Header Ads

Krungkluea review | ความรุนแรง และเพศของการหมกมุ่น


KRUNGKLUEA

(Natthanun Tiammek)


ผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวของผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง “ณัฐนันท์ เทียมเมฆ” ที่ประสบความสำเร็จไปไกลมากเกินกว่าการเป็นหนังจบการศึกษา แต่ยังสามารถได้รับการตอบรับที่ดีจนกระทั่งถูกเลือกมาฉายในระบบตลาดภาพยนตร์ไทยเก็บเงินค่าเข้าชมที่ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก หนังเล่นกับพื้นที่ของความจริง และไม่จริงได้อย่างน่าสนใจ หนังเล่าเรื่องของชายคนหนึ่งที่เมียของเขากำลังตั้งครรภ์ และเล่าสะท้อนพฤติการณ์ของสามีที่มีความรุนแรง หมกมุ่นเรื่องของเซ็กซ์ และการเดินทางที่ผลักดันตัวเขาเข้าไปสู่อีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งยั่วล้อไปกับบทอาขยานที่เป็นเรื่องราวของตำนานกรุงเกลือที่แทบไม่เชื่อมโยงกับความเป็นจริง ในพล็อตเรื่องพื้นฐานทั่วไปที่พูดถึงความสัมพันธืที่เกิดขึ้นในระบบอำนาจของครอบครัวในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากความเชื่อของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่นับตั้งแต่สมัยโบราณ เรื่อยไปจนถึงการรักษาซึ่งโครงสร้างของสิ่งเหล่านี้ โดยเปลี่ยนรูปและบริบทไปอยู่ใต้อำนาจที่ถูกกำหนดโดยกลไกของระบบการเงินในโลกยุคทุนนิยม ความน่าสนใจในส่วนแรกของหนังที่พูดถึงสถานะการสร้างผลิตผลในระบบทุนนิยมของเพศหญิงเมื่อตั้งครรภ์ในเชิงทุนนิยมที่ไร้มนุษยนิยมนั้นมองการสร้างผลผลิตของผู้หญิงเป็นศูนย์ ในขณะที่ให้ราคากับฝ่ายชายมากกว่า แม้จริงแล้วว่าหนังเองจะไม่ได้แต่กับประเด็นทางโครงสร้างของระบบชนชั้นผ่านสังคมในระบบทุนนิยมมากนัก แต่มันก็เห็นภาพตรงส่วนนี้อยู่เหมือนกันที่ถือเป็นรากของความเชื่อที่ให้อำนาจเพศชายมากกว่าเพศหญิง อย่างไรก็ดีสิ่งที่หนังเองมุ่งสำรวจดูเหมือนจะเป็นเรื่องในทางภาวะใต้จิตสำนึกที่เกี่ยวพันกับเรื่องของอำนาจทางเพศมากกว่า การตีความที่มีมากไปกว่าเรื่องของความหมกมุ่นในวัยเยาว์ของตัวละครนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นจากสิ่งที่หนังเองค่อยๆประกอบร่างขึ้นมาจากสถานการณ์ที่เริ่มผลักตัวละครเดินทางออกไปสู่โลกของความไม่สมจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการตีความเรื่องของพรมแดน และอำนาจทางเพศได้อย่างเด่นชัดและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การผลักตัวละครเข้าสู่การวัดความสมจริงในพื้นที่ที่เป็นเอกเทศสร้างรูปแบบของการสำรวจสภาวะที่อยู่ข้างในจิตใจของตัวละครออกมาได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว และนี่ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่หนังเองใช้ในการขัดเกลาประเด็นให้มีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น



