Header Ads

Visions du Reel 2020: Non Western | รักบนพรมแดนที่แตกต่าง


Non Western

(Laura Plancarte)

Visions du Reel Film Festival 2020



สารคดีขนาดยาวเรื่องที่สามของผู้กำกับหญิงชาวเม็กซิโกที่คราวนี้หันมาจับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคนอเมริกันบ้างหลังจากสารคดีสองเรื่องก่อนหน้าโฟกัสเรื่องราวไปที่ชาวเม็กซิโก แต่ไอเดียหลักและประเด็นหลักของสารคดีเรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องราวของคนที่จัดได้ว่าเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหยิบจับประเด็นเรื่องชาติพันธุ์เอามาเล่าเรื่อง สารคดีเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของคนสองคนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ขณะที่ฝ่ายชายนั้นเป็นคนพื้นเมืองอเมริกันที่ยังยึดโยงความเชื่อดั้งเดิมของอินเดียนแดงพอสมควร ในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นเป็นหญิงผิวขาวในโลกเสรี ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานานจนมีลูกด้วยกันจนโตหมดแล้ว ในขณะที่ช่วงเวลาของหนังที่หนังโฟกัสคือช่วงเวลาก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจเข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งแน่นอนว่ามันก็มีประเด็นที่ซับซ้อนอีกทั้งในแง่ของวัฒนธรรมความเชื่อประเพณีดั้งเดิมของอินเดียนแดงที่เชื่อในเรื่องของการที่ผู้หญิงจะต้องตามใจสามี คอยดูแลบ้าน เชื่อฟังสามี ในขณะที่ในโลกของคนผิวขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความเป็นอเมริกันที่ยึดมั่นในเรื่องของเสรีภาพอย่างชัดเจน มันก็ทำให้วัตถุดิบดั้งเดิมของหนังนั้นมีพลังในการดึงเอามาเล่าเรื่องมากพอสมควรอยู่แล้ว นี่ยังไม่นับประเด็นที่หนังแตกสาแหรกออกไปพูดถึงส่วนต่างๆที่นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครคู่หลักด้วยแล้ว หนังเองยังขยายภาพของความแตกต่างไปให้เห็นในครอบครัวของคนทั้งสองเรื่องราวตลอดจนขนบความคิดที่มีแนวทางมีทิศทางที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ภาพของอินเดียนแดงที่เกิดขึ้นในพื้นที่สงวนพิเศษที่ทางรัฐจัดให้ว่าเป็นพื้นที่ของอินเดียนแดง สถานภาพที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่นั้นที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งอื่น จริงๆแล้วเราไม่แน่ใจมากนักว่าในเชิงรายละเอียดที่หนังให้สัญลักษณ์ผ่านการที่คนหนึ่งมีพื้นที่ในเขตสงวนสำหรับชาวอินเดียนแดงนั้นต้องการสะท้อนภาพของการรุกราน และตอกย้ำสถานะของพลเมืองชั้นสองในสังคมอเมริกันด้วยหรือไม่ แต่ประเด็นตรงนี้สามารถจับมาพูดได้ทั้งในเชิงสังคมวัฒนธรรม และการเมือง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วสิ่งเหล่านี้กลายเป็นวัตถุดิบที่สอดประสานเรื่องราวขึ้นไปสอดรับกับภาพของตัวละครทั้งคู่ที่นำเสนอภาพของความรักระหว่างคนทั้งคู่ที่ดูเหมือนความโรแมนซ์ที่หนักแน่นของทั้งคู่วางอยู่เหนือความขัดแย้งทางสังคมการเมือง และวัฒนธรรมทั้งปวง มันเป็นความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ที่อัศจรรย์ทีเดียว

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเส้นทางโฟกัสของหนังเรื่องนี้มันโฟกัสไปที่ความโรแมนซ์ของความรักที่เกิดขึ้นของตัวละครสองตัวของเรื่องนี้ ชีวิตที่แตกต่างกันของเขานั้นเป็นแรงขั้วลบที่เข้ามาสร้างดราม่าให้กับชีวิตของพวกเขา เป็นเครื่องมือสำคัญของหนังเรื่องนี้ที่สร้างแง่มุมของชีวิตทางด้านลบ และผลักดันให้ภาพของความรักความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่มีต่อกันซึ่งเหมือนเป็นภาพทางบวกให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันทำให้ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นการเล่าที่ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากมายนักแสดงพลังออกมาได้อย่างแข็งแรงมากยิ่งขึ้น การร้อยเรียงเรื่องราวของหนังที่ไปซ้อนทับกับช่วงขั้วลบหลายครั้งของหนัง ไม่ว่าจะเป็นในภาคขยายการเล่าชีวิตของครอบครัว เหตุการณ์ที่เป็นภาพความแตกต่างกันระหว่างวัฒนธรรมและประเพณี รวมไปถึงบทสนทนาที่เลือกโจมตีอย่างตรงไปตรงมาของฝ่ายครอบครัวหนึ่งที่มีต่อตัวละครจากอีกสังคมหนึ่ง มันสะท้อนให้เห็นถึงความเข้ากันไม่ได้ชัดเจนของโลกที่แทบจะแตกต่างกัน ประเด็นตรงส่วนนี้ถูกทำให้เป็นพื้นหลังคอยขับเน้นความหนักแน่นของความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้อย่างมั่นคงแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งต้องชมในเรื่องของการเลือกวัตถุดิบเอามาร้อยเรียงเรื่องราวของผู้กำกับได้อย่างแม่นยำ ผู้กำกับกะเกณฑ์วัตถุดิบต่างๆเหล่านี้ลำดับภาพออกมาได้อย่างดี มันจึงสร้างผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมให้กับเรื่องราวของหนังสารคดีเรื่องนี้ที่สะท้อนความรักของทั้งคู่บนพรมแดนของสังคมและวัฒนธรรมที่ต่างกัน ซึ่งมันเหมือนนิยายเรื่องหนึ่ง ที่ไม่ใช่การนำเสนอให้เป็นนิยาย แต่ทุกอย่างมันสร้างอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและความเป็นมนุษยธรรมได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว ถือเป็นผลงานที่น่าสนใจอย่างมากของผู้กำกับ [A-]

หนังฉายที่เทศกาลหนัง Visions du Reel

International Sales : LP Films

by Sutiwat Samartkit
(29/04/20)

ไม่มีความคิดเห็น