Header Ads

Karlovy Vary 2019: Scandinavian Silence | ชั้นบางๆของความรู้สึกที่ถ่ายทอดได้อย่างงดงาม


SCANDINAVIAN SILENCE

(Martti Helde)


Karlovy Vary Film Festival 2019 : East of the West


หลังจากประสบความสำเร็จจากคำวิจารณ์ในหนังแจ้งซึ่งเป็นหนังขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับเมื่อห้าปีที่แล้วอย่าง “In the Crosswind” หนังขาวดำเรื่องเยี่ยมที่เล่าเรื่องราวของความทรงจำหญิงสาวคนหนึ่งในช่วงเวลาของการเนรเทศผู้คนไปยังไซบีเรียในปี 1941 ช่วงนาซีเรืองอำนาจ ในหนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับเอสโตเนียนอย่าง “Martti Helde” ยังคงจับวิธีการเล่าเรื่องในลักษณะเดิมที่ทั้งเลือกใช้ภาพขาวดำ และการนำเสนอเรื่องราวในลักษณะซึมซาบบรรยากาศ และอารมณ์ซึมลึกเข้าสู่ความรู้สึกของคนดู โดยครั้งนี้เลือกเล่าเรื่องราวด้วยพล็อตเรื่องสั้นๆและง่ายๆที่โฟกัสความสัมพันธ์ของตัวละครสองตัวคือพี่ชาย และน้องสาวที่มาเจอกันบนถนนแห่งหนึ่งนั่งรถไปด้วยกันไปยังเป้าหมายปลายทางแห่งหนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆที่จับการเล่าเรื่องผ่านเพียงไม่กี่ฉาก แต่ผู้กำกับเลือกที่จะใช้วิธีการของการวนลูปการเล่าเรื่องเพื่อนำเสนออีกมุมมองของตัวละคร หรือรายละเอียดเพิ่มเติมที่ขาดหายไปก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างบทสรุป หรืออารมณ์ความรู้สึกที่มากขึ้น หรือสร้างจุดทวิสต์ของเรื่องราวในอีกทางหนึ่ง ซึ่งเลเยอร์บางๆที่หนังเองค่อยๆรังสรรค์ขึ้นมาตลอดเรื่องราวที่เดินเรื่องไปนั้น มันยิ่งทำให้หนังมีอารมณ์ความรู้สึกระหว่างตัวละครที่ทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก และนี่ถือเป็นงานชั้นมาสเตอร์อีกงานหนึ่งของผู้กำกับที่สามารถเล่าอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นของตัวละครที่ใช้เดินเรื่องได้อย่างแข็งแกร่ง และมีความกระชับมากยิ่งขึ้นจากหนังยาวเรื่องก่อนหน้าของเขาที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน การใช้วัตถุดิบที่คุ้มค่าในหนังเรื่องนี้ทำให้การวนเรื่องด้วยฉากไม่กี่ฉาก ระยะเวลาของการเดินเรื่องแค่ชั่วโมงกว่าเล็กน้อยนั้นทำให้หนังเรื่องนี้ทรงพลังมากทีเดียว


