสมัยใหม่แล้ว


มันจึงเหมือนการเอาภาพของรอยต่อของห้วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านในสังคมอินเดีย ซึ่งหนังหลายเรื่องหยิบจับประเด็นในลักษณะนี้ที่วาดภาพของสังคมในอินเดียเป็นเหมือนช่วงรอยต่อของสังคมสมัยใหม่ที่เชื่อเรื่องของความเท่าเทียมกันทางเพศ แต่เลือกจะแบ่งแยกชันชั้นของผู้คนด้วยเศรษฐสถานะ กับภาพของสังคมสมัยเก่าที่มองเพศหญิงไว้เพียงเพื่อเป้าหมายสูงสุดของการแต่งงานและสร้างครอบครัวเท่านั้น ภาพของการดิ้นรนของคนในช่วงรอยต่อของความเป็นสองสิ่งเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจมากพอสมควรในหนัง การที่สร้างภาวะของการติดหล่มของตัวละคร เล่ารายละเอียดของความสัมพันธ์ที่ตัวละครเองมีต่อสังคมแห่งนี้ได้ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว ในทางหนึ่งนั้นมันสะท้อนภาพของการที่ตัวละครไม่อาจหลีกหนีจากความจำยอมที่เป็นอยู่ ภาพของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นภาพของความหวานอมขมกลืนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากสถานะของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมอินเดียที่ผสมผสานภาพของการแบ่งชนชั้นทั้งเรื่องของชาติพันธุ์ต้นกำเนิด รวมไปถึงภาพของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐสถานะที่เข้ามารายล้อมตัวละครที่อาจมองได้ว่าเป็นคนชั้นล่างในสังคมอินเดีย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วภาพที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นในสภาพสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูงในหลายๆประเทศทั่วโลก ไม่ใช่แม้แต่ในอินเดียเพียงเท่านั้น คือหนังเองให้ภาพการดิ้นรนของตัวละครหญิงตัวนี้ที่กำลังติดหล่มในทั้งประเด็นทางสังคมที่เข้ามาตีกรอบตัวเธอ และการพยายามดิ้นรนเพื่อให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น รวมไปถึงน้องสาวของเธอด้วย มันสะท้อนความเจ็บปวดของชีวิตมนุษย์คนหนึ่งที่พยายามมากมาย แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้หนีไปจากตำแหน่งเดิมมากนัก


ผู้กำกับสาวเลือกจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านเหตุการณ์หนึ่งที่สำรวจระหว่างกรอบของความรู้สึกของตัวละครทั้งตัวละครหญิงสาว และเจ้านายของเธอ กับสภาพการณ์ของกรอบสังคมที่เข้ามาบีบรัดทิศทางของสถานการณ์ เอาเข้าจริงแล้วในสถานการณ์ในลักษณะนี้มันกลับยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไร้อำนาจ ไร้พลังของตัวละคร ยิ่งปัญหาที่ตัวละครเองเผชิญไม่สามารถคลายปมออกมาได้ในทิศทางที่ออกมาสวยหรูอย่างที่เธอจะเป็นยิ่งทำให้เรื่องราวของหนังกดทับเสรีภาพของตัวละครนำชัดเจนมากยิ่งขึ้น ชะตากรรมที่ตัวละครนำในเรื่องนี้ต้องเผชิญการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้คนที่เธอไปปฏิสัมพันธ์ด้วยมากมาย มันยิ่งทำให้ภาพของสังคมนี้ที่ฉายออกมามีพื้นที่ของการดิ้นรนที่น้อยลงมากสำหรับเธอ ยิ่งพื้นที่ของเธอถูกจำกัดมาพร้อมกันกับความฝันของตัวเจ้านายของเธอที่ล่มสลายลงจากเรื่องของการแต่งงานเอง หรือเรื่องของการใช้ชีวิตเองก็ดี มันยิ่งทำให้พื้นที่ของการเชื่อมโยงบาดแผล หรือปมที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครมันฉายภาพของการเข้ากัน ปฏิสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเดินเรื่องราวด้วยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ตรงส่วนนี้มันสร้างพื้นที่ของความเอกเทศที่ผิดแผกไปจากโลกของความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เอาเข้าจริงแล้วการกวนสถานการณ์ของความเป็นไปตรงส่วนนี้ให้เกิดขึ้น และมีมวลของความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปในหนังเรื่องนี้ มันทำให้หนังเรื่องนี้สร้างคำถามถึงการอยู่ร่วมกัน และการไร้ซึ่งความงดงามของความฝันที่มลายหายไปในสังคมอินเดียที่เป็นสังคมเมืองยุคใหม่หรือไม่ หรือมันกลายเป็นเพียงความเจ็บปวดของตัวบุคคลที่เกิดขึ้น และไม่ได้เป็นภาพสะท้อนของสังคมขนาดใหญ่กันแน่


การสัมผัส การเชื่อมโยง และความปฏิสัมพันธ์กันระหว่างชนชั้นผ่านตัวบุคคลที่มีสถานะทางสังคมที่ต่างกันออกไป เป็นพื้นที่ของการสำรวจเรื่องราวที่น่าสนใจ มันมีการประวิงเรื่องราวของกรอบที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างชัดเจน คือในทางหนึ่งมันยากที่จะตีความว่าตัวละครในหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะตัวละครหลักในเรื่องให้เหตุผลของการทำหรือไม่ทำสิ่งใดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะอะไร หรือเลือกที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาหรืออย่างไร การที่หนังเองสร้างความคลุมเครือของเหตุผลผ่านตัวละครนำของเรื่องมันทำให้ตัวละครนำเองมีมิติของความยากต่อการคาดเดาที่น่าสนใจค่อนข้างมากทีเดียว และมันสะท้อนรูปแบบที่ซับซ้อนของความคิดมนุษย์ออกมาได้อย่างดีทีเดียว ความสวยงามของเมือง แสงไฟที่สาดส่องเข้ามาในคอนโดผ่านกระจกบางๆที่กั้นเอาไว้นั้น สะท้อนภาพของความปล่าวเปลี่ยวของความรู้สึก ความเป็นไปได้มากมายจากการที่ตัวละครนำในเรื่องตัดสินใจทำสิ่งต่างๆในเรื่องเป็นการคาดเดาที่ยากจะอธิบาย ไม่รู้ว่าเธอกลัวความฝันของเธอจะล้มเหลว เธอกลัวที่จะมีชีวิตในกรอบที่สังคมต้องวิพากษ์วิจารณ์ หรือเธอกลัวที่ตัวเองจะกลายเป็นหนึ่งของภาพชนชั้นล่างที่เข้าไปปลอบประโลมความฝันที่ล้มเหลวของคนรวยกันแน่ ภาพที่ยากจะบอกว่าความรู้สึกไหนที่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเธอในหนังเรื่องนี้นั้นให้ภาพที่น่าสนใจค่อนข้างมาก ความคลุมเครือของจิตใจของตัวละครนำที่มีต่อการรับมือสถานการณ์ต่างๆในเรื่องให้ภาพที่มีพลังค่อนข้างมากทีเดียวสำหรับหนังเล่าเรื่องเรื่องแรกของเธอ ที่ดูผิวเผินแล้วเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ความละเอียดอ่อน และรายละเอียดที่ถูกหยิบใส่มามันมีพลังที่น่าจดจ้องพอสมควร


ไม่มีความคิดเห็น