Header Ads

Visions du Reel 2020: Amor Fati | แอทโมสเฟียร์ของความรัก


Amor Fati

(Cláudia Varejão)

Visions du Reel Film Festival 2020


หลังจากที่ผู้กำกับประสบความสำเร็จในหนังสารคดีเมือสี่ปีก่อนอย่าง Ama-San ที่คว้ารางวัลสำคัญในสายสารคดีของเทศกาลหนังคาร์โลวี วารีไปได้ รวมทั้งรางวัลหนังสายประกวดโปรตุเกสยอดเยี่ยมในเทศกาลหนัง DocLisboa ทำให้กลายเป็นผู้กำกับดาวรุ่งที่น่าจับตามองทันที ไม่นับจำนวนหนังก่อนหน้านี้ที่เข้าฉายเทศกาลสำคัญทั่วโลกมาก่อนแล้วด้วย เอกลักษณ์ที่ชัดเจนในงานของผู้กำกับที่สามารถผสานอารมณ์ความรู้สึกผ่านบรรยากาศของการเล่าเรื่องและควบรวมกลั่นเป็นหยดน้ำของความรู้สึกที่ถาโถมเข้าหาผู้ชมได้ ความสำเร็จในการนำเสนอเรื่องราวที่ดูจะแสนธรรมดาที่ดูไม่มีอะไรมากนักเห็นจะเป็นผลพวงมาจากความเข้าใจในแก่นที่ต้องการนำเสนอ และการดึงจิตวิญญาณของเรื่องเล่าผ่านการลำดับภาพที่แม่นยำได้อย่างน่าชื่นชม เช่นเดียวกันกับหนังเรื่องนี้ที่แม้ว่าในไลน์การเล่าเรื่องของหนังเองจะดูเหมือนว่าหนังกำลังจับจ้องชีวิตทั่วไปของคนที่มีไอเดียหลักของการนำเสนอที่เลือกนำเสนอชีวิตของคนหลายคนที่อยู่กันเป็นคู่ เหมือนเป็นสองสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ จริงๆแล้วไอเดียตรงนี้ชัดเจนตั้งแต่ตอนต้นของเรื่องที่หนังเองบอกใบ้ถึงสถานการณ์เรื่องราวที่หนังเองกำลังจะเล่าต่อไปนี้ กล่าวคือหนังเองพูดถึงภาวะของเหรียญสองด้านที่อยู่ด้วยกันเปรียบเสมือนคู่แท้ที่ขาดกันไม่ได้ ประเด็นตรงส่วนนี้ถูกขยายภาพต่อเนื่องมาชัดเจน เมื่อหนังเองเลือกนำเสนอชีวิต ทั้งชีวิตคู่ของคนสองคน ชีวิตของฝาแฝด ชีวิตของตัวคนคนหนึ่งกับสัตว์เลี้ยงของเขาเอง เป็นต้น หนังกำลังพูดถึงความรักความผูกพันในเชิงกายภาพ แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้สามารถขยับเพดานการเล่าเรื่องออกไปได้ไกลมากกว่าที่เป็นอยู่นั่นก็คือ การละลายพรมแดนของความรักทางกายภาพเป็นอารมณ์ความรู้สึกของความรัก ความผูกพัน หรืออารมณ์ในเชิงบวกของมนุษย์ที่กระทำต่อเพื่อมนุษย์ให้อยู่เหนือการจับต้องทางกายภาพ เป็นสิ่งที่เหนือกว่ากาลเวลาจะสามารถควบคุมมันได้ การสร้างสรรสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา และแตกสลายมันลงเป็นเหมือนอนุภาคของอากาศที่ไหลผ่านอยู่ในบรรยากาศของหนังสร้างมวลสารที่ลอยฟุ้งของความรู้สึกได้อย่างอบอุ่นใจ นี่เป็นผลลัพธ์ความสำเร็จที่หนังเรื่องนี้มีเหนือกว่าหนังที่พูดถึงความรักและความสัมพันธ์ของมนุษย์ทั่วไป ซึ่งผลลัพธ์ตรงส่วนนี้ต้องอาศัยสายตาที่เฉียบแหลมในการเลือกนำเสนอเรื่องราวส่วนต่างๆและร้อยเรียงมันเข้ามาด้วยกัน

จังหวะของการลำดับภาพที่ดีมักจะสร้างผลลัพธ์ที่เกินคาดเสมอในงานที่แทบไม่มีเนื้อความที่เป็นชิ้นเป็นอันให้จับต้องมากเท่าใดนัก และส่วนหนึ่งเองด้วยความที่มันเป็นงานสารคดีที่ตัวผู้ที่ต้องการเล่าเองก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำมากนักถึงสิ่งที่เขาจะประสบ การเลือกเอาวัตถุดิบที่มีอยู่มาใช้และลำดับเรื่องราวจึงมีความสำคัญค่อนข้างมาก ที่น่าสนใจในหนังสารคดีเรื่องนี้ก็คือ แม้ว่าตัวผู้กำกับเองจะได้ประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นในเรื่องมาก็ตาม เรื่องของการสูญเสีย เรื่องของการพลัดพรากเป็นประเด็นในเชิงโศกนาฏกรรมที่สำคัญที่ทำให้หนังหลายเรื่องเลือกเอามาใช้เป็นวัตถุดิบในการเล่าเรื่อง และสร้างไคลแม็กซ์ของเรื่องราว ผู้กำกับรู้จักเลือกใช้ และควบคุมความเป็นดราม่าที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจให้มีการสั่นสะเทือนที่น้อย แต่หนักแน่นมากที่สุด โดยไม่ให้ความเป็นดราม่าตรงส่วนนั้นไม่ลดทอนความสามารถในการประพฤติตัวเป็นงานที่ขับเน้นด้วยมวลของความรู้สึกที่อาศัยความสำคัญจากส่วนของการเล่าเรื่องในส่วนต่างๆ เรื่องของตัวละครตัวอื่นๆให้ยังมีความสำคัญต่อเรื่องราว ไม่ให้เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งมีความโดดเด่นมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าผลลัพธ์ของหนังเรื่องนี้คงอยู่ได้ด้วยความสำคัญของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตัวละครตัวอื่นๆด้วย คาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนยังคงอยู่ และที่น่าสนใจคือการที่ผู้กำกับเลือกเรื่องราวของตัวละครอื่นๆที่มีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจน มีเรื่องราวที่เป็นความโดดเด่นที่สามารถตัดและลดทอนกันไปมาได้อย่างไม่มีใครเกินหน้าเกินตาใคร และนั่นทำให้หนังเองหนักแน่นในส่วนของการสร้างความสัมพันธ์ผ่านความรู้สึกออกมาได้อย่างทรงพลัง ถือเป็นหนังที่หน้าฉากดูเรียบง่ายและไม่มีอะไร แต่ทว่ามีความหนาแน่นของความรู้สึกในความรักและโชคชะตาของความเป็นมนุษย์ได้อย่างมั่นคง [A-]

หนังฉายที่เทศกาลหนัง Visions du Reel

International Sales : Vinca's Film

by Sutiwat Samartkit
(28/04/20)

ไม่มีความคิดเห็น