พล็อตของหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนหนังสำรวจความสัมพันธ์ที่ตกค้างของคนสองคนหลังจากผ่านช่วงเหตุการณ์เลวร้ายที่ทำให้ทั้งคู่ห่างกันไปหลายปี ภาพของต้นไม้ที่เรียงตัวทอดยาวออกไปตามไหล่ทาง ภาพของป่าที่อยู่ห่างออกไปถัดจากพื้นที่โล่งโพลนที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ซึ่งตัดกับภาพของแนวป่าที่เป็นสีดำสนิท สะท้อนความรู้สึกของตัวละครในเรื่องได้อย่างเด่นชัด การดึงภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้นที่มีอยู่น้อยนิดในองค์ประกอบฉากสะท้อนผ่านความขาวดำที่ถูกทำให้ชัดนั้น มีความโดดเด่นอย่างมาก และมันมีพลังที่เข้ามาโอบล้อมตัวละครอย่างยิ่งยวด น้ำนิ่งไหลลึกที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกที่ทอดผ่านออกมาจากสายตาของตัวละครทั้งคู่สร้างผลลัพธ์ที่มหาศาล ความเป็นสากลของหนังเรื่องนี้สามารถสอดรับกับวิถีทางที่หนังเรื่องนี้เลือกการนำเสนอด้วยภาพขาวดำที่ตัดกันด้วยสัดส่วนที่เด่นชัดตลอดทั้งเรื่อง ในหนังขาวดำความไร้กาลเวลาจึงเกิดขึ้น ความไร้ซึ่งสถานที่จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถกำหนดข้อผูกพันธ์ได้ มันจึงสร้างภาวะของสูญญากาศที่นำเสนอภาพของความสัมพันธ์ของตัวละครสองตัวที่อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งที่ทำให้สาส์นที่ต้องการสื่อมันมีความเป็นกลาง และขึ้นอยู่กับตัวละครสองตัวในเรื่อง มันจึงกลายเป็นภาษาที่สากลที่สามารถสื่อสารกับคนดูได้ จริงแล้วการที่หนังเองเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวในลักษณะวนลูป และให้การเล่าเรื่องในแต่ละลูปมีการโฟกัสเรื่องราวฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือนำเสนอในรายละเอียดรวมของตัวละครสองตัวที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้ผู้ชมสามารถเก็บสาส์นที่สื่อออกมาได้ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นรายละเอียดเล็กๆที่เกิดขึ้นจึงสามารถถูกสังเกตได้อย่างง่ายดาย และแน่นอนว่ามันทำให้พื้นหลังของหนังแข็งแรง ผลักดันอารมณ์ไคลแม็กซ์ของเรื่องได้อย่างทรงพลัง


ความน่าชื่นชมของหนังอีกประการหนึ่ง ที่แม้ว่ามันจะเล่าเรื่องราวของการมาเจอกันของตัวละครสองตัวภายหลังจากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้ยภายในครอบครัวคือ การที่หนังเองไม่ได้มุงสำรวจอดีต ไม่ได้มานั่งสำรวจเหตุที่มาที่ไป ซึ่งตรงนี้มันทำให้หนังดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการสำรวจผลพวงของปัจจุบันซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากอดีต มันทำให้ตัวหนังเองนำเสนอภาพดิบ ภาพของอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าภาพของเนื้อหา หรือสาส์นในอดีตที่อาจไม่ได้จำเป็นมากนักกับการเคลื่อนตัวของพล็อตเรื่องปัจจุบัน หรือมันอาจสร้างความดราม่ามากจนเกินความจำเป็น การเลือกที่จะนำเสนอภาพปัจจุบัน และสำรวจความรู้สึก ความคิดของตัวละครที่มีต่อกันในปัจจุบันนั้น มันทำให้หนังเองสร้างพื้นที่ของความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ด้วยพื้นที่จำกัดของความเป็นปัจจุบันที่ไม่อาจล้วงเข้าไปหาที่มาของเรื่องราวได้ ทำให้การยึดติดอยู่กับอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครทั้งสองในเรื่องนั้นมีค่อนข้างสูง และคนดูจะรู้สึกได้เพียงอย่างเดียว ดดยไม่สามารถเอาความสัมพันธ์ในอดีตมาตัดสินตัวละครได้ มันเลยทำให้หนังเองค่อนข้างบริสุทธิ์กับความรู้สึกค่อนข้างมาก ซึ่งความเป็นไปได้ในหลายทางที่อาจทำให้ตัวละครตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรมันไม่สามารถหาคำตอบมาอธิบายได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในช่วงท้ายเรื่องที่ตัวละครจ้องมองไปยังแนวป่าสีดำที่เป็นพื้นที่ที่นำเสนอความรู้สึกของความลึกลับที่ไม่อาจเข้าใจได้ และการเข้ามานั่งในรถของตัวละครก่อนที่จะตามมาด้วยฉากซีเควนซ์สุดท้ายที่ยากที่จะอธิบายสาเหตุที่ตัวละครอย่างน้องสาวเลือกที่จะทำได้ มันเต็มไปด้วยการคาดเดาที่ทั้งบวก และลบ และมันทรงพลังมาก เปี่ยมล้นไปด้วยความเป็นมนุษย์ ผู้กำกับพัฒนางานของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

Scandinavian Silence เข้าฉายที่เทศกาลหนังการ์โลวี วารี ครั้งที่ 54 ในสาย East of  the West คว้ารางวัล Europa Cinemas Label (หนังยุโรปยอดเยี่ยม)

International Sales : -

by Sutiwat Samartkit
(07/08/2019)

ไม่มีความคิดเห็น