Header Ads

Cannes 2019: Burning Ghost | อัตถิภาวนิยมของความรัก


BURNING GHOST

(Stephane Batut)


Cannes Film Festival 2019 : ACID



หลังจากทำงานเป็น Casting director ให้ผู้กำกับฝรั่งเศสสายรางวัลหลายคนมาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Claire Denis”, “Serge Bozon”, “Nicole Garcia”, “Alain Guiraudie” รวมถึงผู้กำกับหน้าใหม่ๆหลายคน คราวนี้ถึงคิวที่ตัวเองจะมาเป็นผู้กำกับ ซึ่งหยิบเรื่องผี และความสัมพันธ์ในความรักเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องที่ใช้ในการเล่า ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าทั้งประเด็น พล็อต จนตลอดวิธีการในการนำเสนอของหนังได้รับอิทธิพลมาจากหนังของผู้กำกับฝรั่งเศสหลายคน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของผี และการดึงบรรยากาศในการเล่าเรื่องในลักษณะที่เหมือนรุ่งอรุณของแดนสนธยาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในหนังเรื่องแรกของเขานั้นแม้ว่าจะมีความน่าสนใจอยู่พอสมควร แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างน่าผิดหวังอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการที่หนังเองพัฒนาตัวเองได้ไม่สุดสักทาง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครสองตัวที่มีความสัมพันธ์รักกันได้ไม่ค่อยลงตัวมากนัก และเวลาในการตกผลึกเองก็ยังไม่ค่อยมากเสียเท่าไรนัก เอาเข้าจริงๆแล้วในหนังหลายต่อหลายเรื่องที่หยิบจับประเด็น หรือมีการเล่าเรื่องในลักษณะทำนองนี้นั้น แม้ว่าจะเต็มไปด้วยปัญหาของการเล่าเรื่อง และการผลักดันประเด็นที่พยายามจะฉีกแนวแหวกแนวออกไป แต่หนังหลายเรื่องยังให้บทสรุปในความรักความสัมพันธ์ออกมาได้ดีกว่า คือหมายถึงหนังเองแม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการเล่นท่ายาก แต่อย่างน้อยท่าพื้นฐานมันยังคงจบได้ค่อนข้างสวยอยู่ หนังที่เขาเคยแคสติ่ง อาทิ “Barbara” ของ “Mathieu Amalric” หรือ “My King” ของ “Maiwenn” ซึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จในท่ายากที่หนังเองพยายามเล่น แต่การเล่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่เป็นพื้นฐานหนังยังรับผิดชอบได้ค่อนข้างดีอยู่


สำหรับผลงานเรื่องนี้เล่าเรื่องราวชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาในที่ใดที่หนึ่งไม่รู้ และไม่มีใครเห็นเขาเลย คนที่มักเห็นเขาได้นั้นจะมีความสัมพันธ์ หรือมีความทรงจำที่เกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับความตายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ท่ามกลางช่วงเวลาทีเตรดเตร่ตามถนนในปารีสหลายต่อหลายปี วันหนึ่งเขาไปพบเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มองเห็นเขา และดูเหมือนว่าเขาทั้งคู่เองจะมีความหลังร่วมกันบางอย่าง ซึ่งทำให้เขารู้สึกถึงพลังงานอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอนำมาซึ่งการพัฒนาความสัมพันธ์เป็นความรักของคนทั้งคู่จนเกิดเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจทั้งในเชิงของรูปธรรม และนามธรรม รวมถึงความจริง และการเปรียบเทียบความจริงด้วย อย่างไรก็ตามดูเหมือนหนังเองจะพัฒนาพื้นที่ของการสำรวจความสัมพันธ์ที่มีระดับของความสัมพันธ์ที่คลุมเครือออกมาได้ไม่ค่อยสุดทางเสียเท่าไหร่ นี่พูดถึงระดับเดียวของการเล่าเรื่องที่สโคปเฉพาะความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เท่านั้นยังไม่รวมไปถึงกลวิธีการที่หนังเองเลือกที่จะนำเสนอด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ดีความไม่ประสบผลสำเร็จในผลลัพธ์ของหนังเรื่องนี้นั้นมันยังมีความน่าสนใจในเชิงภาพสัญลักษณ์ที่ใส่เข้ามาอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของการหยิบยืนสี หรือการเอาภาพสัญลักษณ์ที่สื่อผ่านซีน และสถานที่ที่เกิดขึ้นในเรื่อง ซึ่งแม้ว่ามันจะดึงศักยภาพของสถานที่ให้สร้างความเป็นโลกเอกเทศออกมาได้ไม่ดีมากนักก็ตาม ซึ่งก็กลายเป็นปัญหาในเชิงวิธีการที่เกิดขึ้นกับผู้กำกับหน้าใหม่อยู่แล้ว


สัญลักษณ์ที่หนังใช้ผ่านเรื่องของสถานที่ที่สร้างความเป็นเอกเทศเช่น ป่า ที่หนังเองใช้เป็นพื้นที่ของการสื่อสารกับผู้นำวิญญาณ หรือยมทูต หรืออาจจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ หนังเองแบ่งสัดส่วนของการเล่าเรื่องผ่านป่าออกเป็นรูปธรรมหลายรูปแบบด้วยกัน ตามแต่ล่ะความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละเคสของคนตายในหนัง ไม่ว่าจะเป็นป่ารกสักแห่ง ป่าบนภูเขาที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน หรือป่าที่ตั้งอยู่ริมทะเล ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเทคนิคของหนังหลายเรื่องมักใช้ป่าเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆเหนือความจริงได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมทางตะวันออกที่มักสร้างพื้นที่ของป่าเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กับมิติของวิญญาณ หรือสัตว์ประหลาดใดๆก็ตามแต่ นอกจากนี้การเลือกโทนสีร้อน ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีน้ำตาล รวมไปถึงสีส้มที่หนังเรื่องนี้เองใช้ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะผ่านเสื้อผ้าของตัวละครนำของเรื่องที่ใช้สีส้มค่อนข้างบ่อยมาก จริงๆแล้วความเป็นสีส้มของหนังมันอาจสะท้อนภาพของการแบ่งระหว่างสีแดง และสีเหลืองที่ให้ความรู้สึกของความไม่ชัดเจนในอารมณ์ความรักได้อย่างดีด้วยซ้ำ ซึ่งมันสอดรับกับภาพของหนังที่ให้พื้นที่ของความรวรเร ไม่ชัดเจนของความสัมพันธ์ความรักตรงส่วนนี้ได้พอสมควร อย่างไรก็ดี แม้ว่าหนังเองจะพยายามสร้างโลกของความเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าด้วยความที่ร่อง และรอยที่ถูกเล่าผ่านวิธีการกำกับที่ยังขาดความชัดเจน แข็งแรงพอสมควร มันเลยนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์มากเท่าไรนัก
Burning Ghost เข้าฉายที่เทศกาลหนังคานส์ ครั้งที่ 72 ในสาย ACID

International Sales : LES FILMS DU LOSANGE

by Sutiwat Samartkit
(30/06/19)

ไม่มีความคิดเห็น