Header Ads

[Review] The Pool ★★


[Review] The Pool (by Ping Lumpraploeng)
★★

หลังจากกำกับดราม่าปนตลก หรือหนังตลกแนวผีไทยๆมาหลายต่อหลายเรื่อง คราวนี้ผู้กำกับเองลองมากำกับหนังดราม่าเขย่าขวัญอารมณ์จริงจังบ้าง แม้ผลลัพธ์ของหนังจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชมเป็นอันดับแรกของเรื่องนี้เลยนั่นก็คือ ความกล้าที่หนังไทยน้อยเรื่องนักที่จะกล้านำเสนอเรื่องราวด้วยวิธีการ และประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนในสังคมไทยแบบนี้ แม้ว่าในเชิงการตีความหรือ ในมุมมองจะยังเป็นภาพสะท้อนที่เราเองเห็นจนเบื่อหน่ายในสังคมไทยที่จำลองตัวเองเป็นสังคมพุทธแบบกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องก็ตามที เอาเข้าจริงแล้วคุณภาพงานในหนังเรื่องนี้ของผู้กำกับก็ไม่ได้ดี หรือย่ำแย่ไปกว่างานเรื่องก่อนๆของเขา อย่างงานที่ดูเป็นงานน้ำดีหน่อยอย่าง 'โคตรรักเอ็งเลย' หรือ 'ฝันโคตรโคตร' ที่เป็นหนังดราม่าหนักที่เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่มีคาแร็คเตอร์ค่อนข้างตลกก็ตามที แม้นี่จะเป็นหนังเพียงไม่กี่เรื่องของผู้กำกับที่เลือกนำเสนอโดยใช้นักแสดงคนอื่นมาเล่นในหนังของเขา และเอาเข้าจริงแล้วการยอมให้ตัวละครแบกหนังทั้งเรื่องแบบที่เป็นในหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยจะเห็นมากนักในหนังของเขาที่มักจะหยิบยืมโครงสร้างของการเล่าเรื่องบ้าน การนำเสนอองค์ประกอบอื่นเข้ามาช่วยแบกรับเรื่องราว ในแง่ของการแสดงผ่านการแบกหนังทั้งเรื่องของ 'ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์' เองก็ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี หลังจากห่างหายจากงานแสดงไปพักใหญ่ การกลับมาครั้งนี้กับการแบกหนังเป็นตัวหลัก เป็นแกนกลางของเรื่องที่สำรวจความรู้สึกผิดบาปของตัวละครที่ต้องเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าทำได้ดีทีเดียว


เอาเข้าจริงแล้วถ้ามองข้ามปัญหาเรื่องเซ็ตติ้งของหนัง หรือการเลือกแคสติ้งของตัวละครเข้ามารับบทนำ และการใส่สิ่งแวดล้อมที่เป็นองค์ประกอบเสริมตัวละครนำที่ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือออกไปนั้น มันก็ยังดูจะมีปัญหาเรื่องของบทอยู่พอสมควร ในกรณีนี้ไม่ได้หมายถึงพฤติการณ์ หรือการกระทำ ตลอดจนความคิดความสะเพร่าของตัวละครในฐานะเด็กกองถ่ายแต่ประการใด ซึ่งตรงส่วนนั้นพูดตามตรงว่าก็ไม่ได้ออกมาเลวร้ายมากอย่างที่โหมกระแสกัน แต่ปัญหาของบทที่สำคัญมันอยู่ที่การให้น้ำหนักของการเปลี่ยนผ่านเรื่องราว ซึ่งในที่นี้รวมไปถึงการนำเสนอซับเจ็คใดๆก็ตามที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์กับตัวละคร ซึ่งการนำเสนอที่ยังขาดการประวิงเวลาในการสร้างอารมณ์ และความสัมพันธ์ที่มากเพียงพอ มันส่งผลชัดเจนเมื่อหนังเองเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนผ่านเรื่องราว เอาเข้าจริงแล้วประเด็นตรงส่วนนี้มันทำให้หนังเองไม่สามารถสร้างน้ำหนักที่ชอบธรรมของเรื่องราวได้มากเพียงพอ และการนำเสนอของหนังเองตรงส่วนนี้ยังส่งผลควบไปถึงการกำกับที่ไม่สามารถกลับจุดด้อยตรงส่วนนี้ออกมาได้ดีเพียงพอ เราเห็นรอยต่อของเรื่องราวเป็นซีนต่อซีนที่ไม่ได้ถูกทำให้ต่อเนื่องมากเพียงพอ ปัญหาเรื่องของทรานซิชั่นเป็นปัญหาที่ชัดเจนของหนังไทยมาหลายต่อหลายเรื่องอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ค่อนข้างเห็นภาพชัดเจนว่ามันขาดซีนต่อซีนออกจากกันอย่างชัดเจน และเรื่องราวของมันที่กำลังดำเนินอยู่หรือเกิดขึ้นนั้นก็ทำได้เพียงผลักเรื่องราวไปข้างหน้าตามสคริปต์ ตามเกมส์ที่ถูกเล่นเป็นด่านๆ ไม่ได้เป็นห้วงความรู้สึกของจักรวาลที่ไหลลื่นต่อเนื่องกันมากเสียเท่าไรนัก


