Header Ads

Berlin 2018: Supa Modo ★★★★


Berlin 2018: Supa Modo (by Likarion Wainaina)
★★★★

ผลงานขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับเชื้อสายรัสเซียที่ไปใช้ชีวิต และทำงานอยู่ที่เคนยา หนังฉายเทศกาลเบอร์ลินไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างพอสมควร ซึ่งไม่ใช่ในฐานะหนังที่ได้รางวัล 'Crystal Bear' จากสาย 'Generation Kplus' ซึ่งเทียบเท่ากับรางวัลหนังเยี่ยมของสายนี้ที่เบอร์ลิน แต่หนังกลับถูกพูดถึงในฐานะหนังที่ประเทศเคนยาเองเลือกส่งชิงเป็นตัวแทนประเทศในการชิงชัยออสการ์ในต้นปีหน้าที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งเป็นการเลือกที่ถ้าไม่พูดถึงในเชิงคุณภาพของตัวงาน แต่ในประเด็นที่คนทั่วไปรู้จัก หนังความสัมพันธ์รักเพศเดียวกันในหนังคานส์สายรองอีกเรื่องหนึ่งนั้นดูจะเป็นที่พูดถึงมากกว่า แต่ก็เพราะประเทศเคนยาเองเลือกแบนหนังไปเสียก่อนด้วยนั่นเอง แต่ตัวเลือกของประเทศเคนยาสำหรับหนังเรื่องนี้นั้นดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมพอสมควร เมื่อพิจารณาจากคุณภาพของตัวหนัง ไม่แน่ใจว่าการที่ผู้กำกับซึ่งทำหนังเรื่องนี้เรื่องแรกจะหยิบเอาประสบการณ์ส่วนตัวจากการใช้ชีวิต และทำงานในไนโรบีมาเล่าในหนังเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า ในภาพของความธรรมดาจากเรื่องราวที่หนังเล่าผ่านตัวละครเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งชื่นชอบซุปเปอร์ฮีโร่ และเธอป่วยเป็นโรคระยะสุดท้ายที่กำลังจะจากโลกนี้ไป กับช่วงเวลาสุดท้ายของเธอที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านของเธอ การมองเรื่องราวผ่านมุมมองของเธอ และพี่สาวในการพยายามทำให้ความฝันของการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของเธอเป็นจริง ซึ่งพล็อตในลักษณะนี้นั้นแทบไม่มีอะไรใหม่นัก แต่ภาพที่ถูกสะท้อนออกมาผ่านสายตาของความซื่อตรง ผ่านมุมมองของชนชั้นกลางที่อาจไม่ได้เป็นภาพที่คุ้นตามากนักเวลาที่เราพูดถึงเคนยาทำให้ภาพของหนังเรื่องนี้เปี่ยมไปด้วยพลัง และแรงขับเคลื่อนของชีวิตวัยเยาว์ที่ล้นปรี่ไปด้วยความฝัน


