Header Ads

Rotterdam 2020: Nasir | ชีวิตมุสลิมในทมิฬนาฑู


Nasir

(Arun Karthick)


Rotterdam Film Festival 2020 : Tiger award

NETPAC Award - Best Asian Feature


หลังจากแจ้งเกิดในสาย Bright Future ของเทศกาลหนังรอตเตอร์ดามเมื่อสี่ปีที่แล้วกับเรื่อง The Strange Case of Shiva คราวนี้ผู้กำกัชาวอินเดียนำหนังภาษาทมิฬของเขากลับเข้ามาฉายในเทศกาลอีกครั้ง โดยเข้าประกวดที่สายประกวดหลังของเทศกาลอย่าง Tiger Award เลยทีเดียว ซึ่งหนังเรื่องล่าสุดของเขานั้นก็หยิบจับเรื่องราวที่มีความเป็นการเมืองที่เข้มข้นมากขึ้น และประเด็นความสัมพันธ์ในเชิงความเชื่อทางศาสนาที่เกิดขึ้นในทมิฬนาฑู นี่คือหนังชั้นยอดที่พิสูจน์ให้เราเห็นอีกครั้งหนึ่งว่าการพูดน้อยต่อยหนัก และสร้างผลกระทบต่อความรู้สึกในลักษณะที่ถล่มทลายนั้นเป็นอย่างไร ถือเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ของอินเดียที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งสอดรับกับความเป็นจริงที่เห็นการเติบโตของคลื่นนิวเวฟในอินเดียช่วงหลายปีมานี้ทำให้ผู้ชมทั่วโลกสามารถสัมผัสถึงเพชรเม็ดงามที่เกิดขึ้นในวงการหนังอินเดียที่ไม่ได้ใช้หนังภาษาฮินดีกันมากขึ้น โดยเฉพาะหนังภาษาทมิฬเฉกเช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่เพิ่มจำนวนขึ้นมาก และมีผู้กำกับโดดเด่นขึ้นมากหลายคน หนังของผู้กำกับเรื่องล่าสุดนี้เล่าเรื่องราวของชายมุสลิมคนหนึ่งที่ทำอาชีพเป็นพนักงานขายผ้าในร้านแห่งหนึ่งในตลาด แน่นอนว่าสภาพของชีวิตครอบครัวเขาที่มีภรรยา มีแม่ที่เป็นมะเร็ง และลูกชายที่รับมาเลี้ยงของเขาก็เป็นเด็กพิเศษ ชีวิตของเขาค่อนข้างขัดสนชักหน้าไม่ถึงหลังต้องหารายได้เดือนต่อเดือน เช้าวันนั้นภรรยาของเขาเดินทางออกนอกเมือง ในใจเต็มไปด้วยความกังวล เขาจึงตัดสินใจเขียนกลอนหาภรรยาของเขา หนังเรื่องนี้จับช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเพียงวันของกิจกรรมที่เขาทำ ซึ่งทุกอย่างล้วนจะเป็นกิจวัตรประจำวันที่แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลง ยกเว้นเพียงไม่กี่อย่างหนึ่งในนั้นคือการที่เขาได้เจอเพื่อนโดยบังเอิญซึ่งไปทำงานที่อาบูดาบีเมืองของมุสลิม จริงๆแล้วหนังเองมีท่าทีที่ชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นเรื่องว่าหนังน่าจะหยิบเอาประเด็นทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวบ้างอยู่แล้วจากคำสวดที่เปิดทั่วเมืองตามลักษณะจำเพาะของเมืองที่มีชาวมุสลิมจำนวนหนึ่ง และการโจมตีผ่านเสียงตามสายของชาวฮินดูที่แสดงความก้าวร้าวเกลียดชังต่อชาวมุสลิมในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ของหนังเองสามารถสลายการเป็นเพียงพื้นหลังของสิ่งเหล่านี้ให้รวมกับเนื้อหนังของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังได้อย่างมีพลัง

แม้หนังจะมีทีท่าของการเล่าเรื่องที่เชื่องช้าด้วยคีย์ต่ำๆตลอดการเล่าเรื่อง แต่การสร้างรายละเอียดของหนังที่เกิดขึ้นประปรายในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นกับตัวละครอื่นที่มีต่อชาวมุสลิมในเชิงเกลียดชัง โดยที่น่าแปลกใจที่เราแทบไม่เห็นการที่ตัวละครนำชายของเรื่องปฏิบัติกิจทางศาสนาเลย มันน่าสนใจที่สถานะของตัวละครในพื้นที่เปิดเผยต่อสาธารณะภายในร้านนั้นอาจไม่เป็นที่รับรู้กันก็เป็นไปได้ หรือบทสนทนาที่สะท้อนชะตากรรมของตัวละครที่เหมือนติดอยู่กับที่ไม่สามารถไปไหนได้ เมื่อเพื่อนที่ไปทำงานที่อาบูดาบีกลับมาที่อินเดียและพยายามชวนเขาให้ย้ายไปอยู่ไปทำงานที่นั่น แต่ตัวละครก็ไม่ตัดสินใจ และดูเหมือนจะไม่เลือกข้อเสนอด้วยซ้ำ ชีวิตของตัวละครที่ถูกนำเสนอแทบตลอดทั้งเรื่องนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า และโดดเดียวที่เกิดขึ้นข้างในใจ ความน่าสนใจของหนังจากการที่หนังเองค่อยๆละเลียดสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นรอบตัวละคร ทำให้ตัวละครนี้มีสถานะของความรู้สึกที่พิเศษจากตัวละครทั่วไป ความรู้สึกของความแปลกแยกเกิดขึ้นให้เห็นฉายภาพทับตัวละครนำของเรื่องอย่างชัดเจน การรู้สึกถึงความไม่เป็นส่วนหนึ่ง ที่แห่งนี้ไม่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นบ้านเกิดขึ้นผ่านตัวละครอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าเหตุผลเดียวที่ทำให้ตัวละครเลือกที่จะยังคงไม่รับข้อเสนอของเพื่อนคือ สัดส่วนของเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเขาเขียนบทกลอนหาภรรยา ความรักที่เกิดขึ้นในหนังผ่านบทกลอนที่ตัวละครเองแต่งขึ้นมามีความงดงามมาก เหมือนสายฝนที่หล่นปะทะกายเราในวันที่ร้อนจัด เหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำมาหลายวันแล้วได้รับน้ำเป็นครั้งแรก มันชุ่มชื่นไปด้วยชีวิต มันเปี่ยมความหมายของความรู้สึกที่เขามีต่อภรรยาที่เป็นที่รักของเขา แม้ว่ามันจะเจือไปด้วยความห่วงกังวล แต่มันชโลมไปด้วยความรักที่มากล้น แม้ว่าตอนจบของหนังเรื่องนี้จะสร้างความรุนแรงทางความรู้สึกก็ตาม ถือเป็นผู้กำกับที่ละเลียดความเป็นชีวิตผ่านแง่มุมทางสังคมการเมืองออกมาได้งดงามและเปี่ยมชีวิตมากทีเดียว น่าจับตามองมาก [A]

Nasir เข้าฉายที่สาย Tiger award ที่เทศกาลหนังรอตเตอร์ดาม ครั้งที่ 49

International Sales : Stray Dogs

by Sutiwat Samartkit
(04/04/2020)

ไม่มีความคิดเห็น