Header Ads

Karlovy Vary 2018: Winter Flies ★★★★


Karlovy Vary 2018: Winter Flies (by Olmo Omerzu)
★★★★

หนังลำดับที่สามของผู้กำกับชาวยูโกสลาเวีย ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ของสโลวีเนีย เล่าเรื่องราวของการก้าวผ่านวัยอีกครั้งหนึ่งหลังจากแจ้งเกิดจากหนังเบอร์ลินเรื่อง 'A Night Too Young' ไปเมื่อหกปีที่แล้ว และ 'Family Film' ซึ่งในหนังเรื่องล่าสุดที่เข้าฉายในเทศกาลใหญ่ของสาธารณเช็ก และได้กลายเป็นตัวแทนประเทศเข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีนี้ หนังยังคงเป็นหนังก้าวผ่านวัย แต่ใส่ความเป็นหนังตลกร้ายลงไป เล่าเรื่องราวด้วยท่าทีผ่อนคลายดูไม่ซีเรียสจริงจังมากนัก แต่ทว่าประเด็นที่หนังเองต้องการนำเสนอ รวมไปถึงสัญลักษณ์ที่หนังเองใส่เข้ามานั้น สร้างความหนักหน่วงให้กับประเด็นการก้าวผ่านช่วงวัยตรงส่วนนี้ออกมาได้ในระดับที่กระทบกระเทือนกับบาดแผลในสภาพจิตใจ จริงแล้วผู้กำกับหนุ่มวัย 34 ปีถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว ด้วยเอกลักษณ์ของประเด็นในการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนที่พูดถึงความสัมพันธ์ในระดับพื้นฐานอย่างครอบครัว ขยายขอบเขตซุกซ่อนการสะท้อนสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยบาดแผลของความไม่สมประกอบของช่วงยุคสงครามเย็นที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดที่เป็นบาดแผลต่อเนื่องที่ซุกซ่อนอยู่ภายในโครงสร้างพื้นฐานอย่างครอบครัว ความทีเล่นทีจริงของเขาในการนำเสนอเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดเหล่านี้ผ่านโลกของความเป็นเด็กอย่างตลกร้าย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วแม้ว่าในหนังของเขาอาจจะไม่ได้เจาะจงที่ไปที่มาอย่างชัดเจนถึงเรื่องบาดแผลที่ส่งผลถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับตัวละคร แต่ความไม่สมประกอบของบาดแผลที่เกิดขึ้นในหนังของเขาเองมันมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน และสามารถต่อยอดไปถึงเรื่องราวที่อนุมานได้พอสมควร


ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือ มันหยิบจับโครงเรื่องของการก้าวผ่านวัยผูกไว้กับแกนของความหมายผ่านสัญลักษณ์ตามชื่อของหนังเลยนั่นก็คือ 'Winter Flies' ซึ่งก็ว่าด้วยแมลงวันที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนของแมลงวันในฤดูหนาว การก้าวผ่านวัยของตัวละครในเรื่องนั้นผูกไว้กับความเป็นแมลงวันตัวนี้อย่างชัดเจน และสร้างโครงสร้างเรื่องให้สอดรับกับทิศทางและความหมายของสิ่งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม มันเป็นหนังที่หยิบจับสิ่งต่างๆเข้ามาได้น้อย แต่สามารถเก็บรายละเอียด และสร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังของการก้าวผ่านวัยได้ดีมาก สิ่งที่หนังเองชัดเจนค่อนข้างมากผ่านตัวละครเด็กหนุ่มในเรื่องคือประเด็น bullied ซึ่งกลายเป็นบาดแผลของตัวละครที่พยายามหลีกพ้นจากสถานการณ์ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นชั้วขณะหนึ่งผ่านการเดินทางแบบโร้ดมูฟวี่ที่เราเองประจักษ์ได้อย่างชัดเจนในเรื่อง บาดแผลต่อสภาพจิตใจของตัวละครไม่ได้ถูกบอกออกมาอย่างเปิดเผยมากนัก แต่นำเสนอในลักษณะเลียบเคียงผ่านพฤติการณ์ของตัวละครที่ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆที่สะท้อนถึงปัญหาของช่วงวัยได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางเพศที่ว่าด้วยความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ซึ่งความน่าสนใจของหนังตรงส่วนนี้ยังอยู่ที่คาแร็คเตอร์ของตัวละครที่หนังเองวางภาพก่ำกึ่งระหว่างความเป็นชาย และหญิงของตัวละครนำได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเราไม่แน่ใจมากนักว่าหนังต้องการขยายประเด็นของการทารุณกรรมทางจิตใจของวัยรุ่นคนนี้ไปถึงเรื่องของการกระทบกระเทือนสภาพจิตใจของตัวละครอันเนื่องมาจากอัตลักษณ์ทางเพศของตัวละครตัวนี้มากน้อยเพียงใด ยิ่งหนังตอกย้ำความเป็นชายขอบของตัวละครผ่านตัวละครเพื่อนที่ร่วมเดินทางมาด้วยยิ่งทำให้ภาพของการผลักไสตัวละครจากสังคมด้วยการกลั่นแกล้งซึ่งตัวละครน่าจะประสบพบเจอนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก


แน่นอนว่าในส่วนของการเรียนรู้ และการก้าวผ่านประเด็นปัญหาของช่วงวัยตัวละครหนุ่มนั้น ย่อมมีการพัวพันกับเรื่องของความตาย และการให้โอกาสของชีวิตด้วยซ้ำ ความน่าสนใจกับประเด็นตรงส่วนนี้ของหนังอยู่ที่ส่วนเรื่องของการช่วยชีวิตสุนัขตัวหนึ่ง และการช่วยชีวิตคุณปู่ของเขาซึ่งดูจะถูกวางสถานะเป็นเหมือนตัวต้นแบบให้กับชีวิตตัวละครซึ่งอย่างน้อยน่าจะเป็นในเชิงของเทวดาผู้คุ้มครองตั้งแต่ในวัยเยาว์ด้วยซ้ำ แน่นอนว่าเมื่อสังคมที่เขาเผชิญอยู่ในปัจจุบันไม่ตอบสนอง ไม่เอื้อให้เขามีชีวิต การเดินทางจึงเกิดขึ้น และสถานภาพ รวมถึงคาแร็คเตอร์ที่เคยมีความแข็งแกร่งของคุณปู่ก็ดูจะตอบสนองสภาพจิตใจที่บอบช้ำของเขาได้อย่างดี แต่ถึงอย่างไรก็ดีวัฏสังสารเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นดูจะเป็นสิ่งที่ช่วงวัยของเขาได้เรียนรู้ ในช่วงหนึ่งของหนังกิจกรรม 'Winter Flying Fish' ดูจะเป็นเงื่อนไขของความหมายในการสะท้อนความเสรีและการอดทนรอได้อย่างดีด้วยซ้ำ ซึ่งหนังเองก็ดูจะสะท้อนความหมายผ่านภาพเพียงเล็กน้อยในช่วงเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ชัดเจนมากกว่าอย่างที่กล่าวไปในข้างต้นคือการที่หนังเองผูกโครงสร้างของเรื่องเอาไว้กับแมลงวันฤดูหนาวที่โดยปกติเมื่ออากาศอุ่นขึ้นแล้วจะอยู่แต่ข้างนอกบ้าน แต่พออากาศหนาวแล้วก็พยายามดิ้นรนเข้ามาตามตรงตามรอยแตกของตัวบ้าน ซุกซ่อนตัวอยู่ในนั้น ไม่ได้ส่งผ่านโรคไม่มีพิษมีภัยอย่างอื่นใด นอกเสียจากการสร้างความรำคาญเท่านั้น ก็คงไม่ต่างอะไรจากความว้าวุ่นของช่วงวัยของตัวละครที่เดินทางค้นหาตัวตน เข้าใจโลกที่เขาใช้ชีวิตอยู่ ก่อนที่จะยอมรับมัน และเดินหน้าต่ออีกครั้งหนึ่ง เป็นหนังที่หยิบจับประเด็นหลักที่เรียบง่ายแข็งแรง ใส่รายละเอียดปลีกย่อยที่สนับสนุน และส่งเสริมทิศทางของหนัง และแน่นอนพอผลลัพธ์ของความตลกร้ายออกมานั้น มันเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของการสะท้อนบาดแผลช่วงวัยอย่างงดงาม ซึ่งบางครั้งมันก็มีความเจ็บปวดที่โลกของวัยเด็กไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป


ไม่มีความคิดเห็น