Header Ads

Locarno 2018: Coincoin and the Extra-Humans ★★★★★

 
Locarno 2018: Coincoin and the Extra-Humans (Bruno Dumont)
★★★★★

หลังจากประสบความสำเร็จจากคำวิจารณ์อย่างถล่มทลายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อสี่ปีที่แล้วกับหนังความยาวขนาดไล่เรี่ยใกล้เคียงกันสามชั่วโมงกว่าอย่าง 'Li'l Quinquin' ที่ว่าด้วยเรื่องราวของหนังตลกร้ายที่สะท้อนภาพของสังคม และวัฒนธรรมฝรั่งเศสผ่านการสำรวจรากเหง้า และความเป็นไปที่เกิดขึ้นในสังคมฝรั่งเศสโดยเฉพาะอย่างยิ่งรากของอดีตที่เกิดขึ้น และสะท้อนเรื่องราวผ่านตัวละครหลากตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเด็กของเรื่องที่กำลังเรียนรู้ความเป็นไป และความเปลี่ยนแปลงอันประหลาดบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมเล็กๆทางตอนเหนือของฝรั่งเศสที่ค่อนไปทางอังกฤษอย่าง 'Calais' เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในชนบทใกล้ชายฝั่งแห่งหนึ่ง และสะท้อนภาพของประเทศฝรั่งเศสผ่านส่วนสังคมเล็กๆส่วนนี้ คราวนี้ผู้กำกับเองกลับมาพร้อมกับเรื่องราวต่อเนื่อง โดยใช้ตัวละครเดิม และห้วงเวลาตามจริงของการเปลี่ยนแปลงช่วงอายุขัย และสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสในหลายแง่มุมอีกเช่นเคย ผ่านระยะเวลาในการเล่าเรื่องเกือบสี่ชั่วโมงที่คราวนี้หนังเองเริ่มเทน้ำหนักมาทางประเด็นทางการเมืองอย่างเรื่องผู้อพยพ และความหลากหลายของผู้คนในฝรั่งเศส ซึ่งกลายเป็นแกนหลักของเรื่องราวที่ใช้ในการขับเคลื่อนที่ต่างออกไป ที่หนังเองไม่ได้ลงลึกในประเด็นเรื่องความเป็นมาเชิงชาติมากเท่ากับหนังภาคก่อนหน้านี้ของเขาที่เน้นนำเสนอภาพของการตระหนักรับรู้ของช่วงวัยเด็กกว่านี้ แต่เมื่อเขาโตขึ้น และถูกเรียกใหม่ว่า 'Coincoin' การนำเสนอโลกที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่หนังเรื่องนี้เองเลือกใช้ในการเล่าการเปลี่ยนแปลง และความเข้าใจในสภาพการณ์ของประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน


มันเป็นคำถามที่น่าสนใจมากทีเดียวว่า ในขณะที่โลกของเรา ประเทศของเราเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และพูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่าในฝรั่งเศสเองมีการอพยพเข้ามานานแล้ว และมีการผสมผสานเชิงชาติพันธ์ุ และวัฒนธรรมมากมาย แต่กลายเป็นว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้น เกิดวิกฤติการณ์ผู้อพยพจากแอฟริกา และตะวันออกกลาง กลับสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนเสียงที่สนับสนุนแนวความคิดทางการเมืองขวาจัดของฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็กลายเป็นภาพที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน ซึ่งหนังเองบอกเล่าวาทะกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ผ่านการตั้งคำถามเรื่องของชาติพันธุ์และความเป็นชาติอย่างชัดเจน โดยนำเรื่องราวที่มีลักษณะของความเหนือจริง ความแฟนตาซี ผ่านการบุกของเอเลี่ยนที่โคลนคนในหมู่บ้านขึ้นมา ซึ่งคนที่โคลนขึ้นมาเองก็ดันมีลักษณะจำเพาะที่น่าสนใจอยู่พอสมควร และที่น่าสนใจคือ เรื่องของการหยิบวางพื้นที่ของสีผิวในหนังเรื่องนี้ ที่วางไว้อย่างจงใจ และมันสร้างความหมายในเชิงวาทกรรมทางการเมืองมากอยู่พอสมควร ซึ่งเรื่องราวที่เล่าเกิดขึ้นผ่านตัวละคร 'Coincoin' ที่กำลังช่วยพรรค 'Nationalist' หาเสียงอยู่ และต้องไปเผชิญกับเรื่องราวมากมายทั้งคู่รักเพศหญิงของหญิงสาวที่ตัวเองรัก ต้องไปเจอกับเหตุการณ์แมกม่าประหลาดหล่นจากบนฟ้า และหลังจากนั้นคนในเมืองก็เริ่มประหลาดไป จนทำให้สองตำรวจคู่หูคนเดิมต้องมาสืบสวนหาสาเหตุ และนำมาซึ่งเรื่องราวของการเข้ามาของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ และเกิดการขยายตีความมากมายทางการเมืองของฝรั่งเศสในปัจจุบัน


มันมีความชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรกว่าหนังเรื่องนี้เองจะหยิบจับประเด็นทางการเมือง และสังคมของฝรั่งเศสในปัจจุบัน ชื่อของพรรค 'Nationalist' นั้นดูเหมือนเป็นความจงใจในการเปรียบเทียบกับพรรคอนุรักษ์นิยมขวาจัดอย่าง 'National Front' ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น 'National Rally' ไปแล้ว ซึ่งเป็นพรรคที่มีนโยบายต่อต้านผู้อพยพค่อนข้างชัดเจน คู่ชิงปธน.อย่าง 'Marie Le Pen' เองได้รับเสียงสนับสนุนค่อนข้างมากเป็นประวัติการณ์ในการเลือกตั้งของฝรั่งเศสครั้งล่าสุด ก่อนที่พรรคฝ่ายกลางที่พึ่งก่อตั้งมาได้ไม่กี่ปีจะคว้าชัยชนะไป แน่นอนว่ามันชัดเจนที่หนังเองเสียดสีแนวความคิดทางการเมืองตรงจุดนี้ และสะท้อนภาพของผู้อพยพที่เดินเตรดเตร่ไปในหนังอย่างชัดเจน นี่น่าจะเป็นตัวหัวใจหลักที่หนังเองต้องการนำเสนอ เมื่อเราลองมองขยับขยายไปถึงประเด็นของแนวคิดขวาจัดบ้าง การเข้ามาของแมกม่าที่มีสีดำนั้นน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะการเจือปนที่เกิดขึ้นนั้น มันทำให้เกิดการจำลองของตัวเอเลี่ยนทีเลียนแบบตัวละครบางตัวให้โคลนนิ่งเป็นสองตัว ซึ่งความหมายในแง่นี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะภาพของตัวละครที่ถูกโคลนในหนังนั้น ค่อนข้างเป็นภาพที่ถูกแทนได้ด้วยความเป็นคนฝรั่งเศสที่ดูมีรูปลักษณ์ของความนิยมขวาจัดอยู่ไม่น้อย หรืออย่างน้อยในประเด็นนี้หนังเองอาจไม่ได้ต้องการสื่อถึงแนวคิดทางการเมืองก็เป็นได้ แต่อาจจะต้องการนำเสนอเพียงแค่ภาพของการพยายามต่อกรกับสิ่งนอกโลกที่เข้ามา ซึ่งในที่นี้อาจแทนภาพของผู้อพยพที่ไม่ใช่คนท้องถิ่น จึงเกิดการพยายามสร้างสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาก็เป็นไปได้ มันทำให้หนังเองมีแง่มุมทางประเด็นการเมือง และสังคมที่ตอบสนองต่อประเด็นของผู้อพยพที่เพิ่มจำนวนขึ้นค่อนข้างมากในช่วงหลายสิบปีมานี้ในฝรั่งเศส


