Header Ads

Berlin 2019: My Extraordinary Summer with Tess | วิกฤติวัยเยาว์ที่ถูกเล่าอย่างบางเบา


MY EXTRAORDINARY SUMMER 

WITH TESS


(Steven Wouterlood)
Berlin Film Festival 2019 : Generation




หนังขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับที่ผ่านงานของการเล่าเรื่องโลกของเด็กมาหลายเรื่องในหนังสั้นที่เราเองเห็นกันมาก่อนหน้านี้ ความสำเร็จในหนังเรื่องแรกที่คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมของสายในเทศกาลหนังเบอร์ลินครั้งล่าสุดไปได้ หนังเดินเรื่องราวจากช่วงเวลาไม่กี่วันในฤดูร้อนที่เกาะแห่งหนึ่งของดัตช์อย่าง 'Terschelling' ในช่วงวันหยุด ซึ่งเกิดเหตุการณ์มากมายที่ทำให้มันกลายเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิต และสร้างกระบวนการก้าวผ่านวัยในท้ายที่สุด หนังลำดับเรื่องราวผ่านโฟกัสของตัวละครเด็กชายคนหนึ่งที่ไปใช้ช่วงเวลาวันหยุดกับครอบครัว ที่นั่นเกิดเหตุการณ์มากมายไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มของเรื่องจากการประสบอุบัติเหตุของพี่ชายจนขาหัก และการพบเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่ง และนำมาซึ่งภาพของการเรียนรู้เรื่องของครอบครัว ความสัมพันธ์ของชีวิต ไล่เรียงไปจนถึงการให้ผลลัพธ์กับประเด็นคำถามที่หนังเองสร้างไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่องอย่าง "ควา่มตาย" ภาพรวมของหนังจึงเป็นการพยายามเข้าใจชีวิตผ่านกระบวนทรรศน์ของการก้าวผ่านวัยของเด็กในช่วงเวลา่หนึ่งออกมาได้อย่างน่าสนใจ พื้นที่ของความทับซ้อนของเรื่องราวที่ถูกทำให้เรียบง่ายผ่านตัวหนังคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่หนังเรื่องนี้สามารถบรรจุเป็นคาแร็คเตอร์ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ




การเล่าเรื่องด้วยพื้นที่ของเรื่องราวที่สโคปในบริเวณที่จำกัดของหนังทำให้หนังเองสามารถโฟกัสจุดตัดของสิ่งต่างๆที่มีไม่มากนักออกมาได้อย่างน่าสนใจ การดึงตัวละครนำเป็นโฟกัสศูนย์กลางของเรื่องราวให้สถานะของระยะห่างในฐานะของผู้สังเกตุการณ์ได้ค่อนข้างเด่นชัด เพราะฉะนั้นพื้นที่ของหนังเรื่องนี้จึงเป็นการสำรวจภาพของการเปลี่ยนผ่านของสิ่งรายล้อม และพยายามเรียนรู้เรื่องราวผ่านสิ่งรายล้อมเหล่านั้นของตัวละคร จริงๆการวางสถานะของตัวละครในลักษณะนี้นั้นในทางหนึ่งมันทำให้ความใกล้ชิดกับประเด็นมีน้อยลง แต่ในขณะเดียวกันที่หนังเองพยายามโฟกัสประเด็นในรูปแบบกว่้างๆหลายประเด็น ทั้งเรื่องของความตาย เรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัว เรื่องของการก้าวผ่านวัยของตัวละครนั้น ในทางกลับกันมันกลับทำให้การผสมผสานประเด็นและสะท้อนผ่านการตระหนักรับรู้ของตัวละครในห่วงเวลาขณะหนึ่งของชีวิตฉายภาพที่สมบูรณ์ของการควบรวมประเด็นต่างๆเข้ามาสะท้อนการก้าวผ่านวัยได้มากยิ่งขึ้น ภาพของการเรียนรู้ผ่านตัวละครของหนังจึงมีความเป็นชิ้นเดียวกันได้อย่างดี




การนำเสนอความงดงามผ่านห้วงเวลาผ่านขนบของหนังที่สร้างพื้นที่เฉพาะของโลกของความเป็นเด็ก เข้ามาวิพากษ์ความโหดร้ายของโลกผู้ใหญ่ การเผชิญหน้ากับความไม่สมบูรณ์ความสีเทา สร้างพื้นที่ของการเปลี่ยนผ่านช่วงวัยออกมาได้อย่างงดงาม ในขณะเดียวกันปัญหาของหนังเองก็เริ่มแสดงภาพให้เห็นออกมาอย่างชัดเจน เมื่อการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่หนังเรื่องนี้เองสร้างขึ้นดูไม่มีน้ำหนักที่มากเพียงพอ ผ่านรูปแบบของการเล่าเรี่อง และการสร้างเวลาที่มากเพียงพอมันก็ดูจะเป็นปัญหาในช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่เราเองในฐานะคนดูยังไม่มีเวลามากเพียงพอที่จะเชื่อในความรู้สึกที่หนักแน่นของเรื่องราวในประเด็นที่หนักแน่น เรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ออกจะดูนิยายแฟนตาซีมากไปเสียหน่อย โดยเฉพาะอย่างยื่งในช่วงท้ายเรื่องที่หนังเองพยายามดึงดราม่าเข้ามาเป็นจุดพีคของเรื่องราวที่ยังไงก็ดูแล้วไม่เป็นเทิร์นนิ่งพ้อยท์ของเรื่องราวที่มีน้ำหนักมากมายนัก




ท้ายที่สุดพื้นที่ของความเป็นเอกเทศของหนังจึงโรยไปด้วยความงดงามของเรื่องราว การเล่าเรื่องที่สร้างพื้นที่ของการปลอบประโลมความโหดร้ายของชีวิตให้ดูอิ่มเอบกับภาพของความสัมพันธ์ในครอบครัวเชิงบวก และเปลี่ยนแปลงความสงสัยในเชิงประเด็นของความตายออกไปได้อย่างหมดสิ้น เพราะการพัฒนาประเด็นที่ยังไม่มากเพียงพอของหนัง ถ้าเปรียบเทียบกับมวยคงเป็นมวยรุ่นเล็กที่อาจจะต้อยได้ดี แต่ยังไม่หนักแน่นน่าเกรงขามมากนัก สิ่งที่ช่วยหนังเอาไว้ได้มากพอสมควรนอกจากการเล่าเรื่องที่โอบล้อมบรรยากาศ ความอบอวลของช่วงวัยและความรู้สึกแล้วนั้น การแสดงของนักแสดงนำในเรื่องก็สามารถสร้างพื้นที่ของความไร้เดียงสาที่น่าเชื่อถือได้ค่อนข้างมากยิ่งขึ้น แม้ว่าตัวบทของหนังเองจะยังพัฒนาออกมาได้ไม่ถึงจุดอิ่มตัวมากนัก ถือเป็นงานขนาดยาวเรื่องแรกที่สร้างมาตรฐานได้ค่อนข้างน่าพอใจทีเดียว

My Extraordinary Summer with Tess ชนะรางวัล Best Feature Film - Special Mention ที่เทศกาลหนังเบอร์ลินครั้งที่ 69
International Sales : Picture Tree International

by Sutiwat Samartkit
(12/03/19)

ไม่มีความคิดเห็น