Header Ads

Karlovy Vary 2017: The Cakemaker ★★★★


Karlovy Vary 2017: The Cakemaker (by Ofir Raul Graizer)
★★★★ 

หลังจากคว้ารางวัล 'Ecumenical Jury' จากเทศกาลภาพยนตร์ 'Karlovy Vary' ไปเมื่อปีก่อนจนเดินสายเข้าฉายในหลายเทศกาล จนเวียนมาปีนี้แล้วกวาดรางวัลมาถึง 7 ตัวจากการเข้าชิง 9 ตัวทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รวมไปถึงรางวัลในสาขาเทคนิค และการแสดงของนักแสดงนำหญงจากรางวัลแห่งชาติอย่าง 'Israeli Film Academy' ด้วยเนื้อหาประเด็นของหนังที่พูดถึงเพศสภาพที่หลากหลายก็น่าสนใจพอสมควรที่หนังเรื่องนี้ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดจากภายในบ้านตัวเอง ซึ่งทางหนึ่งนั้นมันก็สะท้อนได้ว่าอุตสาหกรรมหนังในอิสราเอลก็มีความเป็นเอกเทศจากการเมือง และสังคมในระดับหนึ่งทีเดียว แม้ว่าการตอบสนองต่อประเด็นแบบนี้จะยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนโดยเฉพาะกลุ่มยิวที่เคร่งศาสนา ซึ่งโอกาสที่หนังที่มีประเด็นในลักษณะนี้ รวมถึงเนื้อหาเรื่องที่มีลักษณะของการผิดธรรมเนียมปฏิบัติของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และการกระทำที่ดูไม่อิงศาสนาจะเห็นได้บ่อย แต่โอกาสที่จะได้รับการตอบรับในลักษณะของการผลักดันในอุตสาหกรรมอาจยังไม่ค่อยเป็นรูปธรรมมากเสียเท่าไรนัก เอาเข้าจริงแล้ววิธีการของหนังเรื่องนี้มันมักเป็นรูปแบบการสำรวจคาแร็คเตอร์ของตัวละคร การสำรวจตัวตน สภาพจิตใจของตัวละคร ผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่เหมือนเล่าความเป็นไปในวันธรรมดาแค่เพียงเท่านั้นเอง ซึ่งค่อยๆสร้างกรอบของเรื่องราวผ่านเหตุการณ์ และรายละเอียดปลีกย่อยที่ถูกใส่เข้ามาเท่านั้นเอง


มันน่าสนใจที่หนังเองสำรวจความเป็นตัวละคร ความรู้สึก อารมณ์ความนึกคิดของตัวละครสองคนที่สูญเสียคนรักไปในช่วงที่ฝ่ายภรรยากำลังเผชิญกับความหม่นหมองข้องใจ ในขณะที่คู่รักชายหนุ่มที่อยู่ที่เยอรมันนั้นไม่ทราบสาเหตุ และที่ไปที่มาที่แฟนของเขาเสียชีวิตลง การนำเสนอภาพของการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างตัวละครทั้งสองคนที่มีลักษณะกึ่งคอนทราสต์ซึ่งกันและกันสร้างเลเยอร์ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ฝ่ายหญิงเองดูจะปิดกันตัวเองจากข้อมูล จากภาพความทรงจำที่เขามีต่อสามี แต่ในขณะที่ฝ่ายแฟนผู้ชายนั้นกลับพยายามเสาะแสวง และค้นหารายละเอียดที่เกิดขึ้น ที่ผ่านเข้ามาแวดล้อมในช่วงเวลาหนึ่งของเขา หนังนำเสนอภาพของคนสองคนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และรับมือกับสถานการณ์ของการสูญเสียที่แตกต่างกัน และแน่นอนว่าการแสดงออกของความรักของทั้งสองคนนั้นก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป มันคือการสำรวจของคาแร็คเตอร์ของตัวละครทั้งสองคนที่หนังเองก็ไม่ได้บอกชัดเจนมากนักว่าสิ่งที่ตัวละครทั้งสองคนนั้นรู้สึกคือความรู้สึกที่สามารถนิยามได้ว่าอะไร มันคือความเหงาที่คนทั้งคู่พานพบประสบกัน หรือว่าแท้จริงแล้วมันกลายเป็นเศษเสี้ยวที่หายไปของความรักที่ไม่เติมเต็มกันแน่ แต่การฉายภาพความสัมพันธ์ และการปฏิบัติตัวของตัวละครที่ทำเรื่องต่างๆในหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สามในสี่ของหนังเรื่องนี้ถูกจับจองเป็นพื้นที่ของตัวละครฝ่ายชาย และการกระทำหลายครั้งก็ดูจะไม่ได้บอกเหตุผลที่ชัดเจน แต่มันเป็นความสมเหตุสมผลของความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างเจ็บปวด และงดงาม


