Header Ads

Berlin 2020: Chronicle of Space | แอมเบียนท์ของความทรงจำ


Chronicle of Space

(Akshay Indikar)



Berlin Film Festival 2019 : Generation



ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ทำหนังภาษามราฐีในอินเดียอาจเห็นไม่บ่อยมากนักในหนังอินเดียโดยเฉพาะที่ขึ้นมาฉายในระดับนานาชาติ งานอัตลักษณ์ที่น่าสนใจในการนำเสนอชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย เล่าเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความเคลื่อนไหวของไดนามิกชีวิตภายในสังคมดูเป็นงานอัตลักษณ์ที่ซับซ้อนทว่าเรียบง่ายที่เห็นในงานแถบนี้หลายต่อหลายเรื่อง ความน่าสนใจของหนังขนาดยาวเรื่องที่สองของผู้กำกับคนนี้ ซึ่งเรื่องแรกแม้ว่าจะได้เข้าประกวดในสายผู้กำกับใหม่ยอดเยี่ยมของสมาพันธ์นักวิจารณ์เอเชียยอดเยี่ยมมาก่อนกับหนังเรื่อง Trijya-Radius แต่ก็ดูจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก การได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลหนังเบอร์ลินครั้งนี้ดูเหมือนว่าสำหรับหนังเรื่องที่สองของเขานั้นจะเป็นใบเบิกทางชั้นดีที่ทำให้ผู้กำกับเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และอาจรวมไปถึงโอกาสของการสร้างหนังที่มีโปรดักชั่นที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้นด้วย เรื่องราวของหนังเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเด็กชายคนหนึ่งที่ต้องย้ายบ้านจากเมืองปูเน่ มายังอีกเมืองหนึ่งที่เหมือนเป็นบ้านของปู่ย่าของเขาพร้อมกับแม่ซึ่งตั้งอยู่ริมชายทะเลที่แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคือเมืองอะไร โดยที่เขาและพี่สาวเองก็ไม่รู้มาก่อน และก็ดูไม่รู้เช่นกันว่าพ่อของพวกเขาหายไปไหน หนังถูกจำกัดกรอบของการตระหนักรับรู้ในพื้นที่ของจิตใจเด็กเพียงเท่านั้นและนั่นทำให้หนังเองน่าสนใจ เพราะตัวหนังเองสามารถขยับขยายเรื่องราวในมุมมองที่ต่างออกไป ข้อเท็จจริงของการตระหนักรับรู้นั้นถูกขยายพรมแดนให้กว้างออกไป คือ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่อยู่ในพรมแดนของความเป็นจริงเพียงอย่างเดียว แต่หากเป็นภาพทับซ้อนของความทรงจำที่หล่อหลอมรวมกับความเชื่อบางประการของวัยเยาว์ที่บิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากทีเดียว การเปิดพรมแดนของหนังให้มีความคุมเครือผ่านการเล่าในลักษณะที่เปรียบเสมือนบันทึกของความทรงจำ และการเล่าด้วยวิธีการที่สร้างเรื่องราวความกึ่งเหนือจริงผ่านงานภาพที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่ตัวละครเด็กชายของเรื่องเดินเข้าไปอยู่ในเฟรมที่พื้นหลังของเรื่องเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่า อย่างธรรมชาติ หรือแม้แต่ในส่วนของโรงงานที่มีการเคลื่อนตัวของไลน์การผลิตบางอย่างที่สร้างพื้นที่ของเรื่องให้ดูเหมือนอยู่บนยานอวกาศ หรือโลกในอนาคตที่ไม่ยึดโยงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน

ความน่าสนใจของหนังในการเล่าเรื่องที่พาดผ่านกับความทรงจำและความไม่สมจริงของการตระหนักรับรู้ในช่วงแรกของหนังเป็นดินแดนของการสร้างความอยากรู้อยากเห็นที่น่าสนใจค่อนข้างมากทีเดียว การตัดสลับของภาพที่บางครั้งก็ไม่ชัดเจน บางครั้งก็ดูชัดเจนแต่วางภาพของตัวละครเล็กๆไว้ในการเปลี่ยนแปลงของพื้นหลังที่ยิ่งใหญ่ เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีพลัง จะเห็นว่าลักษณ์ะอย่างหนึ่งที่ผสมผสานประเภทของหนังฟิคชั่น และสารคดีเข้าด้วยกันนั้นช่วยทำให้ความสมจริงของเรื่องราวมีมากยิ่งขึ้น และการพร่าเลือนพรมแดนดังกล่าวนั้นก็พัฒนาตัวเองออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์จนในครึ่งแรกของหนังดูเหมือนว่าน่าจะให้ผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดได้ แต่น่าเสียดายเมื่อหนังเดินมาถึงช่วงหนึ่งในสามท้ายเรื่องนั้นดูเหมือนวิธีการที่หนังเองใช้เล่าจะถูกลดทอนการพร่าเลือนของภาพความทรงจำลง เหลือเพียงการเล่าการเดินทางของตัวละครนำของเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นเส้นตรงของการเล่าเรื่อง การตระหนักรับรู้ข้อเท็จจริงของเรื่องราวอยู่ในสารบบของความเป็นสารคดีมากจนเกินไปจนไปลดทอนความสามารถในการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเรื่องไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถึงกระนั้นก็ตามภาพรวมของหนังที่สร้างโลกของวัยเด็ก ความทรงจำของวัยเด็กจากภาพรวมทั้งหมดของหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องยังเป็นสิ่งที่แข็งแรงอยู่ อย่างน้อยแม้ว่าในเรื่องของความซับซ้อนเชิงวิธีการ หรือแม้แต่ในสัดส่วนเนื้อหาประเด็นนั้นอาจไม่มากนัก และค่อนข้างเบาบางเสียด้วยซ้ำ แต่ผลลัพธ์จากการจับจ้องที่แข็งแรงผ่านตัวละครเด็กในเรื่องนี้ก็ดูเหมือนว่ามันทำให้อารมณ์ความรู้สึกที่แล่นผ่านตัวละครนำของเรื่องตลอดทั้งเรื่องนั้นสร้างรากของความรู้สึกที่หยั่งลึกในใจของผู้ชมจนยากที่จะปลดเปลื้องความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ของอินเดียที่น่าสนใจมากทีเดียว [A-]

Chronicle of Space (Sthalpuran) เข้าฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลิน ครั้งที่ 70 ในสาย Generation

International Sales : Firta Cinema

by Sutiwat Samartkit

(24/04/20)

ไม่มีความคิดเห็น