ประเด็นอำนาจทางเพศระหว่างเพศชายและหญิงน่าสนใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างพรมแดนที่มองไม่เห็นผ่านขอบเขตของการอยู่ในเมืองกรุงเกลือ และการอยู่ภายนอกเมืองกรุงเกลือ การสำรวจอำนาจทางเพศน่าสนใจมาก การสร้างอิทธิพลของเพศหญิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีต่อเพศชาย และทำให้เกิดการดิ้นรนเพื่อที่จะเข้าไปในกรุงเกลือ ประเด็นที่น่าสนใจคือหนังเองกำลังขยายขอบเขตอำนาจเข้าไปพูดถึงความเป็นอาณานิคมได้อย่างพอเหมาะ การกำหนดความเป็นเอกเทศของพื้นที่นี้ผ่านเรื่องสมมติของความเป็นกรุงเกลือ และสร้างสภาวะในความเป็นจิตใต้สำนึกผสมผสานกัน ทำให้พื้นที่นี้มีความเฉพาะตัวในแง่ของการสร้างความหมายและการตีความประเด็น คำกล่าวอ้าง และการถืออำนาจที่เกิดขึ้นในหนังอาจให้ภาพผ่านเรื่องราวสมมติอย่างกรุงเกลือที่ถือเป็นเรื่องราวที่ถูกปั้นแต่งผ่านความเชื่อบางประการเกิดขึ้น และสะกดจิตผู้คน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยากที่จะบอกที่มาของมันอยู่แล้ว กรณีที่เหมือนกันกับภาพของการอ้างศาสนา  อำนาจลี้ลับ หรือพระเจ้าในการลงโทษ หรือกำหนดทิศทางของสิ่งต่างๆ บริบทเหล่านี้เกี่ยวพันกับจิตใต้สำนึกในการตระหนักรับรู้สิ่งต่างๆของมนุษย์อยู่ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งทำให้เกิดโครงสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจ โดยเฉพาะอำนาจทางเพศที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ที่สิ่งเหล่านี้แทรกตัวอยู่ในคุณค่าที่สังคมนั้นๆนับถือ หรือในหน่วยย่อยสุดของสังคมอย่างครอบครัว เพศชายนั้นเกิดจากแม่ซี่งเป็นเพศหญิง การให้อำนาจเพศชายในแนวความคิดชายเป็นใหญ่สร้างครอบครัวให้เกิดขึ้น และแต่งงานมีครอบครัวมีลูกเป็นวัฎจักรอย่างนี้เรื่อยไป ซึ่งโครงสร้างนี้แท้จริงแล้วยากที่จะบอกว่าอำนาจโดยแท้จริงแล้วหญิง หรือชายที่อยู่เหนือกว่ากัน ดังที่เราได้เห็นความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเพศที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้


ในเมื่อเกลือเป็นภาพของความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นในหนัง อะไรที่นอกเหนือจากเกลือคือความไม่บริสุทธ์ไปเสียหมด ความบริสุทธิ์นั้นถูกเจือปนได้ง่ายอย่างรวดเร็วทันทีทันใดเมื่อสัมผัสกับความไม่บริสุทธิ์เพียงน้อยนิดในทุกระดับ แล้วสิ่งใดที่เราเรียกว่าบริสุทธิ์ สิ่งนั้นอาจไม่ได้มีอยู่จริงแล้ว ความซับซ้อนของโครงสร้างความสัมพันธ์ทำให้ความบริสุทธิ์นั้นหายไป จุดเริ่มต้นความไม่บริสุทธิ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อใดยากที่จะตอบคำถามข้อนี้ได้ มันสอดคล้องกับประเด็นอำนาจนิยมเรื่องของการตั้งคำถามผ่านเพศที่เชื่อมโยงผ่านความรุนแรงในเรื่องของการข่มขืน วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้มีมูลเหตุมาจากสิ่งใด และส่งผลเข้ามาใส่ในพฤติการณ์ของตัวละครได้อย่างไร อะไรทำให้เกิดการข่มขืนเกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของตรงนี้อยู่ที่ไหน ใครคือเจ้าอาณานิคม อำนาจเหล่านี้ล้วนเกียวพันยึดโยงกับเรื่องของเพศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพศชายอาจเป็นเพศที่มีความพึงพอใจในการใช้ความรุนแรง และแสดงออกทางกายภาพ ในขณะที่เพศหญิงนั้นเน้นการควบคุมทางจิตใจมากกว่า ด้วยสรีระพื้นฐานของร่างกายที่มีความแตกต่างกัน จริงๆแล้วการกำหนดสิ่งเหล่านี้อาจเป็นภาพของการเอาตัวรอดทางธรรมชาติที่ปรากฎอยู่ในสัญชาติญาณของมนุษย์ก็เป็นได้ ดังนั้นมันจึงย้อนกลับมาว่าแท้จริงแล้วอำนาจทางเพศของใครมากกว่ากัน ซึ่งก็อาจจะพูดสรุปประเด็นนี้ได้ยากเสียหน่อย จริงๆแล้วการที่หนังเซ็ตอัพเรื่องการมีลูกของตัวละครที่ยังไม่สามารถบอกเพศได้ในช่วงเวลานั้นน่าสนใจ เพราะมันเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมในสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างเพศที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้อย่างชัดเจนทีเดียว ความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการผลักดันขอบเขตไปวิพากษ์เรื่องของเพศออกมาได้อย่างแข็งแรงมากทีเดียว สำหรับหนังเรื่องยาวของผู้กำกับหน้าใหม่ถือว่าทำออกมาได้อย่างดีทีเดียว การให้น้ำหนักที่ชวนชั่งใจในประเด็นระหว่างอำนาจทางเพศที่โลกแล่นเข้าไปในพื้นที่พิเศษที่เหมือนอยู่ในโลกใต้จิตสำนึกของตัวละคร ยั่วล้อไปกับการขับกล่อมด้วยเสภาที่ผลักดันพรมแดนของความเป็นจริง และไม่จริงนั้นน่าสนใจ และมีพลังอย่างมาก



หนังฉายในโรงภาพยนตร์ไทยตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2562 เฉพาะ Doc Club Theater
International Sales : 21 Studios

by Sutiwat Samartkit
(25/08/19)

ไม่มีความคิดเห็น