เอาเข้าจริงแล้วความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องของขนม เรื่องของเค้กหรือคาเฟ่ในหนังดูจะไม่ได้ถูกใช้ได้อย่างเต็มที่เสียเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม มันมีการสร้างรายละเอียดปลีกย่อยของการกระทำที่สัมพันธ์กับของกินพวกนี้อยู่พอสมควร และน้ำหนักตรงส่วนนี้มันนำไปซึ่งการตีความที่น่าสนใจถึงระยะห่างของปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละคร ซึ่งมันยังขยายเรื่องของระยะห่างของความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้ไปวิพากษ์ประเด็นในเชิงสังคม และศาสนาได้ด้วยเช่นกัน แม้ว่ามันจะไม่ได้เข้มข้นมากเสียเท่าไหร่นัก เราจะเห็นว่าภาพการเชื่อมโยงที่มาจากตัวละครหนึ่งถูกโยงผ่านการที่ตัวละครจะกิน หรือห้ามกินอะไร หรือจะทำหรือห้ามทำอะไร บางอย่างดูไม่มีเหตุผลรองรับที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมมากนัก แต่ความต่อเนื่องของการเซ็ตอัพอารมณ์ขึ้นมา ความต่อเนื่องของการเซ็ตอัพบรรยากาศที่ควบคุมได้อย่างดี และเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นหัวใจอย่างหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เองบอกเล่าเรืองราวผ่านความสมเหตุสมผลของความรู้สึกของตัวละครทั้งหลายในเรื่องผ่านความรัก การสูญเสีย และการเชื่อมโยงความเชื่อทางศาสนาเข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่ามันจะไม่ได้นำเสนอรูปธรรมของเหตุผลออกมาเป็นชิ้นเป็นอันมากมายนักก็ตามที มันเป็นเรื่องราวที่ถูกบอกเล่าความสมเหตุสมผลผ่านความรู้สึกที่เกิดจากรายละเอียดทางอ้อมที่ถูกใส่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคนิคการทำขนม เรื่องขององค์ประกอบ สิ่งต่างๆที่ใส่เข้ามาในฉากอย่างจงใจ ซึ่งการบอกเหตุผล การเล่าเรื่องราวอย่างอ้อมๆผ่านสิ่งเหล่านี้มันก็สะท้อนความหนักแน่นของเหตุและผลได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวอย่างตรงๆเสมอไป


ด้วยความที่เราเองไม่สามารถจำกัดความเหตุและผลของการกระทำของตัวละครได้ ความรู้สึกของตัวละครในหนังเองมันเต็มไปด้วยความคลุมเครือ แต่สิ่งที่สามารถบอกได้คือโทน และความรู้สึกของตัวละครที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ มันมีความอบอวลของความรัก ความเศร้า ความหวัง ทั้งหมดทั้งมวลต่างคลุกเคล้ากันอย่างน่าชื่นชม มันไม่รู้ว่าสิ่งนอกเหนือใดทำให้เกิดเรื่องราวเหล่านี้ได้ และมนุษย์เองมีอำนาจควบคุมความเป็นไปมากเพียงใดก็ไม่สามารถตอบได้ ความไม่แน่นอน และไม่ชัดเจนที่ถูกตัดแต่งอย่างดีตรงนี้ทำให้หนังเรื่องนี้งดงามค่อนข้างมากทีเดียว การเล่าเรื่องที่โลว์คีย์ และเล่าเรื่องด้วยความเบาของไดนามิกที่เปี่ยมเสน่ห์ในลักษณะนี้ต่างผสมผสานผ่านการแสดงที่ดีของนักแสดงในเรื่อง โดยเฉพาะนักแสดงหญิงในเรื่องที่สามารถสร้างความทับซ้อนของความรู้สึกที่ยากจะบอกผ่านสายตาของความคลุมเครือที่ซ่อนความปวดร้าวเอาไว้ข้างในได้อย่างน่าชื่นชม โดยที่บทบาทของเธอไม่จำเป็นต้องมีสัดส่วนที่มากขึ้นแต่ประการใด และพอการแสดงมันบอกเสริมเข้าไปกับวิธีการเล่าเรื่อง และโทนบรรยากาศเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ ผลลัพธ์ที่หนังสร้างขึ้นมันเติมเต็มความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ที่พยายามหลีกหนีความโดดเดี่ยว และคว้ามือไปข้างหน้าเพื่อโอบกอดบางสิ่งที่ถึงแม้ว่าตรงข้างหน้าที่โอบกอดไปนั้นจะไม่มีคนที่เรารักยืนอยู่ก็ตาม มันอาจจะเป็นเพียงลมที่พัดแผ่วเบา แต่มันก็เป็นลมที่อบอุ่น และทำให้รู้ว่าคนที่เรารักยังโอบล้อมตัวเราผ่านสายลมที่เข้ามาปะทะผิวกายของเรา ถือเป็นงานเรื่องแรกของผู้กำกับที่เล่าได้ละเมียดละไม และกระเทาะความคลุมเครือของความรู้สึกมนุษย์ได้อย่างสวยงาม


ไม่มีความคิดเห็น