Header Ads

Rotterdam 2019: Nona. If They Soak Me, I'll Burn Them | ตัวละครลึกลับที่สะท้อนความดำมืดในประวัติศาสตร์สังคมชิลี



NONA

IF THEY SOAK ME I'LL BURN THEM


(Camila Jose Donoso)
Rotterdam Film Festival 2019 : Tiger Award





หลังจากแจ้งเกิดจากหนังเรื่องแรกเมื่อหกปีก่อน กับการเล่าเรื่องผ่านตัวละครผู้หญิง ซึ่งแม้แต่หนังสารคดีซึ่งเป็นหนังยาวเรื่องที่สองของเธอก็โฟกัสผ่านความเป็นเพศหญิง และผสมผสานมันกับการสำรวจความเป็นเพศชายผ่านตัวหนังได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่าหนังเรื่องใหม่ของเธอที่เข้าฉายในเทศกาลหนังรอตเตอร์ดามที่ถือได้ว่าเป็นการก้าวครั้งสำคัญของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาฟอร์มของการเล่าเรื่องให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และการเล่าเรื่องก็ดูจะมองผ่านตัวละครหญิงที่มีกายภาพที่มีความเป็นเพศหญิงมากยิ่งขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ตามกลับพบว่าความซับซ้อนที่เกิดขึ้นในตัวละครนำของเรื่องกลับทวีความลึกลับ และน่าสนใจมากขึ้นในหนังเรื่องล่าสุดของเธอ วิธีการที่เล่นกับความฉงนสนเท่ห์ผ่านสัดส่วนของการเล่าเรื่องที่แตกต่างกันออกไปได้อย่างน่าสนใจ จนทำให้เลเยอร์ของการพัฒนาตัวละครนำของเรื่องมีพื้นที่ของการสำรวจที่ซับซ้อน และหลากหลายจนยากจะคาดเดามากยิ่งขึ้น ซึ่งในที่นี้รวมถึงพื้นที่ของการสร้างบรรยากาศอันรายล้อมไปด้วยภาพของความลึกลับของท้องที่ในเรื่อง ตลอดจนความไม่น่าไว้วางในในสถานที่ริมฝั่งอันห่างไกลผู้คนที่หนังเองสามารถสร้างความเป็นไปได้ที่ไม่ค่อยน่าไว้วางใจออกมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป และพัฒนาความเข้มข้นของมันอย่างมีไดนามิก และล้นไปด้วยพลังของความคับข้องใจที่มีต่อสถานการณ์ และสถานที่มากยิ่งขึ้น





ความไม่น่าไว้วางใจ ตลอดจนความลึดลับที่หนังเองสร้างผ่านตัวละครนำในเรื่องสร้างพื้นที่ของการสำรวจให้กับผู้ชมได้อย่างดี ตรงส่วนนี้มันกลายเป็นจุดแข็งของหนังอย่างชัดเจน และทำให้ลายเซนต์ในหนังเรื่องนี้มีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภาพของบรรยากาศ และความไม่น่าไว้วางใจนั้น ออกจะเป็นการสร้างภาพของความกลัวในช่วงของยุคเผด็จการที่ปกครองประเทศชิลี ซึ่งมันเป็นภาพของความน่ากลัว ความหวาดระแวงขวัญผวา แบบที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ในชนบทห่างไกลจากตัวเมืองที่การทารุณกรรม การบังคับ การฆาตรกรรมนั้นล้วนเป็นไปได้ ซึ่งหนังสร้างความเป็นไปได้ของการอุปมาอุปมัยความหวาดกลัวตรงนี้ ซึ่งสัมพันธ์กับอดีตของเธอที่เกี่ยวพันกับช่วงเวลานั้น ซึ่งทำให้สถานะของเธอไม่ชัดเจน โดยดฉพาะอย่างยิ่งสถานะในอดีตของเธอที่อาจจะเป็นผู้ต่อต้าน หรือผู้สมรู้ร่วมคิดที่ใช้อำนาจไปในทางมิชอบก็เป็นไปได้ จึงทำให้สถานะของเธอ แม้แต่สิ่งที่เธอบอกอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่จริงก็เป็นไปได้เช่นกัน ซึ่งตรงนี้ทำให้เธอสร้างภาวะของความไม่น่าไว้วางใจให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ในทางหนึ่งถ้าจะกล่าวว่านี่เป็นการเล่นกับพื้นที่ของความเป็นเอกเทศที่ซ่อนตัวอยู่ภายในจิตใจของเธอ มันอาจเป็นพื้นที่ของความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดของการอุปมาของความรู้สึกที่ตกค้างจากอดีตของเธอก็เป็นไปได้ เพราะเงื่อนไขที่ถูกสร้างขึ้น ทำให้ภาพของความเป็นไปได้ในที่ที่อดีต และปัจจุบันโคจรมาพบกันนั้นเป็นไปได้อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ






ซึ่งทั้งหมดนั้นสิ่งที่ต้องชื่นชมเป็นอย่างมากในฝีมือการกำกับหนังเรื่องเยี่ยมของเธอ นอกจากการไล่เรียงเรื่องราว และการควบคุมขับกล่อมบรรยากาศด้วยแล้วนั้น สิ่งที่ทำให้การขับเน้นตัวละครเป็นไปอย่างโดดเด่นนั้นคือ งานด้านภาพที่เล่นกับการใช้แสงเงา และสี โดยเฉพาะการหยิบยืมโทนสีที่มักปรากฎในหนังทดลองที่คร่อมความเป็นไปได้เชิงแฟนตาซีอย่างสีแดง และสีเหลืองนั้นล้วนถูกเอามาขับเน้นความบิดเบี้ยวของความจริงที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้อย่างดีทีเดียว มันทำให้ภาพของจิตใจของตัวละครถูกกระเทาะออกมาเห็นรอยด่างที่สะท้อนผ่านดวงตาของตัวเธอมากยิ่งขึ้น และที่มาที่ไป ตลอดจนเหตุผลที่จะสนับสนุนการกระทำของตัวละครนำในเรื่องที่เดินทางมายังบ้านพักฤดูร้อนในเมืองริมชายฝั่งนั้นดูจะไม่ชัดเจน ซึ่งมันทำให้ภาพของตัวละครนั้นในขณะที่เล่าเรื่องไป เราเองสามารถรับรู้ความเป็นไปของความไม่แน่นอนออกมาได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่พัฒนาให้หนังสามารถขยายสโคปของตัวเรื่องออกไปได้ไกลมากขึ้นคือภาพของความแตกต่างระหว่างพื้นที่ในชนบท และพื้นที่ในเมืองที่หนังสร้างเปรียบเทียบในช่วงต้น และช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งสร้างให้พื้นที่ที่หนังใช้สร้างความลึกลับไม่แน่นอนกลายเป็นพื้นที่ที่เอกเทศมากยิ่งขึ้น เหมือนดินแดนตรงนั้นไม่มีอยู่จริง หรืออย่างน้อยมันก็พาเราย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาของความน่ากลัวที่เผด็จการปกคลุมประเทศชิลี





แม้ว่าภาพของหนังจะเป็นหนังที่มีสไตล์กึ่งทดลองในงานภาพ และการเล่าเรื่องที่จงใจสร้างความไม่ชัดเจนอยู่พอสมควร แต่มุมมองที่ถูกมองผ่านบริบทของความเป็นเพศหญิงในหนังของผู้กำกับยังมีแง่มุมของการพยายามสะท้อนสถานะที่ถูกจัดวางในสังคมอย่างไม่ค่อยยุติธรรมมากนักอยู่ให้เห็นอยู่ มันจึงเหมือนเป็นส่วนสำคัญในหนังที่มองเรื่องราวผ่านบริบทของความเป็นเพศหญิงกับการปฏิสัมพันธ์ของการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งสร้างความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดในหนังเรื่องนี้ และยิ่งหนังเองเอาไปเปรียบสัมพันธ์กับช่วงเวลาของเผด็จการในชิลีด้วยแล้วมันยิ่งเห็นภาพของการต่อสู้กันระหว่างอำนาจของเพศ ระหว่างชายหญิงผ่านบริบทเชิงอำนาจที่สะท้อนภาพใหญ่มาในสังคมอย่างชัดเจน ซึ่งการที่หนังเองทำให้มันเป็นพื้นที่เอกเทศนั้น มันก็ทำให้หนังเองดูไร้กาลเวลาไปด้วย ดังนั้นมันจึงเหมือนอุปมาอุปมัยของการเปรียบเทียบความหมายในเชิงวิชาการมากกว่าที่จะเป็นการเล่าเรื่องในเชิงลำดับเวลาอย่างเดียวเหมือนหนังฟิคชั่นทั่วไป ซึ่งต้องยอมรับว่าในหนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับที่ถึงแม้จะไม่ได้คว้ารางวัลใดกลับบ้านไป แต่เธอสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของความท้าทายใหม่ในอาชีพของเธอได้อย่างน่าสนใจและงดงามทีเดียว

Nona. If They Soak Me, I'll Burn Them เข้าฉายที่สาย Tiger Award ที่เทศกาลหนังรอตเตอร์ดามครั้งที่ 48
International Sales : Pascale Ramonda

by Sutiwat Samartkit
(31/03/19)

ไม่มีความคิดเห็น