Header Ads

Nakorn-Sawan review | สัมผัสละอองฝุ่นของความรักในการจากลาครั้งสุดท้าย


NAKORN-SAWAN

(Puangsoi Aksornsawang)




ผลงานขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับที่ถ่ายทอดภาพความรู้สึกผ่านความทรงจำความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวออกมาเป็นภาพที่เลือนราง ลักษณะของความเป็นหนังบันทึกภาพความทรงจำที่เป็นตะกรันอยู่ภายในจิตใจของผู้กำกับผสมผสานในลักษณะของการเล่าเรื่องเชิงสารคดี และเรื่องราวแบบฟิคชั่นออกมาได้อย่างกล้าหาญในงานชิ้นแรกของเธอ เริ่มต้นงานในสายภาพยนตร์จากการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในหนังเรื่อง '36' และเป็นผู้ร่วมเขียนบทใน 'The Isthmus' หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในส่วนต่อขยายจากงานธีซิสจบการศึกษาของเธอในสถาบันศิลปะของเยอรมันด้วย หลังจากฉายเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้วจากเทศกาลปูซานของเกาหลีใต้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เดินทางตระเวนฉายไปทั่วทุกมุมโลก ก่อนจะเข้าฉายในประเทศไทย และพิสูจน์ความสามารถของเธอในฐานะผู้กำกับที่เล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างเปี่ยมมิติเชิงอารมณ์ หนังเรื่องนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับอาชีพของเธอในฐานะของผู้กำกับ ซึ่งในเชิงเปรียบเทียบในหลายๆด้านทั้งโฟกัสของเรื่องราวของแม่ ซึ่งในหนังเรื่องนี้รวมไปถึงพ่อ และประเด็นความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้น และเล่าเรื่องราวในบริบทของพื้นที่เอกเทศของความหยุดนิ่งของกาลเวลาที่ตรึงคนดูไว้กับห้วงอารมณ์และความทรงจำที่ไร้กาลเวลาอย่างเช่นเดียวกับ 'Mother' ภาพยนตร์ของ 'วรกร ฤทัยวาณิชกุล'




ความพร่าเลือน ความไม่ชัดเจนของการนำเสนอภาพอย่างจงใจของผู้กำกับตลอดทั้งเรื่อง และการเล่าเรื่องที่พร่าเลือนเส้นของการเล่าเรื่องระหว่างสารคดี และการเล่าเรื่องในเชิงฟิคชั่น สะท้อนภาวะการณ์ของการหมกมุ่นที่อยู่ในจิตใจของผู้กำกับ ซึ่งซ้อนทับผ่านตัวละครนำของหนังเรื่องนี้ ดังนั้นภาพของแสงที่ตกกระทบฝุ่น ตกกระทบผ้าม่านที่ถูกฉายให้เห็นอยู่ตลอดเวลาที่หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องไปนั้น เป็นการนำเสนอภาพของอณูฝุ่นของความทรงจำผ่านการเล่าเรื่องที่เหมือนเป็นภาพจำลองของเรื่องราวการจากลาในครั้งสุดท้ายของตัวละครในหนังเรื่องนี้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ความหมายของนครสวรรค์ในหนังเรื่องนี้อาจไม่ใช่สถานที่สถานที่หนึ่งในเชิงกายภาพ แต่มันอาจหมายความรวมถึงสถานที่ที่ไร้อัตวิสัย ไร้ภาวะการณ์ของกรอบเวลา่ที่มากำหนดทิศทางของความเป็นไปของเรื่อง การทำให้หนังมีภาวะไร้กาลเวลานั้นสร้างพื้นที่ของความเป็นไปได้เชิงความรู้สึกค่อนข้างเด่นชัดทีเดียว และมวลของอารมณ์ที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้จับตัวเป็นก้อนฟุ้งกระจายประหนึ่งฝุ่นที่นำเสนอให้เห็นซึ่งความพร่าเลือนของความทรงจำ และอารมณ์ที่เริ่มต้น และดับสลายเมื่อแสงหมดลงอย่างไร้ซึ่งกาลเวลา ภาพของหนังเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนภาพของห้วงเวลาการสำรวจ และเยียวยาสภาพจิตใจของตัวละคร ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของผู้กำกับอย่างทรงพลัง




ด้วยความที่หนังมีความเป็นส่วนตัว และเป็นภาพสะท้อนของความรู้สึกที่ถึงแม้จะค่อนข้างเป็นขอบเขตที่จำเพาะของเรื่องราวในชีวิตของตนเอง แต่ในทางหนึ่งนั้นมันเป็นเรื่องราวที่เป็นสากลเลยสามารถสื่อถึงความรู้สึกให้กับผู้ชมจำนวนมากได้ จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนภาพของการขมวดความรู้สึกที่เคยสั่งสมมาในอดีต ซึ่งผ่านช่วงเวลาของความเข้าใจ ประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เราเติบโตขึ้น และทำความเข้าใจกับเรื่องราวของการสูญเสียในอดีตในลักษณะที่เป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น มันมีความ mature มากยิ่งขึ้นในการมองภาพของอดีต มันเหมือนภาพของการขมวดปมของชีวิตที่ผ่านมา และสะท้อนผ่านเรื่องราวที่เหมือนเป็นการจากลาครั้งสุดท้ายที่ไม่ได้เปี่ยมด้วยอารมณ์ที่รุนแรง แต่เป็นอารมณ์ที่นิ่ง และหยั่งลึกในความรู้สึก ซึ่งด้วยวุตถุดิบ ที่สามารถสร้างภาวะของความเป็นส่วนแยกจากโลกได้ สร้างพื้นที่ที่เป็นเอกเทศออกมาได้ ทำให้หนังเรื่องนี้สร้างความหมายของการเข้าใจในวัฏสังสารของชีวิต และนำเสนอมันออกมาได้อย่างเปี่ยมในภาพสะท้อนของอารมณ์ความหมายที่ยากจะจำแนก แต่เต็มไปด้วยความผสมผสานอันปนเปของความรู้สึกด้านบวก และด้านลบที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ และล้นในอารมณ์ความรู้สึกอย่างยิ่งยวด ถือเป็นงานส่วนตัวของผู้กำกับที่เปี่ยมด้วยความเป็นสากล และเล่าเรื่องออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง

หนังฉายในโรงภาพยนตร์ไทยตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2562
International Sales : Purin Pictures

by Sutiwat Samartkit
(28/05/19)

ไม่มีความคิดเห็น