Header Ads

Toronto 2018: The Chambermaid ★★★★


Toronto 2018: The Chambermaid (by Lila Avilés)
★★★★

หนังเรื่องยาวเรื่องแรกของผู้กำกับเม็กซิโกอย่าง 'Lila Avilés' ที่สะท้อนชีวิตของชนชั้นล่างที่ไหลเวียนอยู่ในพื้นที่ของคนชั้นบนในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเม็กซิโก พล็อตเรื่องของหนังอาจไม่ได้แตกต่างไปกว่าหนังที่โฟกัสเรื่องราวของคนกลุ่มนี้มากเสียเท่าไรนัก โดยว่าด้วยเรื่องราวของหญิงคนหนึ่งที่มีทั้งสถานะของความเป็นแม่ และต้องมาเป็นคนทำงานเก็บกวาดในโรงแรงหรู ซึ่งมีสถานะเหมือนประชากรชั้นล่างสุดในระบบนิเวศของโรงแรมแห่งนี้ หนังเองก็นำเสนอภาพของตัวละครที่พยายามดิ้นรนขึ้นไปทำงานบนชั้นที่ดีมากกว่า ซึ่งแน่นอนก็ต้องแลกมาด้วยการทำงานที่หนักมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพยายามดิ้นรนในการพัฒนาศักยภาพของตัวเองด้วยการเรียนรู้เพิ่มเติมด้วย ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ที่สามารถหลีกหนีความจำเจจากพล็อตเรื่องอันแสนเชยไปได้นั้น นั่นก็คือ การที่หนังเองจัดวางส่วนของเรื่องราวในส่วนต่างๆรวมถึงสถานะของตัวละครที่มีต่อสภาพแวดล้อมต่างๆในเรื่องเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ยิ่งไปกว่านั้นความละเอียดละออในการจัดวางเรื่องราวในเชิงรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆเข้ามารองรับก็ถูกวางเอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม เพราะส่วนตรงนี้มันสนับสนุนให้เรื่องราวที่โฟกัสผ่านตัวละครนำที่เป็นตัวละครชั้นล่างในโรงแรมที่พยายามดิ้นรนในหลายทางเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นมันมีความโดดเด่นขึ้นมา ในลักษณะที่ถ้าวาดแผนภูมิรูปภาพ และเชื่อมโยงประเด็นต่างๆเอาไว้ด้วยกันนั้น จุดศูนย์กลางของสิ่งต่างๆก็จะพุ่งเข้าหาตัวละคร และวางอยู่ในระยะห่างที่มีน้ำหนักที่เท่ากัน ซึ่งชั้นเชิงของการวางเรื่องราวที่สมดุลตรงนี้ทำให้หนังมีพลังมากแม้ว่ามันจะดำเนินเรื่องราวด้วยคีย์ต่ำๆ และพัฒนาการเรื่องราวอย่างเชื่องช้าก็ตาม


