Header Ads

Venice 2018: First Man ★★★★

 
Venice 2018: First Man (by Damien Chazelle)
★★★★

หลังจากพลาดรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก 'La La Land' ไปอย่างน่าปวดใจกับการประกาศรายชื่อที่ผิดพลาดของผู้ประกาศรางวัล คราวนี้เขามาพร้อมกับหนังที่ดูเหมือนจะเป็นหนังที่สร้างมาเพื่อเข้าชิงรางวัลอย่างชัดเจน กับเรื่องราวของปฏิบัติการ 'Apollo 11' ในการเหยียบดวงจันทร์ของสหรัฐอเมริกา โดยเล่าเรื่องราวผ่านจุดโฟกัสที่ตัวละครมนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์อย่าง 'Neil Armstrong' ซึ่งหลังจากหนังฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิสไปได้สักพักนึงก็กลายเป็นประเด็นดราม่าผ่านมุมมองของความเป็นชาตินิยมสุดโต่งที่ดันไม่มีฉากของการปักธงชาติอเมริกาบนดวงจันทร์ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วหลังจากที่ได้ดูจบ การมีฉากนั้นอาจสร้างความอิหลักอิเหลื่อให้กับความหมายของหนังเรื่องนี้ที่ผู้กำกับเองจงใจวางเรื่องราวให้เล่าออกมาในรูปแบบของเรื่องราวความเป็นส่วนตัวโฟกัสในลักษณะที่เหมือนหนังชีวประวัติของอเมริกันฮีโร่คนนี้มากกว่าที่จะเลือกนำเสนอปฏิบัติการทางอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ เอาเข้าจริงแล้วภาพที่ถูกผลักดันออกมามันอาจหมายความในเชิงชาตินิยมแบบนั้นก็ทำได้ เพียงแต่มันเป็นความหมายเชิงรองที่หนังเองต้องการนำเสนอมากกว่า ในขณะที่ส่วนหลักของเรื่องราวมันมองไปที่เรื่องราวของชัยชนะที่เกิดขึ้นในใจของผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ดันเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติมากกว่า ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วหัวใจของหนังไม่ได้ต้องการนำเสนอปฏิบัติการผ่านมุมมองของความเป็นชาตินิยม แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้เองต้องการนำเสนอนั่นคือการก้าวผ่านวิกฤติชีวิตของตัวละครตัวหนึ่งที่สะท้อนมุมมองผ่านความเป็นมนุษยนิยมมากกว่า และมันยิ่งใหญ่และทรงพลัง อีกทั้งทำให้หนังเรื่องนี้มีความเป็นเอกเทศกว่าหนังมนุษย์เหยียบดวงจันทร์ที่เห็นเกร่ออยู่ทั่วไป


การโฟกัสผ่านเรื่องราวตัวบุคคลเหมือนหนังชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังมีความเชื่อมโยงในฐานะของตัวบุคคลกับผู้ชมได้อย่างเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น เราเห็นที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆที่เคลื่อนไหวรายล้อมตัวละครในหนังเรื่องนี้ และส่งผ่านผลกระทบของเรื่องราวเข้ามาสู่ตัวละครนำชายของเรื่อง มันเห็นพัฒนาการทางเรื่องราวผ่านการเปลี่ยนแปลงของตัวละครนำในเรื่อง เอาเข้าจริงแล้วมันเป็นหนังที่เล่นกับสภาพจิตใจของตัวละครมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงกดดันของการเตรียมตัวเพื่อปฏิบัติการ ความสูญเสียที่เกิดขึ้น และการทำหน้าที่ในฐานะสามี และพ่อในครอบครัวของตัวเอง ซึ่งด้วยความที่สิ่งต่างๆที่หนังเรื่องนี้นำเสนอมันมีความใกล้ตัวผู้คน มันมีความเป็นหนังชีวิตของผู้คนที่พูดกันตามตรงแล้วในทางหนึ่งมันก็ไม่ได้สร้างรูปแบบของชีวิตที่แตกต่างออกไปเกินกว่าที่ผู้ชมจะสามารถเชื่อมโยงได้ และนี่คือสิ่งที่หนังเรื่องนี้จงใจสร้างขึ้นมาในการนำเสนอชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะของนักบินอวกาศที่เดินทางเหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรกซึ่งมันกลายเป็นภาพรองที่ถูกฉายออกมา ด้วยการแสดง และคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนของตัวนักแสดงนำชายเอง มันทำให้การวางคาแร็คเตอร์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเพศชาย ผ่านความเป็นเพศชาย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในปฏิบัติการ หรือในความเป็นสามี และพ่อของลูกถูกนำเสนออย่างชัดเจนจนในทางหนึ่งมันอาจตีความตัว 'Ryan Gosling' ในเชิงอุปมาอุปมัยของการแทนสัญลักษณ์ของความเป็นชาย ซึ่งถือว่าประเด็นตรงส่วนนี้มีความเป็นสากลที่สามารถเชื่อมโยงในกับทุกสังคม และวัฒนธรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่านี่ไม่ใช่หนังที่จงใจนำเสนอปฏิบัติการเหยียบดวงจันทร์เป็นส่วนหลัก แต่ต้องการนำเสนอชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง ชีวิตของชายคนหนึ่งที่ผ่านเรื่องราวในชีวิตมากมาย สะสมความสุข สะสมความเจ็บปวด และต้องการการเยียวยา


