Header Ads

Berlin 2018: Ága ★★★★


Berlin 2018: Ága (by Milko Lazarov)
★★★★

แม้ว่าจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักกับการฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลินเป็นหนังปิดเทศกาลที่คนดูไม่มากนัก และการส่งต่อในแง่ของกระแสก็ไม่ได้เกิดขึ้นมากนัก แต่หนังกลับไปกระเตื้องขึ้นที่เทศกาลรองอย่างซิดนีย์ และ 'CPH PIX' ที่เดนมาร์ก นอกจากนั้นหนังเองได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมที่ซาราเจโว และกวาดรางวัลอย่างถล่มทลายที่เวทีรางวัลบ้านเกิดตัวเองอย่าง 'Golden Rose' นี่เป็นหนังเรื่องที่สองของผู้กำกับชาวบัลแกเรีย 'Milko Lazarov' ซึ่งเคยแจ้งเกิดจากหนังสาย 'Venice Days' ที่เทศกาลหนังเวนิสเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งได้มาถึงสองรางวัลอย่างผู้กำกับยอดเยี่ยม และ 'Special Mention' สำหรับหนังยุโรป ก่อนที่จะไปกวาดรางวัลบนเวทีออสการ์บ้านเกิดตัวเอง และแน่นอนว่าหนังได้รางวัลหนังเยี่ยมจากเทศกาลหนังใหญ่สุดในประเทศตัวเองอย่างเทศกาลหนังโซเฟียด้วย ซึ่งชื่อของหนังเรื่องนั้นก็คือ 'Otchuzhdenie' ซึ่งเล่าเรื่องราวของชายแก่ชาวกรีซที่ขับรถข้ามพรมแดนมายังบัลแกเรียเพื่อซื้อเด็กที่ในตอนนั้นยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ หนังพล็อตประหลาดผ่านตัวละครที่มีลักษณะที่เอกเทศ ดูจะถูกส่งต่อเนื่องมาที่ผลงานเรื่องเยี่ยมเรื่องล่าสุดของเขาซึ่งเล่าเรื่องราวของคู่สามีภรรยาสองคนที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษตามวิถีของบรรพบุรุษ บนดินแดนที่ห่างไกลปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ซึ่งเกิดเรื่องอะไรขึ้นในอดีตที่ทำให้ลูกสาวของพวกเธอตัดสินใจทิ้งพวกเขาและเข้าไปในเมือง เรื่องเริ่มต้นจากการเล่าความสัมพันธ์บนพื้นที่ร้างห่างไกลผู้คน ผสมผสานความเชื่อเชิงสัญลักษณ์ สัตว์ที่พวกเขาล่าเริ่มตาย และหายากมากขึ้นเรื่อยๆ สุขภาพที่แย่ลงของภรรยาทำให้ตัวสามีเองต้องเดินทางเพื่อตามหาลูกสาวของพวกเขา ซึ่งพล็อตของหนังมีเนื้อความประมาณนี้ซึ่งน้อยมากๆ แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาของหนังนั้นคือรายละเอียด และการเล่าเรื่องที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยม


เรื่องราวพล็อตเรื่องพื้นฐานในการที่สามีเดินทางตามหาลูกสาวอาจเป็นเรื่องที่ไม่ใหม่มากนักแล้วในโลกของภาพยนตร์ แต่เสน่ห์ และการเล่าเรื่องที่หนังเรื่องนี้ผสมผสานความเป็นแฟนตาซีเหนือจริงเข้ากับโลกเชิงดราม่าได้อย่างทรงพลัง ทำให้หนังเรื่องนี้เปี่ยมล้นในมิติของการสะท้อนความเป็นมนุษย์ในโลกของการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่แสนเปราะบางที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวที่ยืนอยู่บนเส้นแบ่งของโลกยุคเก่า และโลกยุคใหม่ที่ถูกแทนภาพด้วยตัวละครผู้เป็นพ่อ และลูกสาวที่เกิดขึ้นในเรื่อง โดยหนังเลือกมุมมองของการเล่าเรื่องผ่านโลกของตัวละครผู้เป็นพ่อที่เป็นตัวละครที่มีสถานะภาพแทนของโลกเก่า ซึ่งในหนังเซ็ตภาพเหตุการณ์ของตัวละครที่กำลังเผชิญกับความล่มสลาย ความไม่สมบูรณ์ของสถานที่ที่เขากำลังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาเองออกล่าสัตว์ และไม่สามารถล่าสัตว์ได้เนื่องจากไม่มีสัตว์ให้ล่าแล้ว หรือแม้แต่กระทั่งอาการเจ็บป่วยของภรรยาที่เกิดขึ้น การสร้างสถานการณ์ที่บีบรัดตัวละครให้เผชิญกับสภาพของความไม่แน่นอนในพื้นที่คอมฟอร์ทโซนของตัวละครเองทำให้การผลักตัวละครออกเดินทางเผชิญกับโลกภายนอกที่เหมือนเป็นภาพแทนของการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคปัจจุบันดูมีความหนักแน่น และสร้างความหมายของการดิ้นรนในฐานะของตัวละครที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง


ซึ่งจริงๆแล้วหนังเองเล่นประเด็นพื้นฐานของการสำรวจความสัมพันธ์ของครอบครัว การยึดโยงของครอบครัว และการพูดถึงการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นในโครงสร้างของความสัมพันธ์ระหว่างบรรพบุรุษ ซึ่งหนังพูดในสโคปของความสัมพันธ์ระหว่างเจเนอร์เรชั่นเลยด้วยซ้ำ การให้ภาพที่ใหญ่ขนาดนี้ก็เป็นไปเพื่อในการสะท้อนสเกลที่เป็นสากล การตั้งคำถามถึงช่วงวัยในภาพที่ใหญ่เพื่อตั้งคำถามถึงความเป็นชายขอบของการปฏิสัมพันธ์กับความเชื่อ และประเพณีดั้งเดิมที่อาจถูกผลักเป็นสังคมชายขอบในโลกยุคใหม่ การวางความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ของหนังทำให้หนังเองสามารถสะท้อนเรื่องราวในระดับปัจเจคบุคคลก็ได้ และสามารถบอกเล่าความสัมพันธ์ในระดับที่ใหญ่ในภาพของสากลมากยิ่งขึ้น การนำเสนอภาพของความแฟนตาซีผ่านสัญลักษณ์ของกวางเรนเดียร์ที่สะท้อนภาพในเรื่องของความแฟนตาซี และความสัมพันธ์ของสัตว์โบราณที่เป็นเหมือนภาพสะท้อนของความรุ่งโรจน์ในวิถีความสัมพันธ์แบบเก่าของตัวละครในหนัง การวางสิ่งต่างๆในหนังเรื่องนี้ไว้อย่างจงใจ ทำให้หนังเรื่องนี้มีพื้นที่ของการสังเกตประเด็นได้อย่างชัดเจน รวมทั้งการประวิงพื้นที่ของอารมณ์และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครในหนังด้วย การให้ลำดับของเลขและพื้นที่ความสัมพันธ์ต่างๆที่มีอยู่สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงในสภาพของสังคม และความคงอยู่ของความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่สูญสลายไปตามกาลเวลา และภาพของสิ่งนี้มันทรงพลัง และมั่นคง


ไม่มีความคิดเห็น