Header Ads

Berlin 2020: The Exit of the Trains | สังหารหมู่ยิวที่โรมาเนีย


The Exit of the Trains

(Adrian Cioflâncã, Radu Jude)



Berlin Film Festival 2019 : Forum



โรมาเนียคือประเทศหนึ่งที่เป็นพันธมิตรที่ชิดใกล้กับรัฐบาลนาซีเยอรมัน หนังสารคดีเรื่องนี้เหมือนเป็นการรวบรวมหลักฐานจากบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากช่วงเวลานั้น และภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลของโรมาเนียพยายามที่จะทำเหมือนว่าไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์แม้จะอ้างว่าอยู่ภายใต้อำนาจของนาซีก็ตาม แต่แท้จริงแล้วตัวรัฐของโรมาเนียเองนั้นต่างสุมไฟของความเกลียดชัง และเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่มีเจ้าหน้าที่รัฐในทุกระดับเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิว ทั้งการบีบชาวยิวให้ออกจากราชการ การที่ให้เจ้าหน้าที่ลากคนออกจากบ้าน ปฏิบัติการโพกรม การยึดทรัพย์สินของชาวยิว การสังหารชาวยิวโดยเจ้าหน้าที่และประชาชน รวมไปถึงการส่งคนไปร่วมรบกับโรมาเนีย ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วดำเนินการโดยเป็นอิสระเสียมากกว่าเพื่อเอาใจนาซี โดยในหนังพูดในช่วงการโพกรมที่เกิดขึ้นในเมืองลาซีที่ทำให้มีชาวยิวเสียชีวิตกว่าหนึ่งหมื่นสี่พันคนเพียงคืนเดียว นี่คือหลักฐานการสังหารหมู่ที่รัฐบาลโรมาเนียพยายามทำเหมือนว่ามันไม่เกิดขึ้น แต่โศกนาฏกรรมนี่กลายเป็นข้อเท็จจริงที่ว่าการสังหารยิวในโรมาเนียนั้นรุนแรงรองจากเยอรมันประเทศศูนย์กลางของลัทธิความเกลียดชังในครั้งนั้น ในหนังของผู้กำกับ Radu Jude ในช่วงหลังๆมานี้นับตั้งแต่การหยิบประเด็นเรื่องสงครามโลกครั้งที่สองในหนังชั้นเยี่ยมของเขาอย่าง Scarred Heart มาพูดถึง ประเด็นเรื่องของการสังหารชาวยิวในโรมาเนียถูกพูดถึงอย่างชัดเจนและไม่อ้อมค้อมมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นหัวใจสำคัญในหนังของเขาทุกเรื่องนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเฉพาะการเลือกที่จะนำเสนอสภาพเหตุการณ์และผลกระทบที่มีต่อชาวยิวในช่วงเวลานั้นอย่างตรงไปตรงมา เฉกเช่นในหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของเขาที่นำเสนอภาพการปะทะกันของศิลปินที่พยายามนำเสนอภาพของเหตุการณ์อันโหดร้ายที่โรมาเนียมีสถานภาพเป็นมิตรกับนาซีเยอรมันอย่างชัดเจนในช่วงเวลานั้น แต่ถูกทางการพยายามต้านเอาไว้ไม่ให้จัดแสดงโชว์เพื่อสะท้อนถึงมาตรการที่รัฐส่วนกลางพยายามเซ็นเซอร์การแสดงความคิดเห็นตรงนี้ และกลุ่มคนที่อาจจะรับไม่ได้กับสถานภาพในอดีตที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลพวงที่ทำให้โรมาเนียกลายเป็นประเทศที่ยังคงมีการคอรัปชั่นในวงกว้างอยู่ด้วย

สารคดีเรื่องนี้เหมือนเป็นบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตไม่ว่าจะเป็นภรรยา แม่ เพื่อนข้างบ้าน หรือแม้แต่กระทั่งลูกที่เข้ามาบันทึกความทรงจำในช่วงวันนั้นที่มีปฏิบัติการโพกรมเกิดขึ้นในเมืองลาซี ตั้งแต่การดึงลากพวกเขาออกจากบ้าน การทำร้ายด้วยความเกลียดชังจากประชาชนคนอื่นที่เกลียดยิวในช่วงเวลานั้น หลายคนโดนสังหารโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเมืองที่เกลียดยิว ทั้งที่สถานีตำรวจ บางคนที่รอดชีวิตถูกบีบให้เข้าไปในขบวนรถไฟที่อัดแน่นเกินความจุ และปิดซีลอาการเอาไว้ หลายคนกลายเป็นศพระหว่างทางแล้วต้องลากออกมากองทิ้งไว้ ฝังไว้ที่เมืองอื่นที่ไม่ใช่บ้านของพวกเขา บางคนที่รอดชีวิตที่น้อยมากถูกส่งตัวไปยังค่ายใช้แรงงานซึ่งครอบครัวไม่เคยเห็นเขาอีกเลย โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นด้วยเนื้อเรื่องที่เหมือนถูกเซ็ตขึ้นมา ทั้งที่ความจริงนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันหมดกับทุกคน การร้อยเรียงของหนังมีทั้งการเอาภาพของคนที่เสียชีวิตไป และให้คนที่สูญเสียเขาเหล่านั้นไปมาเล่าว่าเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง บางคนเล่าได้น้อยได้มาก ตามสัดส่วนที่แตกต่างกันไป บางคนไม่มีแม้กระทั่งภาพถ่ายมีแต่จอพื้นดำๆที่ถูกฉายขึ้นพร้อมกับเรื่องเล่าของพวกเขาเหล่านั้น และหนังตัดคั่นด้วยการอธิบายในเชิงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมต่อให้เห็นภาพของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการซึบซับเรื่องราวที่เป็นเหมืองโครงของเหตุการณ์ระหว่างทางซ้ำแล้วซ้ำเล่าสะสมมวลสารของความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ความเศร้าที่ปกคลุมจากความโหดร้ายที่มนุษย์มีต่อกันจากเชื้อชาติเท่านั้นเอง ก่อนที่ในช่วงท้ายของหนังจะยิ่งภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศพกองกันสูงท่วมหัว ซึ่งทำให้ความรู้สึกในฐานะมนุษย์พรั่งพรูออกมาอย่างมหาศาล ถือเป็นงานที่ต้องใช้เวลาดู และให้ความสำคัญกับมัน แน่นอนว่าผลลัพธ์ในท้ายเรื่องทรงพลังมากทีเดียว [A-]


The Exit of the Trains เข้าฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลิน ครั้งที่ 70 ในสาย Forum

International Sales : Taskovski Films

by Sutiwat Samartkit

(03/04/20)

ไม่มีความคิดเห็น