ซึ่งการเยียวยาในหนังที่เกิดขึ้นเราอาจมองผ่านปฏิบัติการการเหยียบดวงจันทร์ของเขาก็ได้ ในภาพที่ถูกนำเสนอผ่านสายตาสื่อออกไปทั่วโลกมันอาจเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ แต่อย่างที่บอกซ้ำแล้วซ้ำเล่านี่ไม่ใช่หนังที่มีแกนหลักในการนำเสนอปฏิบัติการ แต่เป็นหนังที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของชายคนหนึ่ง การเยียวยาของเขาผ่านปฏิบัติการในครั้งนี้จะเห็นความหมายผ่านบทสรุปของเรื่องราว รวมไปถึงระหว่างทางเดินของเรื่องราวด้วยเช่นกัน จะเห็นความสัมพันธ์ของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากปฏิบัติการของเขาที่เชื่อมโยงกับเรื่องของครอบครัว บาดแผลของการสูยเสียที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเขา และความสุขที่เกิดขึ้นตัดสลับกันสะท้อนให้เห็นจุดมุ่งหมาย และความเชื่อมโยงของปฏิบัติการกับเรื่องส่วนตัวของเขา ซึ่งมันกลายเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ เพราะกลายเป็นว่าความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของหนังเรื่องนี้คือการคะนึงหาความเป็นครอบครัว ซึ่งเป็นความสมบูรณ์อย่างหนึ่งของความฝันแบบอเมริกันที่ถูกฉายออกมาในช่วงเวลานั้นท่ามกลางวิกฤติทางการเมือง และสังคมที่กำลังเกิดขึ้นมากมาย แต่รัฐกลับทุ่มเงินเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันทางอวกาศกับประเทศคู่อาฆาตอย่างรัสเชีย ซึ่งเราเองไม่รู้ว่าในจุดนี้ความสำคัญของความเป็นครอบครัว ความสมบูรณ์ของความเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกฉายภาพออกมาอย่างแรงกล้าในหนังคือการตั้งคำถามในเชิงขบถต่อความเป็นชาตินิยมของอเมริกาในช่วงเวลานั้นมากหรือน้อยแค่ไหน แต่เห็นได้ชัดเจนว่ามันมีคำถามตรงส่วนนี้ถูกใส่เอาไว้อย่างแนบเนียน เพราะอย่างลืมว่าความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจนของนักบินอวกาศคนนี้ที่ถูกบอกเล่าผ่านมานั้น เส้นทางเดินในชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความสูญเสีย มันมีแรงจูงใจจากเรื่องของลูกสาว แรงจูงใจเรื่องของเพื่อนที่ต้องเสียชีวิตไป มันมีราคาที่เขาต้องจ่าย และแพงมากไม่สามารถประเมินค่าได้


มันเป็นหนังที่สะท้อนภาพของจิตใจของตัวละครที่ผ่านความเจ็บปวดบนเส้นทางของชีวิต และแน่นอนว่าในเส้นทางของเป้าหมายปฏิบัติการพิชิตดวงจันทร์นั้นเขาเองก็ผ่านความเจ็บปวดมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการสูญเสีย และมันกลายเป็นบาดแผลที่ฝังลึกในใจของเขา ซึ่งถ้ามองในเทอมแบบนี้จะเห็นถึงความจงใจในทิศทางนี้ของผู้กำกับอย่างชัดเจน และการเลือกดนตรีประกอบที่ทรงพลัง และสะท้อนความครุ่นคิดที่เกิดขึ้นในจิตใจของตัวละครนำของนักทำเพลงอย่าง 'Justin Hurwitz' เองก็สอดประสานได้อย่างดี มันเป็นลักษณะของดนตรีประกอบที่ไม่ได้เน้นความโฉ่งฉ่างของการนำเสนอซีน แต่มันเป็นเสียงที่สามารถเล่นกับสภาพจิตใจของผู้คนได้อย่างดี และแน่นอนว่ามันสะท้อนความเป็นไปในระดับจิตใจของตัวละครได้ในอีกทางหนึ่งด้วย อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าความคลุมเครือที่หนังเรื่องนี้เองสร้างขึ้นผ่านประสบการณ์ของตัวละครนำที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย และหมกมุ่นอยู่กับปฏิบัติการของการพิชิตดวงจันทร์นั้นมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไอเดียของหนังเองส่งผ่านมาทางโปสเตอร์ของหนังด้วยซ้ำที่สะท้อนภาพของใบหน้าตัวละครซ้อนทับกับปฏิบัติการ และดวงจันทร์ ด้วยทิศทางของหนังที่ต้องการนำเสนอภาพของชายคนหนึ่งที่มีบาดแผลจากความเป็นอเมริกัน ความฝันแบบอเมริกัน การดิ้นรนเพื่อปฏิบัติการที่ช่วงชิงศักดิ์ศรีของชาติให้อยู่เหนือคู่แข่ง ไม่ใช่ความสำเร็จของชาติที่หนังเองต้องการนำเสนอ แต่เป็นการก้าวผ่านวัยที่ยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเขา และก้าวผ่านมันไปอย่างภาคภูมิ ซึ่งความชาตินิยมที่เป็นผลพลอยได้จากส่วนหลักของเรื่องราวนั้น ไม่ควรจะถูกทำให้มันล้นเกินไปด้วยซีนที่จะสร้างการสื่อสารกับผู้ชมในอีกทิศทางหนึ่ง ซึ่งผู้กำกับทำได้น่าชื่นชม และหนักแน่นมาก กลายเป็นงานชั้นยอดของเขาอีกเรื่องหนึ่ง


ไม่มีความคิดเห็น