ประเด็นที่ชัดเจนของหนังที่ถูกย้ำค่อนข้างมาก จนอาจจะมองว่าก็ไม่จำเป็นที่ต้องย้ำบ่อยแบบนั้นก็ได้คือ การทำแท้ง หนังวิพากษ์ประเด็นนี้ในสายตาแบบพุทธไทยที่เราเองเห็นเป็นภาพชินตาในสังคม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้กำกับเองค่อนข้างศรัทธาในศาสนาค่อนข้างชัดเจนพอสมควร ซึ่งไม่แน่ใจในเรื่องของความสัมพันธ์กับธรรมกายในช่วงหลังของเขามากนัก ว่าเขามีความเชื่อต่อส่วนนี้มากน้อยแค่ไหน แต่ลักษณะของการนำเอาเรื่องของจระเข้ ที่มักถูกแทนด้วยภาพของปีศาจร้าย และการตั้งครรภ์ของตัวละครหญิงที่เป็นแฟนในเรื่อง รวมไปถึงเหตุการณ์หนึ่งในหนังที่เป็นเหตุการณ์ที่ตัวละครจำต้องทำเพื่อเอาชีวิตรอดจากความหิวโหยนั้นก็ดูจะเป็นความสัมพันธ์ที่เชื่อในเรื่องของชาติภพ เชื่อในเรื่องของการเกิดและความตาย รวมไปถึงการแทนภาพความดีงามเชิงศาสนาที่เป็นภาพสะท้อนของศีลธรรมและจริยธรรมตามแบบไทยพุทธที่มักถูกกล่าวอ้างกันอยู่ตลอดเวลา ภาพความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในหนังเหล่านี้สะท้อนภาพของการอุปมาอุปมัยของการพยายามต่อสู้กับประเด็นเรื่องของการทำแท้งของตัวละครนำที่เป็นพระเอกตัวหลักในเรื่องราว และมีท่าทีมีแนวคิดต่อการทำแท้งที่ชัดเจนในหนังเรื่องนี้ ถ้าถามว่าการวิพากษ์ต่อประเด็นดังกล่าวเกิดเยอะไหมนั้น คำตอบคือ ไม่ได้มากขนาดนั้น หนังมีคอนเซ้ปของการทำแท้งที่ค่อนข้างให้คำตัดสินเรียบร้อยแล้ว และแค่เดินเรื่องราวไปในทิศทางที่เราเองคาดเดาได้ไม่ยากนัก เพราะส่วนหนึ่งหนังไทย หรือค่านิยมไทยที่มีเพียงด้านเดียวต่อประเด็นนี้ก็กลายเป็นภาพที่เราเองเห็นคุ้นตาไปหมดแล้ว


เมื่อคอนเซ็ปของหนังไม่ได้ถูกวิพากษ์ในเชิงลึกมากเสียเท่าไหร่นัก ดังนั้นการไล่ตามเรื่องราวที่จะต่อยอดไปยังเรื่องของการวิพากษ์ประเด็นเรื่องของการทำแท้งจึงเกิดไม่ได้มากมายนัก หลักๆของเรื่องราวจึงเป็นการขยับขยายภาพของการที่ตัวละครชายคนหนึ่งที่ดันซวยต้องมาติดในสระน้ำที่ถูกดูดน้ำออกไปหมดแล้วเพียงเท่านั้นเอง ซึ่งการไล่เรียงเล่าเรื่องของหนังเองนั้นไม่ได้มีความน่าพิศวงไปกว่าหนังเอาตัวรอดส่วนใหญ่เสียเท่าไหร่นัก การลำดับภาพของหนังไม่ได้ออกมาเลวร้าย แต่น่าเสียดายที่มันเองก็ไม่อาจแบกหนังไว้ได้มากเพียงพอ การนำเสนอด้วยวิธีการที่ซ้ำซากจำเจผ่านการกำกับซีน และไล่เรียงเรื่องราวในลักษณะเดิมๆหลายต่อหลายครั้ง ไม่ได้ช่วยให้หนังดูมีเนื้อมีหนังมากนัก ในทางกลับกันมันยิ่งทำให้หนังเองจืดมากยิ่งขึ้น เราจะเห็นว่าผู้กำกับพยายามสรรหาภาพที่จะนำเสนออารมณ์ หรือสร้างความหมายที่ต่างออกไปจากภาพธรรมดา แต่มันดูไม่สำเร็จ และสิ่งที่หนังเองสร้างขึ้นมากลายเป็นผลติดลบของเรื่องราวมากกว่าด้วยซ้ำ มันสร้างความไม่จำเป็น และกลายเป็นส่วนเกินที่ไม่เข้ากันกับหนังมากพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่สิ่งพื้นฐาน สิ่งธรรมดาที่หนังเองทำยังทำออกมาได้ไม่ดีมากนัก และการต่อยอดของความรู้สึกผ่านความผิดเพี้ยนของภาพมันลดทอนให้เสาที่หนังเองไม่ได้แข็งแรงมากนักอ่อนแอลงไปอีก มันกลายเป็นหนังที่พอดูได้ของผู้กำกับ ที่ท้ายที่สุดเขาเองก็ยังพยายามใส่ตัวเขาเองเข้าไปในหนังซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่มันจำเป็นกับตัวหนังมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง

ไม่มีความคิดเห็น