Header Ads

Visions du Reel 2020: Intimate Distances | ขีดจำกัดของการก้าวผ่านชีวิต


Intimate Distances

(Phillip Warnell)






Visions du Reel Film Festival 2020



ผลงานเรื่องที่สองของผู้กำกับ Phillip Warnell ที่ยังคงเป็นสารคดีที่นำเสนอเรื่องราวของการสำรวจสภาพจิตใจ ในที่นี้ของหนังสารคดีของเขารวมไปถึงเรื่องของจิตใต้สำนึกและสัญชาตญานของมนุษย์ ลายเซนต์ในการสำรวจประเด็นของเรื่องเหล่านี้เห็นได้จากหนังสารคดีขนาดยาวเรื่องแรกของเขาอย่าง Ming of Harlem การตั้งกล้อง หรือการจัดสถานการณ์ในการสำรวจสภาวะ หรือจิตใจของมนุษย์ รวมไปถึงการตอบสนองของมนุษย์ต่อสิ่งเหล่าต่างๆน่าสนใจไม่น้อยทีเดียในหนังของเขาเรื่องนี้ ในทางหนึ่งเราอาจจะจำกัดความถึงความเป็นหนังทดลองได้เช่นกัน ในหนังเรื่องล่าสุดของเขาสร้างเรื่องราวจากการตั้งกล้องถ่ายเอาไว้บนชั้นดาดฟ้าของตึก และจับภาพของการเดินไปเดินมาของตัวละครหนึ่งที่เป็นคนแก่ผู้หญิงบนถนนเส้นหนึ่งแถวถนนสไตน์เวย์ เธอเดินไปเดินมา เจอคนแปลกหน้าเข้าไปถาม เข้าไปพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่เธอเจอบนถนนเส้นนั้นอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง คำถามส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำถามในทพนองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถามไถ่ทั่วไป การถามเรื่องของที่ไปที่มาของคนที่พบเจอ แต่ที่น่าสนใจนั่นคือการตั้งคำถามเรื่องของการข้ามพรมแดนของข้อจำกัดบางเรื่อง หรือการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างกระทันหันประเด็นตรงนี้น่าสนใจมาก ไม่เพียงแต่ในแง่ของการเอามาตั้งคำถามสำรวจเรื่องของการตอบสนองของผู้คนที่อยู่ในบทสนทนาและเจอคำถามที่ไม่ได้คาดคิดแล้วเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงท่วงท่า และลักษณะการตอบรับของผู้คนที่มีต่อหญิงชราด้วย ความที่เธอเป็นหญิงชราท่าทีของการตอบบทสนทนาหรือการให้ความสนใจก็กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในการสำรวจพฤติกรรมของความไว้วางใจของมนุษย์ด้วย แต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การสำรวจความเป็นมนุษย์ผ่านการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเรื่องของการข้ามพรมแดนขีดจำกัดในบางเรื่อง การตัดสินใจที่ข้ามกรอบข้อตกลงที่เกิดขึ้นในตัวเองของมนุษย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไปผูกกับวิธีการเล่าเรื่อง และเรื่องที่ถูกเล่าบรรยายผ่านช่วงหนึ่งของผู้สังเกตการณ์ในหนังเรื่องนี้ และมันเป็นการทดลองที่ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว

ในช่วงหนึ่งของสารคดีเรื่องนี้ การเปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่องจากการแอบส่องการจับจ้องการกระทำของหญิงชราและบทสนทนาที่เธอมี ตอนหนึ่งกลายเป็นเรื่องเล่าจากการบรรยาย เรื่องของคนคุก นักโทษ การกลับใจและการข้ามพรมแดนของข้อจำกัดของตัวเอง ในช่วงเวลานี้ หนังเลือกนำเสนอในลักษณะเหมือนภาพของการแอบส่องแอบสปายสถานการณ์ การตัดมุมของภาพมุมของเฟรมให้สั้นลง และทำให้เหมือนการมองผ่านกล้องของผู้สังเกตุ และเลือกใช้ภาพถ่ายทอดแบบการจับจ้องเหมือนพยายามส่องหาอาชญากรในหนังแอคชั่นระทึกขวัญ เหตุการณ์ตรงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับกล้องสามารถจับภาพตำรวจที่เดินเข้ามาในสถานที่แห่งนั้นได้พอดี เพราะฉะนั้นมันจึงกลายเป็นความเหมาะเจาะพอดี ซึ่งมันสอดรับกับเรื่องราวที่หนังเองเล่าเรื่องของอาชญากร แนวความคิดการเปลี่ยนแปลงของแนวคิด การกลับใจที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี ความน่าสนใจตรงนี้ถูกฉายภาพออกมาอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากนั้น หนังเองเลือกที่จะนำเสนอภาพเดิมของตัวละครที่เดินไปมา และตั้งคำถามในทำนองเดิม แต่มีความแตกต่างกันไปอย่างชัดเจน ประเด็นที่น่าสนใจตรงส่วนนี้นั้น นั่นคือ การสะท้อนพรมแดนของความรู้สึกเข้าไปในส่วนที่เป็นสิ่งที่อยู่ใต้การตระหนักรับรู้ประมวลทั่วไปของมนุษย์  หนังกินเวลาการเล่าเรื่องเพียงแค่ราวหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่การเลือกวัตถุดิบของหนังเรื่องนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างมาก ผ่านประเด็นพื้นหลังของตัวละครที่ถูกเล่าผ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่มาที่ไปของตัวละคร หรือความเคร่งเครียดที่ชวนเศร้าหดหู่ที่ตัวละครนั้นเคยได้รับ มันกลายเป็นหนังที่ใช้การทดลองเล่าเรื่องด้วยวิธีการที่แสนจะธรรมดา แต่ทว่าการได้มาซึ่งผลลัพธ์ การเลือกวัตถุดิบในการตัดต่อสานต่อประเด็นของหนังนั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมากทีเดียว [A-]

หนังฉายที่เทศกาลหนัง Visions du Reel

International Sales : -

by Sutiwat Samartkit
(30/04/20)

ไม่มีความคิดเห็น