Header Ads

Busan 2018: Every Day a Good Day ★★★


Busan 2018: Every Day a Good Day (by Tatsushi Omori)
★★★

หนังเรื่องท้ายๆของอาชีพการแสดงของนักแสดงที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจผู้ล่วงลับอย่าง 'Kirin Kiki' ซึ่งในปีหน้าเธอจะยังเหลือหนังอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสุดท้ายของอาชีพการแสดงของเธอก่อนจากไปด้วยวัย 75 ปี พูดกันตามตรงว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมในแง่ของการเชิดชู การยกย่องตัวเธอผ่านลักษณะของตัวละคร และบรรยากาศของหนัง เรื่องราวที่ค่อนข้างรสชาติแปลกออกไปจากหนังแจ้งเกิดของผู้กำกับ 'Tatsushi Omori' อย่าง 'The Whispering of the Gods' และ 'The Ravine of Goodbye' แต่ก็ไม่ถึงกลับแปลกไปเสียหมด มันยังมีวัตถุดิบ หรือการสร้างประเด็นในลักษณะที่คุ้นเคยอยู่ เพียงแต่ในความสว่างไสวของหนังเรื่องล่าสุดเรื่องนี้มันมีมากกว่าชัดเจน มันเป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องของการตามหาแง่มุมตามหาความหมายของการมีชีวิต ซึ่งมองในสโคปของการค้นหาเส้นทางของตัวละครที่จะหาพื้นที่เล็กๆที่ตัวเองจะสามารถอยู่ได้ และสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ประเด็นในลักษณะนี้ของหนังนั้นแทบไม่ได้แตกต่างจากหนังเรื่องก่อนๆของผู้กำกับมากมายนัก แต่ในการใส่มู้ดและโทนของหนังที่มีความสว่างมากขึ้น มีการนำเสนอด้านของความสวยงามของชีวิตมากขึ้น รวมไปถึงการใส่ส่วนของความรู้สึกคอมเมดี้เข้ามาในหนัง ทำให้หนังเรื่องนี้มีรูปแบบ มีรสสัมผัสที่ต่างออกไปจากหนังเรื่องก่อนของเขาอยู่พอสมควร ในบรรดาหนังของเขาที่พูดถึงประเด็นเรื่องความหมายของการมีชีวิตของมนุษย์


การนำเสนอเรื่องราวการก้าวผ่านวิกฤติของชีวิตของตัวละครกว่าสองทศวรรษในหนังเรื่องนี้ผ่านการเรียนรู้พิธีกรรมชงชาของตัวละครคือ การนำเสนอภาพของการพยายามผสมผสานของความเป็นคนรุ่นใหม่ กับประเพณีโบราณที่มีขึ้นตอนมากมายและยุ่งยาก แต่เน้นการซึมซับการเปลี่ยนผ่านของภาวะการณ์รายล้อมของตัวละคร การนำเสนอภาพของการเปลี่ยนผ่านของชีวิตของตัวละครถูกนำเสนอออกมาอย่างเรียบง่าย และสงบ มันเป็นการสร้างความรู้สึกของการขับเคลื่อนของสิ่งรายล้อมของเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านความสงบ และการนิ่งเงียบของตัวละครที่เกิดขึ้น ภาพของความเป็นเพศหญิงในหนังที่เป็นเอกลักษณ์ของพิธีกรรมชงชาในฐานะของภรรยา และผู้ดูแลบ้าน เอาเข้าจริงภาพลักษณ์ตรงส่วนนี้อาจจะให้ภาพของความเป็นผู้หญิงหัวโบราณ แต่ที่น่าสนใจก็คือ สิ่งที่หนังเรื่องนี้สร้างนั้นไม่ได้พยายามสำรวจภาพของความแตกต่างในเรื่องของยุคสมัยของความเป็นเพศหญิงตรงส่วนนี้เลย หนังเพียงนำเสนอภาพของการก้าวผ่านวัยของตัวละครหญิงตัวหนึ่งในหนังเรื่องนี้ที่เรียนรู้ความงดงามของการดูดซับอารมณ์ และความรู้สึกของความเป็นธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่รอบกายเท่านั้นเอง


