Header Ads

Nha Harn review | การเคารพอีสานวิถีในสังคมไทยโมเดิร์น


NHA HARN

(Chantana Tiprachat)




การเต้นหน่าฮ่านเป็นวิธีคนต่างจังหวัดที่มักเห็นได้ทั่วไปตามงานรื่นเริงอยู่แล้ว และหนังเองก็เลือกวิถีชีวิตตรงส่วนนี้เข้ามาจับกับพล็อตเรื่องความสัมพันธ์ความรักสามเศร้าในหนังรักวัยรุ่นที่มักเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหนังรักที่โฟกัสความรักความสัมพันธ์ในส่วนของคนเมืองเองก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งส่วนของชนบทซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากความสูตรสำเร็จของพล็อตหนังจำนวนนี้มากนัก หนังขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับวัย 27 ปี "ฉันทนา ทิพย์ประชาติ" ที่จบการศึกษาจากภาควิชานิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณาและสื่อสารการตลาด คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เธอเริ่มทำหนังสั้นตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนจะเริ่มมาจริงจังด้านภาพยนตร์ตอนที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับหนังของปราบดา หยุ่นอย่าง 'Motel Mist' หนังเรื่องนี้ผนวกความเป็นตัวตนของเธอจากพื้นเพบ้านกาฬสินธุ์ ความเป็นวัยรุ่น และการผนวกกับสิ่งที่เธอเรียนมา ทำให้ภาพของหนังเรื่องแรก ซึ่งจริงๆแล้วเป็นหนังยาวที่เธอทำเรื่องที่สองแต่ดันได้ฉายก่อน ออกมาโดนใจกลุ่มคนวงกว้างพอสมควร กับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบที่สามารถจับต้องได้ และยังเข้าใจวิถีความเป็นไปของไทบ้านได้อย่างน่าสนใจ และมีมุมมองของการทำความเข้าใจตัวตนของการก้าวผ่านวัยในวิถีไทบ้านอย่างยอดเยี่ยม




หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์เชิงสามเศร้าที่โฟกัสเรื่องราวผ่านเด็กสาววัยมัธยมคนหนึ่ง ที่เชื่อมโยงจุดเริ่มต้นของเรื่องไว้ที่การเต้นหน่าฮ่านกับผองเพื่อนในช่วงวัยมัธยมตอนปลาย การได้เจอผู้ชายสิงคนที่เข้ามาเปลี่ยนมุมมองของการใช้ชีวิตของเธอ และเติบโตเรียนรู้ช่วงวัยได้อย่างน่าสนใจ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มันไม่เพียงแต่พูดถึงความสัมพันธ์ในรูปแบบของหญิงสาววัยรุ่นทั่วไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หน่าฮ่านกำลังเข้าไปตั้งคำถามสำรวจกรอบในเชิงวัฒนธรรมไทบ้านอีสานที่ซึ่งพื้นหลังในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยความซับซ้อนเชิงภูมศาสตร์และยุทธศาสตร์อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะไล่มาตั้งแต่ภาพปฏิสัมพันธ์กับเมืองส่วนกลางล่มน้เจ้าพระยา เมืองทางลาว กัมพูชา เวียดนามในอดีต ไล่เรียงไปจนถึงคอมมิวนิสต์ และการเข้ามาของอเมริกัน ประวัติศาตร์ที่บอบช้ำที่ทำให้ถูกลืมจากรัฐส่วนกลางที่เฝ้าสอนแต่ตำราชาตินิยม และลบเลือนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น หนังเองหยิบส่วนที่ตะสะเก็ดเหล่านั้นเข้ามาตั้งคำถามถึงความเป็นตัวตน วิถีที่ถูกกลมกลืน และปรับตัวเข้าสู่ความเป็นไทยยุคใหม่ สิ่งที่หนังกำลังตั้งคำถามคือตัวตน และจิตวิญญาณที่ปรับตัวในสมดุลโลกยุคใหม่ที่โฟกัสแต่ความถูกต้องแบบเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ อะไรคือเรา และอะไรคือเขา ส่วนผสมที่แยกจากกันไม่ขาดตรงส่วนนี้สร้างเอกลักษณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งให้กับหนังเรื่องนี้




หนังกำลังว่าด้วยการทำความเข้าใจตัวเอง การเคารพตัวเองในฐานะของความเป็นไทบ้าน ซึ่งเป็นไทบ้านในภาพปกติทั่วไป ไม่ได้จงใจสร้างความมายาโรแมนติกให้เกิดขึ้นมากนัก นอกเสียไปจากบางฉากที่เป็นภาพไฟนีออนสะท้อนความสัมพันธ์ในช่วงเวลาสั้นๆ มันกำลังพูดถึงความเป็นอีสานสมัยใหม่ และรูปลักษณ์ปฏิสัมพันธ์แบบวัยรุ่นที่ยึดโยงกับความเป็นคนเมือง ความเจริญของงวัตถุ ซึ่งการถ่ายทอดด้วยความเข้าใจวิถีความเป็นไปอย่างลึกซึ่งตรงส่วนนี้ทำให้หนังเรื่องนี้สร้างมิติของเรื่องราวออกมาได้อย่างน่าสนใจทีเดียว แม้ว่าจะเต็มไปด้วยจุดบกพร่องของการเล่าเรื่องราวในหลายๆจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางน้ำหนักความสัมพันธ์ของตัวละครที่ไม่มากเพียงพอที่จะผลักดันบทสรุปของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นให้ออกมามีพลังได้ แต่หนังเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างภาพอันโดดเด่นของวิถีความเป็นไปของสังคมอีสานยุคใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เข้าใจ และเคารพตัวเองอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นงานเปิดตัวที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับผู้กำกับรุ่นใหม่ที่หยิบจับงานเสนอความเป็นตัวเอง วิถีของความเป็นอีสานไทบ้าน
และเข้าใจในกลไกของการตลาดที่จะสื่อสารกับคนดู

หนังฉายในโรงภาพยนตร์ไทยตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562
International Sales : MVP

by Sutiwat Samartkit
(20/05/19)

ไม่มีความคิดเห็น