Header Ads

Visions du Reel 2020: A Machine to Live In | สถานีอวกาศบราซิเลีย


A Machine to Live In

(Meredith Zielke, Yoni Goldstein)




Visions du Reel Film Festival 2020



หลังจากที่ผู้กำกับทั้งคู่เคยร่วมงานกันในสารคดีขนาดกลางเรื่อง La curacion สารคดีทดลองในเอกวาดอร์มาแล้ว ซึ่งครั้งนี้พวกเขาทั้งคู่ขยายขอบเขตของงานให้ยาวมากขึ้น และยังคงเป็นงานทดลองอยู่เช่นเดิม ซึ่งย้ายมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองบราซิลเลียเมืองสำคัญของบราซิลที่ประวัติทั้งทางสังคมและการเมืองที่ซับซ้อนมาไม่นานนัก โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองที่สำคัญที่เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของรัฐสภาและมีประเด็นการเมืองมากมายที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่หลังช่วงเวลาที่เผด็จการทหารปกครองประเทศ หนังเลือกใช้วิธีการนำเสนอที่นำเสนอภาพของสถานที่แห่งนี้ เมืองแห่งนี้เหมือนเป็นดินแดนต่างดาว จริงๆประเด็นเรื่องของวิธีการในการถ่ายช็อตของเมืองส่วนต่างๆ สถานที่ต่างๆแล้วเอามาเล่าในทำนองที่สร้างสถานที่สภาปัตยกรรมต่างๆเหล่านั้นเป็นเหมือนดาวอื่นในกาแล็คซี่เป็นลักษณะที่เราเองเคยเห็นในหนังของปีนี้อย่าง Last and the First Men ที่ฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลิน แต่ทิศทางการเล่าเรื่อง และวิธีการทั้งหมดของหนังทั้งสองเรื่องมีความแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน หนังเรื่องนี้สร้างความหลากหลายของการเล่าเรื่องราวที่มากกว่าชัดเจน ซึ่งทั้งเป็นจุดเด่นและจุดด้อยของหนังอยู่ไม่น้อย แม้ว่าประเด็นเรื่องการนำเสนอเมืองเป็นลักษณะสิ่งที่ได้รับมาจากต่างดาว เป็นวัฒนธรรมต่างดาว หรือแม้แต่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างดาว ที่บ้ามากกว่านั้นนั่นคือ คนในเมืองกลายเป็นลูกหลานของมนุษย์ต่างดาว การขยายพรมแดนที่มาที่ไปของการสร้างเรื่องราวชวนเชื่อของเมืองเองหรือการต่อขายภาพของเมืองในแง่ของเรื่องราวที่มาที่ไปในเชิงประวัติศาสตร์ทำให้สภาพของเมืองมีความเป็นเลเยอร์มีเนื้อมีหนังที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีในทางกลับกันนั้น การขยายพรมแดนที่มากเกินไป และส่วนของเรื่องราวมีรายละเอียดที่ยิบย่อยที่ค่อนข้างมีบางส่วนแยกตัวออกจากแกนสำคัญของเรื่องที่โฟกัสในเรื่องของสถาปัตยกรรมไปพูดถึงโครงสร้างเชิงนามธรรมอื่น อย่างความเชื่อทางศาสนา และวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มที่เกิดขึ้นบริเวณชานเมืองนั้น ก็กลายเป็นปัญหาอยู่เล็กน้อย เพราะพลังของการโฟกัสที่หนังทำไว้ช่วงแรกในการโฟกัสแกนกลางสำคัญเรื่องสถาปัตยกรรมในใจกลางเมืองของบราซิลเลียนั้นมันโดนลดทอนความแข็งแรงไปพอสมควร ซึ่งแตกต่างจากหนังสารคดีทรงพลังที่พูดถึงสถาปัตยกรรมและโลกอนาคตดังที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องเยี่ยมที่ฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลินไปเมื่อต้นปี

การเลือกนำเสนอด้วยภาพจำลองทางคอมพิวเตอร์ที่อธิบายลักษณะที่ไปที่มาของเมืองบราซิลเลียผ่านความสัมพันธ์ของสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงกับเรื่องของอวกาศเรื่องคอสมอสของโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่อาจจะจงใจหรือไม่จงใจก็ตาม แต่มันขยายพรมแดนของความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจากลักษณะทางกายภาพของเมืองนั้นให้ดูมีมุมมองของความเป็นอนาคตใส่เข้ามา และบิดมันด้วยภาพของการแทนตัวบุคคลด้วยตัวปัญญาประดิษฐ์ออกมาอย่างน่าสนใจ ในทางหนึ่งนั้นดูเหมือนว่าหนังเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องของเมืองที่มันไม่มีชีวิต แต่หลังจากหนังหนังก็ใส่ที่มาที่ไป ใส่เนื้อหนังให้กับเรื่องราว ทั้งการเอาบทบรรยายแทนตัวคน หรือกิจกรรมของผู้คน บทสัมภาษณ์ของผู้คนที่เกิดขึ้นในหนังสารคดีเรื่องนี้ แต่หลังจากนั้นของเรื่องราวความมีชีวิต หรือการตระหนักรับรู้ถึงความมีชีวิตที่ถูกแทนที่ให้กับเมืองในหนังเรื่องนี้กลับถูกกดดันด้วยการสร้างเพดานเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มันสโคปความเป็นไปของภาวะการณ์ในการมีชีวิตของตัวละครด้วยความเป็นปัญญาประดิษฐ์ หรือการให้เสียงในลักษณะของปัญญาประดิษฐ์ค่อนข้างชัดเจน ทำให้สภาพที่เกิดขึ้นของเมืองนี้จึงอยู่ในภาวะของกึ่งการมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตได้อย่างน่าสนใจ คือ หนังเองมีประวัติศาสตร์ของการเคลื่อนที่ของมนุษยืเกิดขึ้น แต่มันถูกทำให้เกิดภาวะชะงักงันของการมีชีวิต อีกทั้งการใส่สถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองของบราซิลเอาไว้ก็น่าสนใจ เพราะตัวละครที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ตรงข้ามกับเผด็จการถูกโจมตีซะเอง ภาพความซับซ้อนของการเมืองในบราซิล ภาพของวัฒนธรรมคัลท์ชานเมืองในบราซิลเลีย หรือภาพของสถาปัตยกรรมเป็นภาพเชิงสับสนงงงวยที่ประเทศนี้มอบออกมาอย่างวุ่นวายและเปี่ยมด้วยการขับเคลื่อนของชีวิตที่ลึกลับในห้วงอวกาศ [A-]

หนังฉายที่เทศกาลหนัง Visions du Reel

International Sales : Ultrabrasilia

by Sutiwat Samartkit
(30/04/20)

ไม่มีความคิดเห็น