สิ่งที่ยังเป็นภาพที่ชัดเจนในหนังของเขาต่อยอดมาจากหนังภาคก่อนหน้านั้นคือ การสะท้อนสภาพความพิกลพิการของประเทศตัวเอง การนำเสนอภาพที่เพศชายแทบจะไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นในชีวิตที่ประสบผลสำเร็จมากเสียเท่าไรนัก ความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรตำรวจก็ยังฉายภาพให้เห็นอยู่ชัดเจน โดยเฉพาะหนังเรื่องนี้ที่มัวแต่ไปไล่ล่าสืบสวนสิ่งที่มาจากนอกโลกจนแทบไม่มีเวลาแก้ปัญหา หรือแม้กระทั่งสำรวจการเปลี่ยงแปลงที่เกิดขึ้นกับคนในฝรั่งเศส และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับผู้อพยพ ความเคร่งเครียดของสถานการณ์ ความเคร่งเครียดที่เกิดขึ้นในสังคมฝรั่งเศสในปัจจุบันถูกเสียดสีผ่านความเป็นตลกร้ายในหนังอย่างชัดเจน ผ่านเสียงดนตรี ผ่านคาราวานความสุขที่แทบจะไม่ได้เปล่งเสียงอะไรออกมามากนัก เป็นเพียงแค่องค์ประกอบที่ถูกพูดถึง ก่อนที่หนังเองจะชี้นำให้เราเห็นในบทสรุปของเรื่องราวว่าความเงียบ ความสนุกสนานในสังคมมันหายไป และเด็กที่อยู่ในสังคมนี้ได้รับความเป็นไปแบบนั้นเข้าไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สัญลักษณ์ของเด็กผู้หญิงที่ตายไปแล้ว ซึ่งเธอเป็นนักร้องด้วย โดยตรงนี้มันก็เหมือนเป็นการต่อยอดจากภาคแรกให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก นี่ยังไม่นับรวมบรรดาเสียงเพลงที่ขับกล่อมโดยผู้อพยพในช่วงท้ายด้วย แต่ประเด็นตรงส่วนนี้น่าจะขยายความกันต่อไปถึงการจรรโลงของจิตใจผู้คนที่ผู้กำกับอย่าง 'Bruno Dumont' พยายามชี้ให้เห็นถึงความสวยงามของความหลากหลายในสังคมฝรั่งเศส ไม่ใช่การพยายามบอกว่าเราคือใคร เขาคือใคร เราไม่เข้าใจเขา การใช้ใจในการสื่อสารกัน น่าจะทำลายพรมแดนที่เราขึงกันเอาไว้ได้อย่างหมดจด เพราะความเป็นมนุษย์นั้นมันสื่อสารผ่านการได้โดยไร้พรมแดน


แม้ว่าหนังเองจะนำเสนอภาพเชิงมหภาคเป็นส่วนใหญ่ เมื่อคิดถึงข้อเปรียบเทียบตรงส่วนนี้แล้วเราจะเห็นความแตกต่างที่ค่อนข้างชัดเจนกว่าในภาคแรกที่สโคปของมันมีความเล็กมากกว่า แต่ถึงกระนั้นก็ดี ภาพของตัวละครนำอย่าง 'Coincoin' ยังถูกสะท้อนภาพของการเปลี่ยนผ่าน และทำความเข้าใจในช่วงวัยที่ไม่ใช่เป็นในเชิงการเมือง และสังคมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรัก ที่ไม่ใช่ป๊อปปี้เลิฟ และเซ็กซ์ หนังเองกำลังเปลี่ยนผ่านตัวละครเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างชัดเจน การเอาเด็กมาเป็นสัญลักษณ์อื่นๆในหนังก็สะท้อนภาพของการที่หนังเรื่องนี้เองจ้องมองไปยังอนาคตได้อย่างชัดเจนเช่นกัน การรับมือกับความหลากหลายที่เกิดขึ้นที่ไม่เพียงแต่เป็นส่วนของประเด็นทางชาติพันธ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความหลากหลายทางเพศ และความเชื่อทางศาสนาด้วยกัน หนังเองมีหลายซีนที่สะท้อนการตอบสนองต่อบาทหลวงที่มีต่อสิ่งแปลกปลอมที่เกิดขึ้นในเรื่อง และการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กในเรื่องที่สะท้อนถึงการยอมรับเรื่องของความเชื่อ และความหลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้นการแทรกซึมความเป็นมาในอดีต ความเจ็บปวดในอดีตที่เกิดขึ้นในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง และการเข้ามาของพันธมิตรอย่างอังกฤษในพื้นที่ที่ใช้เป็นท้องเรื่อง และท้ายที่สุดอังกฤษต้องพ่ายแพ้ร่นถอยไปปล่อยให้ฝรั่งเศสเผชิญชะตากรรมต่อนาซีเพียงลำพัง ก็สะท้อนความเจ็บปวดที่มีต่อประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ได้ดีเช่นกัน เอเลี่ยนในหนังอาจไม่ได้พูดถึงเพียงแต่ภาพสะท้อนของผู้อพยพ แต่อาจหมายความรวมถึงตรงส่วนนี้ด้วยก็เป็นได้ โดยเฉพาะการหยิบเอาอนุสาวรีย์สงครามโลกครั้งที่สองบน 'Cap Blanc Nez' ที่ 'Nord Pas de Calais' ก็สะท้อนภาพได้อย่างชัดเจน (ซึ่งน่าจะเป็นที่นี้ถ้าดูจากพื้นที่ของท้องเรื่อง) มันกลายเป็นภาคต่อชั้นยอดระดับมาสเตอร์พีซของเขาที่สะท้อนภาพของความเป็นไปของฝรั่งเศสในปัจจุบันได้อย่างตกร้าย และเจ็บปวดในมุมของความเป็นมนุษย์อย่างสาหัสทีเดียว


ไม่มีความคิดเห็น