ในวิถีชีวิตของความเป็นแม่ที่ก็ต้องยอมรับจากคาแร็คเตอร์ของตัวละครด้วยว่าเธอยังเป็นแม่ที่อายุไม่มากนัก ซึ่งการเลือกเซ็ตอัพแบบนี้มันทำให้ภาพประทับที่มีต่อตัวละครมีลักษณะของการเป็นคนหนุ่มสาวอยู่ไม่น้อย และนั่นหมายถึงความสดใหม่ของแรงบันดาลใจในตัวละครที่จะถูกให้น้ำหนักที่ต่างไปจากคนที่อายุค่อนข้างมากกว่า ดังนั้นการที่ตัวละครถูกใส่สถานะทั้งความเป็นแม่ และความเป็นเด็กสาวเข้าไว้ด้วยกันนั้นมันสร้างคอนฟลิคที่น่าสนใจให้กับช่วงวัยค่อนข้างมาก และสิ่งเหล่านี้มันสอดรับกับทางเลือกที่ถูกจัดวางเอาไว้ในหนังได้ค่อนข้างเหมาะสมทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นความใฝ่ฝันของความเป็นหนุ่มสาว ทั้งเรื่องเรียน หรือแม้แต่สิ่งสวยงาม ความปราถนาตรงส่วนนี้ที่หลายอย่างดูไม่เป็นอย่างใจฝันมันผลักดันด้านของตัวละครที่เป็นด้านโชติช่วง และรุนแรงของความเป็นหนุ่มสาวเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในอีกทางหนึ่ง การวางเรื่องราวเอาไว้ในส่วนที่ตัวละครเองต้องดิ้นรนเพื่อความมั่นคงในอาชีพการงาน รวมถึงการปฏิบัติตัวในฐานะของคนเป็นแม่ ซึ่งในที่นี้รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงแรมที่ดูเหมือนเป็นช่องว่างของความปราถนาในการแสวงหาความมั่นคงในชีวิตของตัวละครด้วย ซึ่งผลักดันความเป็นผู้ใหญ่อีกด้านหนึ่งเข้ามาสร้างสมดุลที่เกิดขึ้นกับอีกฝั่งหนึ่งของตัวละคร นอกจากนี้ความน่าสนใจของหนังต่อเรื่องสมดุลที่ซ้อนทับกันในตัวละครเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานที่เป็นหญิงสาวอายุวัยกลางคนที่ค่อนข้างผ่านประสบการณ์มาพอสมควร ท่าทีและพฤติกรรมทำลายอัตลักษณ์ของความน่าจะเป็นที่เกิดขึ้นในช่วงวัยลงไปอย่างชัดเจน การผสมผสาน แบ่งแยก และละลายเส้นแบ่งของความเป็นไปของช่วงวัย สร้างพื้นที่ให้กับตัวละครนำออกมาได้อย่างน่าสนใจทีเดียว


การแสดงของตัวละครนำในเรื่องก็ถือเป็นแคสต์ที่ดีทีเดียวที่สามารถสะท้อนภาพลักษณะของตัวละครที่หนังเองต้องการจะสื่อได้ มันเป็นหนังที่สำรวจและศึกษาคาแร็คเตอร์ของตัวละครนำในเรื่องได้อย่างดีทีเดียว การใช้เซ็ตติ้งเป็นโรงแรมมันก็สร้างเลเยอร์ของความดราม่าให้เกิดขึ้นได้หลายทางและมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีก ไม่ใช่ในเชิงของระบบงานของโรงแรมที่ตัวละครจะต้องพยายามดิ้นรนไต่ขึ้นไปได้งานที่มีโอกาสเจอคนเข้าพักที่รวยมากกว่าเท่านั้น แต่นั้นยังรวมไปถึงความหลากหลายทางชีวภาพของผู้คนที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมด้วย ไม่เพียงแต่พนักงาน แต่ยังรวมถึงแขกที่เข้ามาพักด้วย และการปฏิสัมพันธ์ของเธอกับความหลากหลายที่เกิดขึ้นมันก็สร้างเลเยอร์ของการพยายามดิ้นรนให้ออกมามีรูปแบบที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ซึ่งงานกล้องเองก็ช่วยสนับสนุนการโฟกัสที่ตัวเธอ ทั้งในเวลาที่เธอเคลื่อนเข้ามาในเฟรมภาพ หรือตำแหน่งในองค์ประกอบภาพที่เธอถูกจัดวาง ยิ่งไปกว่านั้นในบางซีนที่ถูกเซ็ตเข้ามาอย่างจงใจในการนำเสนอภาพของเธอที่ทำงานอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มีกระจกกั้นไว้ มองออกไปเห็นวิวสุดลูกหูลูกตามันก็สามารถบ่งบอกถึงชะตากรรมของเธอได้อย่างดีไม่น้อยทีเดียว มันเป็นหนังที่ค่อยๆพยายามแกะ และศึกษาตัวเธอในหลายบริบทของเหตุการณ์ที่ค่อยๆขยับขยายประเด็นที่สะท้อนชะตากรรมของเธอในสถานภาพของเธอที่เป็นชนชั้นล่างของแรงงานที่ต้องดิ้นรนในภาพของสังคมที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมกัน ความเจ็บปวดที่แสดงออกมาไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ฟูมฟาย แต่เป็นผลลัพธ์ที่บาดเจ็บลึก และค่อยๆกัดเซาะความเป็นมนุษย์ในช่วงวัยของความเบิกบานให้มัวหมอง และกลายเป็นสีเทาได้อย่างมีชั้นเชิง กลายเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างพื้นที่ให้กับผู้กำกับหน้าใหม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างสมภาคภูมิ


ไม่มีความคิดเห็น