Header Ads

Berlin 2020: Uppercase Print | ภาวะละมุนที่รุนแรงของคอมมิวนิสต์โรมาเนีย


Uppercase Print

(Radu Jude)



Berlin Film Festival 2019 : Forum



ผู้กำกับยังคงเลือกที่จะเล่าเรื่องราวของช่วงเวลาในยุคสงครามเย็นของโรมาเนียที่อยู่ภายใต้การปกครองของ Nicolae Ceausescu ผู้นำคอมมิวนิสต์ในช่วงเวลานั้น โดยในครั้งนี้ของผู้กำกับเล่าเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไปเขียนกราฟิตี้เกี่ยวกับเสรีภาพ สหภาพแรงงาน และความเท่าเทียมที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในโรมาเนีย ทั้งๆที่หลายๆประเทศอย่างโปแลนด์ต่อสู้เพื่อให้ได้สหภาพแรงงานที่มีความแข็งแรงขึ้น ภาพของโรมาเนียที่อิงอยู่กับเงาของเยอรมันตะวันออก และสหภาพโซเวียตนั้นเป็นภาพที่ชัดเจนมากในช่วงเวลานั้น แม้เรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้โดยผิวเผินแล้วอาจไม่ได้รุนแรงมากนัก อย่างน้อยก็ในการรับรู้ในวงของสาธารณะในช่วงเวลานั้น แต่ในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกลับนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่ถูกตั้งคำถามถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงเวลาเหล่านั้นภายใต้การทำงานของตำรวจลับที่อยู่ภายใต้รัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่เป็นเผด็จการ หนังใช้วิธีการผสมผสานระหว่างการเซ็ตอัพเรื่องราวขึ้นเหมือนเอาฉากในรายการโทรทัศน์มาดัดแปลงเล่าสิ่งที่เป็นความลับที่เกิดขึ้น ตัดสลับกับสิ่งที่ฉายทางโทรทัศน์ในช่วงเวลานั้นที่เต็มไปด้วยรายการบันเทิง และโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลที่นำเสนอภาพของความเป็นคอมมิวนิสต์ในเชิงบวก วิธีการที่ใช้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว การเลือกฉากเซ็ตอัพเรื่องราวที่เป็นบทสนทนาลับ อย่างการดักฟังของหน่วยตำรวจลับที่มีต่อตัวละครในบ้าน หรือการนำเสนอภาพที่เกิดขึ้นภายในการประชุมของโรงเรียนเองก็ดี ในส่วนนี้มันเหมือนนำสิ่งที่อยู่เบื้องหลังมาทำให้ภาพดูเหมือนจะเป็นการออกสาธารณะแต่จริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่เคยออกสู่วงสาธารณะเลย ในขณะที่ภาพที่ออกสู่สาธารณะจริงๆนั้นเป็นภาพของสิ่งบันเทิงที่ไม่ได้มีสาระสำคัญ หรือโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตามวิธีการของหนังเองยังไม่ใช่เป้าหมายสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการนำเสนอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่สะท้อนชะตากรรมในความเป็นรัฐซ้อนรัฐที่ปฏิบัติต่อเด็กหนุ่มที่มีความคิดทางการเมืองที่ต่างออกไปอย่างน่าสนใจ มันมีพรมแดนของความชอบธรรมที่ถูกสร้างอย่างบิดเบี้ยวโดยรัฐ และโดยสังคมในช่วงเวลานั้น และผู้กำกับดึงสิ่งเหล่านี้มาเล่าผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยมและสะท้อนภาวะความเป็นออเตอร์ที่โดดเด่นคนหนึ่งในวงการหนังโรมาเนียได้อย่างดีเยี่ยม

วิธีการที่หนังนำเสนอผ่านการจับจ้อง และเซ็ตติ่งที่ถูกตั้งคำถามถึงพรมแดนข้อจำกัดของความเท็จจริงผ่านการนำเสนอด้วยพื้นหลังของเรื่องราวเหมือนรายการข่าวทางโทรทัศน์ การจับจ้องสีหน้าท่าทางของตัวละครในเรื่องอย่างชัดเจน และวิธีการที่หนังผนวกมันกับภาพต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งภาพที่เกิดขึ้นทางโทรทัศน์ และภาพของหลักฐานทางคดีที่ถูกนำเสนอในช่วงท้ายเรื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านการตระหนักรับรู้และเข้าใจของเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากการแสดงออกทางการเมืองผ่านการเขียนบนผนังดูเป็นสิ่งที่ไม่ได้หนักหนาสาหัสแต่ประการใด แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นของหนังที่มุ่งแสวงหาความเท็จจริงของเรื่องราวตลอดเรื่อง ดูเป็นภาพที่เรียบง่าย แม้จะอยู่ในบริบทที่ค่อนข้างซีเรียสจริงจังไปบ้าง แต่ในแง่ของการสร้างความคุกคาม หรือความเกรงขามต่อเรื่องราวและอำนาจรัฐเป็นสัดส่วนที่ถูกเจือปนอยู่น้อยมาก ในขณะเดียวกันที่บทสรุปของหนังเรื่องนี้เริ่มขยายตัววงกว้างออกไป แต่มันก็ยังไม่มีความรู้สึกของความรุนแรงหรือภัยคุกคามที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นมากนัก แต่บทสรุปของหนังในท้ายที่สุดของเรื่องราวก็ยังเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่ย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงความรุนแรงที่ทั้งที่จริงแล้วเกิดขึ้นจริงๆอย่างชัดเจนในอดีต แต่มันถูกวางทับด้วยความสวยงามของเรื่องราว และโฆษณาชวนเชื่อที่เกิดขึ้น ความไม่รู้สึกรู้สา ความไม่สนใจใยดีที่ถูกถ่ายทอดออกมาในช่วงต้นเรื่องและเกือบตลอดเวลาของหนังเรื่องนี้สร้างความหวั่นใจของความรุนแรงได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อผสานกับบทสรุปของเรื่อง ถือเป็นหนังที่ชาญฉลาด และมีความแข็งแรงของการวางฟอร์มการเล่าเรื่องอย่างยิ่งยวด น่าสนใจมาก ถือเป็นผู้กำกับแถวหน้าของโรมาเนียอย่างแท้จริง [A]

Uppercase Print เข้าฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลิน ครั้งที่ 70 ในสาย Forum

International Sales : Best Friend Forever

by Sutiwat Samartkit

(07/04/20)

ไม่มีความคิดเห็น