Header Ads

Venice 2018: The Day I Lost My Shadow ★★★


Venice 2018: The Day I Lost My Shadow (by Soudade Kaadan)
★★★

หลังจากมีผลงานสารคดีที่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านตัวเองอย่างซีเรียกับสารคดีที่โฟกัสช่วงเวลาของสงครามอย่าง 'Obscure' และ สารคดีที่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดเธออย่าง 'Damascus Roof and Tales of Paradise' ผลงานเรื่องนี้ถือเป็นผลงานภาพยนตร์ฟิคชั่นเรื่องแรกในชีวิตของเธอ และเล่าเรื่องราวในบ้านเธออีกเช่นเคย ในช่วงปี 2012 เมื่อสงครามกลางเมืองในซีเรียเริ่มถึงจุดปะทุ หนังโฟกัสไปที่เรื่องราวของแม่คนหนึ่งที่อยู่กับลูกของเธอ ในขณะที่สามีของเธอต้องไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย โดยเธอต้องเดินทางหาแก๊ซเพื่อมาทำอาหารให้ลูกชาย ในขณะที่เธอกำลังเดินทางไปเพื่อหาแก๊ซเธอกลับพบว่าตัวเธอเองติดอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของกลุ่มทางการเมือง และที่น่าสนใจมากคือ เธอกลับพบว่าผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาของสงครามกำลังสูญเสียเงาของตัวเองลงไปเรื่อยๆโดยที่ไม่สามารถทราบสาเหตุได้ ถือเป็นงานเรื่องแรกของเธอที่น่าชื่นชมในเรื่องของการดึงเอาประเด็น และพล็อตเล็กๆเข้ามาจับกับตัวเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ การดึงเอาไอเดียเล็กๆเข้ามาจับความเป็นความตายของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาของสงครามทำให้ความจืดชืดในบางช่วงของหนังมีความน่าสนใจมากขึ้น แม้ว่ามันจะสร้างเลเยอร์จากสิ่งที่เธอใส่เข้ามาไม่ได้มากมายนัก แต่ในการวิพากษ์ความทุกข์ยากของผู้คนตลอดจนมุมมองและทัศนคติของผู้คนที่มีต่อความขัดแย้งดังกล่าวมันน่าสนใจ และเอาเข้าจริงๆแล้วในช่วงเวลานั้นไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นจะเดินมาถึงบทสรุปในทางใด ซึ่งหนังเองก็เว้นวรรคคำตอบของเรื่องราวตรงส่วนนั้นเอาไว้


การเลือกที่จะนำเสนอภาพของชีวิตผู้คนธรรมดาที่พยายามดิ้นรนใช้ชีวิตประจำวัน ในการประทังชีวิตประจำวันท่ามกลางความขัดแย้งของสงครามเป็นส่วนที่สวยงามในหนังเรื่องนี้ เป็นความสวยงามท่ามกลางความเจ็บปวดของการมีชีวิตในช่วงเวลาของรอยต่อของความเป็นความตาย และอนาคตที่ไม่แน่นอน หนังเองเลือกนำเสนอผ่านสายตาของผู้เป็นแม่ที่เพียงยื้อเวลาไปในระยะอันสั้น และเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ค่อยสู้จะดีมากนักของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เอาจริงๆแล้วการหยิบเอาเรื่องของการสูญเสียเงาของผู้คนในหนังนั้นอาจไม่ได้มองในแง่ของการมีชีวิตอยู่หรือไม่มีชีวิตอยู่เพียงอย่างเดียว หรือมองในแง่ของรอยต่อของความตายเพียงเท่านั้น แต่มันน่าจะวิพากษ์ไปถึงประเด็นเรื่องชีวิตที่ปกติของตัวละคร อย่างน้อยก็เป็นในเรื่องของการใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ที่มีหัวใจของความรู้สึกที่ดีต่อโลกใบนี้ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือของสงครามที่ต่างประหัดประหารกันไม่มีที่สิ้นสุด รายละเอียดของความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามไหล่ทางที่หนังเองเดินเรื่องไปมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย คือมันมีรายละเอียดระหว่างตัวละครที่ถูกพูดถึงตามทางที่หนังเองเดินเรื่องไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ชีวิตในฐานะสามัญชนปกติทั่วไป ไม่ได้ติดหล่มอยู่ในความแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา เอาเข้าจริงแล้วการดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่ ยังมีเงาหัวของตัวเองตามติดมามันก็ทำให้เรายังมีความเป็นมนุษย์ นี่คือการนำเสนอภาพรอยต่อในช่วงเวลาของการมีวิถีชีวิตปกติในช่วงสุดท้ายของผู้คน ก่อนที่เมืองอย่างดามากัสจะกลายเป็นเพียงสูญรวมของซากปรักหักพัง และกลายเป็นเมืองผีที่ผู้คนไม่สามารถมีชีวิตได้อย่างปกติอีกหลังจากนี้


พูดกันตามตรงแล้วหนังเรื่องนี้เป็นการสำรวจชะตากรรมของประเทศตัวเองได้ในอีกทางหนึ่งเช่นกัน การหลงทางของตัวละครสามารถสะท้อนชะตากรรมของประเทศนี้ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองในหลากกลุ่ม ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มที่มีปัญหาขัดแย้งกันในผลประโยชน์ทางการเมือง ในกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา ตลอดจนกลุ่มก่อการร้าย การผลักตัวละครจากโลกปกติที่ตัวละครอยู่ในช่วงต้นเรื่อง และสร้างเซ็ตอัพของเรื่องราวไปเป็นอีกส่วนหนึ่งของโลกใบเดียวกันนี้ ประเทศเดียวกันนี้ แต่กลายเป็นพื้นที่ที่รู้สึกถึงความผิดเพี้ยน ความประหลาดผิดจากความปกติที่สัมผัสกัน ประเด็นตรงส่วนนี้ทำให้หนังเองสามารถผลักตัวเองออกไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของความคิดทางการเมืองที่ทำให้ประเทศประเทศหนึ่งล่มสลายลง มันน่าสนใจในการสร้างสถานะของตัวละครเมื่อตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่หนึ่งในหนังได้อย่างน่าสนใจ เอาเข้าจริงแล้วพื้นที่หนังเองนำเสนอมันเหมือนเป็นวงกตของความตายที่ตัวละครกำลังหลงทางและไม่อาจกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติได้ ความต่อเนื่องในเรื่องของงานภาพ และการใช้แสดงของความขมุกขมัวที่ไม่อาจจะไว้ใจใครได้ต่อไปในประเทศแห่งนี้ ทำลายความเป็นรัฐที่สมบูรณ์ที่ต้องประกอบด้วยผู้คนลงอย่างสมบูรณ์ ซึ่งต้องชื่นชมผู้กำกับในเรื่องของการรังสรรการใช้ภาพ และการผสมผสานเข้ากับไอเดียในเรื่องของเงาที่หายไปอย่างดี แต่น่าเสียดายที่การขยับขยาย และพัฒนาการต่อยอดเรื่องราวอาจยังไม่ได้เยอะมากพอที่จะสร้างความจดจำได้มากเพียงพอ มันจึงกลายเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำหน้าที่สร้างความสนใจได้ดี แต่ยังไม่ใช่หนังที่ต้องถูกสรรเสริญเยินยอมากมายนัก


ไม่มีความคิดเห็น