เราอาจจะมองหนังจำพวกนี้เป็นหนังจำพวกเยียมยาจิตใจจากความบอบช้ำของชีวิตก็เป็นได้ การผสมผสานโลกของความแฟนตาซีผ่านความครุ่นคิดของเด็กเป็นสิ่งที่ทรงพลังในหนังเรื่องนี้ มันทำหน้าที่ในการขยายขอบเขตของการตระหนักรับรู้ความจริงที่แข็งตึงออกไปได้อย่างดี และความฝันในหนังเรื่องนี้ของเด็กนั้นก็เป็นสิ่งที่มีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ การวางเซ็ตของเรื่องราวที่ดีทำให้การนำเสนอภาพของความเป็นหนังเด็กในการดิ้นรนที่ไร้เดียงสาของช่วงวัยเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล และไม่ได้ดูประหลาดมากจนเกินไปนัก จริงๆแล้วการที่ภาพของหนังเรื่องนี้เลือกนำเสนอด้วยความแฟนตาซีผ่านความฝันที่ผสมผสานเข้ามาผ่านการกระทำที่มันไม่ได้ดูหลุดโลกไปในพื้นที่ของความไม่จริงมากนัก แต่มันละลายความฝันของเด็กลงเข้ากับโลกของผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างเต็มไปด้วยกรอบ และโหดร้ายมากกว่า มันทำให้ความโหดร้ายของชีวิตในช่วงสุดท้ายของตัวละครนำในเรื่องนั้นไม่ได้ถูกนำเสนออย่างด้านลบมากจนเกินไป มันช่วยสร้างสมดุลของน้ำหนักตรงส่วนนี้ให้มีความเขามากขึ้น และทำให้เห็นถึงชีวิตของนักหลีกหนีโลกของความเป็นจริง การเผชิญโลกของความเป็นจริงของตัวละครในเรื่องนั้นกลายเป็นอุปมาอุปมัยส่วนหนึ่งในโลกของความฝันที่เต็มไปด้วยสีสันมากกว่าโลกที่จ้องจะบดขยี้ตัวเรา ซึ่งทำให้หนังมองมุมมองของความตายที่เบามากขึ้น เป็นเหมือนตอนจบของหนังการ์ตูนที่เรามักเห็นทั่วไป และผสมผสานกับโลกของความเป็นเด็กที่หนังเรื่องนี้สร้างออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมน่าชื่นชม มันทำให้ชีวิตวัยเด็กของเด็กคนหนึ่งเติมเต็มได้อย่างสวยงาม ซึ่งแม้ว่าตอนจบของหนังเรื่องนี้ดูจะเป็นการตัดสินชีวิตในแง่ความสมบูรณ์ของความคิดผู้ใหญ่มากไปเสียหน่อยก็ตาม


จริงๆแล้วหนังในลักษณะที่พูดถึงความเจ็บปวดในวัยเยาว์ การเล่าในลักษณะที่เป็นการหลบหนีความเจ็บปวดเข้าสู่โหมดของความฝันของเด็ก หรือความแฟนตาซีในมุมมองของเด็กไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่มากเสียเท่าไหร่นัก แต่การสร้างน้ำหนักที่สมดุลระหว่างความเป็นแฟนตาซีความฝันในมุมมองของโลกซุปเปอร์ฮีโร่ และสิ่งที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในสังคมนั้น เป็นสิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างสมดุล เพราะในทางหนึ่งนั้นมันไม่ได้ดึงกรอบของการเข้าถึงออกไปไกลด้วยโลกของความแฟนตาซีความฝัน แต่ในอีกทางหนึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ดูซีเรียสจริงจัง จงความฝันความแฟนตาซีในหนังเป็นสิ่งที่ประหลาด และไม่เข้ากัน แต่การสร้างสมดุลที่จุดกึ่งกลางของทั้งสองสิ่งนั้นสร้างภาพที่เป็นไปได้และน่าเชื่อถือให้กับวิถีความเป็นไปที่หนังเรื่องนี้กำลังจะเล่า มันสามารถทำให้ซุปเปอร์ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องใส่ผ้าคลุม ในขณะที่มันก็ทำให้คนธรรมดาทั่วไปไม่ต้องมานั่งโศกเศร้ากับภาพของความสูญเสีย หรือการลาจากมากมายนัก โลกแห่งการเยียวยาว และหลบหนีจากการเจ็บปวดที่หนังเรื่องนี้เองสร้างขึ้นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชม ยิ่งไปกว่านั้นการที่หนังเรื่องนี้เองเลือกที่จะผสมผสานลักษณะของความเป็นฮีโร่ของตัวละครที่เป็นฮีโร่หลายๆแบบเข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องมานั่งตีกรอบว่าแบบนี้เป็นของฮีโร่ตัวใด ทำให้โลกของการละลายขอบ การหลบหนีความเป็นจริงนั้นมีพื้นที่ของการขยับขยายมากยิ่งขึ้น และเป็นวิถีของหนังที่นำเสนอโลกผ่านสายตาของเด็กได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นหนังเรื่องแรกที่อาจจะไม่ได้มีสิ่งแปลกใหม่มากนักในหนัง แต่การวางรายละเอียดต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน และสัดส่วนของน้ำหนักของความจริง และไม่จริงในหนังเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากทีเดียว


ไม่มีความคิดเห็น