จากสิ่งที่หนังเรื่องนี้เองนำเสนอให้เห็นถึงส่วนของพิธีการชงชา และการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยในช่วงวัยหนึ่งที่ตัวละครเองให้ความสำคัญกับการชงชา การเคลื่อนไหวของเรื่องราว การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ถูกบอกเล่าออกมาอย่างเนิบช้า และเต็มไปด้วยการตักตวงรายละเอียดของสิ่งรายล้อมที่เกิดขึ้น แต่ในช่วงเวลาหนึ่งของหนังที่ตัวละครเริ่มให้ความสนใจกับช่วงชีวิตที่อื่นนั้น เป็นชีวิตที่ถูกมองในเรื่องของสังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ ที่ตัวละครเมื่อจบจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ต้องหางานเดินตามสโคปของสิ่งที่สังคมเอาเป็นมาตรวัดของความสำเร็จในชีวิต แน่นอนว่าการเคลื่อนไหว หรือการเปลี่ยนผ่านของสถานการณ์ในหนังเรื่องนี้นั้นถูกวางเอาไว้แบบไม่ได้ให้ความจดจ่อมากนัก และการเปลี่ยนผ่านของสถานการณ์นั้นก็ช่างรวดเร็วเหลือเกิน ความแตกต่างของทั้งเรื่องราว และการสำรวจอารมณ์ตรงส่วนนี้ของหนังนั้นค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจนในสองส่วนของเรื่องจนสังเกตได้ไม่ยากเย็นมากเท่าไรนัก


บทบาทของ 'Kirin Kiki' กลายเป็นเหมือนภาพของการสรรเสริญนักแสดงที่ล่วงลับคนนี้ไปโดยปริยาย ภาพของตัวละครที่มีสถานะเป็นครูสอนชงชา ถูกวางเอาไว้อยู่เหนือความเป็นไปในเรื่องของอายุขัยอย่างชัดเจน ในภาพหนึ่งอาจแทนอุปมาอุปมัยของการยอมรับความอาวุโส ความศักดิ์สิทธิของสิ่งหนึ่งในหนัง แต่ในอีกภาพหนึ่งนั้นกลับสร้างตัวละครให้มีลักษณะเหมือนส่วนหนึ่งของคนในครอบครัวที่คอยสอนภาพของการเปลี่ยนผ่านของเรื่องราวที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนผ่านของชีวิตมนุษย์คนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบมากมายจนแทบไม่ได้สังเกตภาวะการณ์ของสิ่งรายล้อม จนไม่ได้สังเกตเห็นถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจของเราที่เราหลงลืมมันไป การสอนการมีชีวิตผ่านพิธีการชงชาที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขมากมาย ทำให้เกิดการเรียนรู้ในชีวิต ทั้งท่านั่ง ทั้งลำดับการเดิน หรือเสียงของน้ำหยด ซึ่งหนังเองสามารถถ่ายทอดการเปลี่ยนผ่านของสิ่งเหล่านี้เข้าสู่ชีวิตตัวละครนำในเรื่องออกมาได้อย่างงดงาม ความคงอยู่ของธรรมชาติ ความงดงามของการซึมซับสิ่งรายล้อมตรงส่วนนี้มันก็เหมือนกับภาพของการอุทิศชีวิตให้อาชีพการแสดงของนักแสดงชั้นครูผู้ล่วงลับ ซึ่งจะโดยบังเอิญหรือตั้งใจ หนังเรื่องนี้กลายเป็นบทสรรเสริญยกย่องดาวค้างฟ้าผู้นี้ไปเรียบร้อยแล้ว จากหนังที่เต็มไปด้วยด้านมืด และรุนแรงในเรื่องก่อนๆของผู้กำกับ เขากลับทำหนังเรื่องนี้ได้อย่างงดงาม และเต็มเปี่ยมด้วยชีวิต


ไม่มีความคิดเห็น